คนชนบทเรามีภรรยาหรือสามีต่างถาคมากขึ้น ทำให้การใช้ภาษากลาง ไม่ดักเดิด

    คนภาคใต้มีความเป็นภาคนิยมทางภาษาสูง   พอดี พอร้าย* แล้วมักไม่ค่อยเจรจาภาษา  ข้าหลวง*

มองว่าเป็นภาษาของนาย ยิ่งคนอายุครึ่งค่อนศตวรรตด้วยแล้วยิ่งไม่มักได้ใช้ 

แต่ ในอยู่* การสื่อสารทางด้านภาษามาทลายความคิดนี้ไปแล้ว  ด้วยการแต่งงานข้ามถิ่นที่    คนชนบทเรา  มีภรรยาหรือสามีเป็นคนต่างภาคมากขึ้นทำให้การใช้ภาษากลางไม่ดักเดิด* ดังแต่ก่อน

ตัวอย่างเชิงประจักษ์ครอบครัวข้างบ้าน  ลูกชายไปมีภรรยาชาวบางกอกมาฝากแม่   แม่ก็ได้พูดภาษากลางชัดเปรี๊ยะ*

วันหนึ่งลูกสะไภ้อยากกินส้มตำ ก็บอกแม่

"ลูกสะใภ้  แม่ๆวันนี้ทำส้มตำกันดีกว่าน่ะแม่"

"แม่สามี ใด้จ้านุ้ยเดี๋ยวแม่ไปทุ้ง*ลอกอมาให้เอง สักสองหนวย"* ว่าแล้วก็ไปสอยมะละกอมาสองลูกเอามาให้สะใภ้  สะใภ้ได้มะละกอก็เอาไปใส่กละมัง  บอกแม่สามีว่า

ลูกสะใภ้ "แม่เอาน้ำใส่กะละมัง  แล้ว หั่น  ให้หนูด้วยน่ะแม่"หนูจะไปซื้อเครื่องปรุงที่ตลาด

หนึ่งชั่วยามผ่านลูกสะใภ้กลับมาจากตลาดถามหา  มะละกอ  "แม่มะละกอหนูแม่  หั่นเสร็จหรือยัง?

"แม่สามี ยังไม่เสร็จนุ้ยเหอ   แม่ หัน  (หมุน- วน)จนโคม*เหี้ยนมือซีดหมดแล้วก้ายังไม่เสร็จ หาโร้หัน

ไชรมั้ย 

ลูกสะ ใภ้  งงแล้ว  ฮา55555555555

 

*พอดีพอร้าย   =   ถ้าไม่จำเป็น

*ภาษาข้าหลาว  =  ภาษากลาง

*ในอยู่          = ปัจจุบัน

*ดักเดิด      =  กระอักกระอ่วน

*ชัดเปรี๊ยะ    =  ชัดมาก

*ทุ้ง             =  สอย

*โคม       =   กะละมัง 

สองหนวย    =  สองลูก