ในสมัยพระเจ้าชาหันกีร์ ( Jahangir )
พระราชโอรสหนึ่งเดียวของพระเจ้าอักบาร์คือชาหันกีร์กุมาร ผู้ที่เคยก่อการกบฏเพื่อแย่งชิงราชสมบัติแต่ไม่สำเร็จ และขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2148 - 2170 ขณะมีอายุ 36 ปี มีผลงานที่สำคัญคือ
1 . มีการสนับสนุนให้เชื้อสายชาวเปอร์เซียได้รับราชการในราชสำนัก เพราะมีชายาเป็นชาวเปอร์เซียชื่อว่า พระนางนูร์ จาฮัน ( Nur Jahan ) เดิมสมัยพระราชบิดามีทั้งชาวอิสลามและฮินดู ส่วนผลให้ก่อการณ์ปฏิวัติแต่ไม่สำเร็จ
2 . พระองค์นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดและกดกี่ศาสนาอื่น ทำให้ชาวสิกข์ก่อสงคราม และจับคุรุอรชนศาสดาของศาสนาสิกข์ประหารในกรุงเดลฮีเมื่อปี พ.ศ. 2149 ทำให้ชาวสิกข์ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านตลอดสมัยของพระองค์
3 . สำหรับการขยายการค้ากับชาวตะวันตก มีการค้าของชาวโปรตุเกส แต่การไม่นิยมของชาวอินเดียมีการทะเลาะวิวาท มีการปล้นสดมกองเรือชาวมุสลิมอินเดียที่ไปทางไปค้าขายยังเมืองเมกกะ ต่อมามีการติดตอเข้ามาค้าขายของชาวอังกฤษ แต่ทางราชสำนักมูฆัลยังสงวนท่าที และอนุญาตให้อังกฤษตั้งร้านที่เมืองสุรัตเป็นแห่งแรก จากนั้นการค้าขายของอินเดียกับอังกฤษก็ขยายวงกว้างขึ้น.
สวัสดีท่านumi ผมนับถือท่านจริงๆในเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องที่ท่านนำเสนอครั้งนี้ผมว่าพระองค์เคร่งมากไป คำสอนของอิสลาม สอนให้ให้ความเป็นธรรมกับทุกความเชื่อหากผู้ปกครองเป็นมุสลิม ท่านศาสดาได้แสดงแบบอย่างไว้ เป็นเรื่องแปลกอยู่อย่างเวลาเจ้าเมืองเข้ารับอิสลามมักจะเป็นแบบนี้ไม่ทราบว่าบวกกับกามเมืองด้วยหรือไม่
สวัสดีครับ คุณ เบดูอิน
เรื่องการเมือง คงเป็นไปตามอารมณ์ความต้องการ ไหลไปตามสถานการณ์ช่วง
เวลาดังกล่าวนั้นนะครับผม
กรณ๊ที่ว่า...จะเป็นแบบนี้ไม่ทราบว่าบวกกับกามเมืองด้วยหรือไม่...
อิ อิ อิ
มีความสุขกับการแสวงหาความรู้นะครับ
ขอบคุณครับ