(ต่อ)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย
ประเด็นทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ เป็นการมุ่งประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งอยากให้พิจารณาประเด็นด้านอื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น ประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม รวมถึงลักษณะของคนในแต่ละท้องถิ่น ฯลฯ ทั้งหากจะนำวิธีของชาติใดมาใช้แก้ปัญหาก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะแม้แต่สหรัฐอเมริกาประเทศต้นแบบของระบบทุนนิยม ปัจจุบันยังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทั้งยังต้องหามาตรการส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยที่ไม่ใช่วิธีการอุ้ม ต้องทำให้ให้สามารถดำเนินธุรกิจโดยพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด คณะกรรมการควรจะเป็นกรรมการระดับชาติ หรือกรรมการทั่วไป แล้วกรรมการควรมีอำนาจหน้าที่เพียงใด เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังความเห็นต่อไป
ในการนี้ ได้มีการเปิดประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็นว่า “ควรจะมีกฎหมายนี้หรือไม่ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อกำกับ ควบคุม หรือส่งเสริม” ที่ประชุมฯ ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ดังนี้
๑. สมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย
มีประเด็นที่เป็นห่วงในเรื่องกฎหมาย ผู้บริโภค การบริหารจัดการ และสังคม โดยภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์) มีเจตนาช่วยโชห่วยให้สามารถร่วมการแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม แต่รัฐไม่ได้ช่วยโชห่วยด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทำเพียงแต่จำกัดการขยายสาขาของ Modern Trade เท่านั้น และในเรื่องของร่างกฎหมายนี้มีความคลุมเครืออยู่มากใน “คำนิยาม” มีปัญหาในเรื่องความเหมาะสมของการบังคับใช้ ความซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงผู้บริโภคไม่เคยทราบความเคลื่อนไหวของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และเห็นว่าร่างกฎหมายนี้มีแนวโน้มที่จะรักษาอำนาจผูกขาดของผู้ค้าเดิมไม่นำไปสู่การแข่งขันที่เป็นธรรม ในส่วนของคณะกรรมการกลางก็ไม่ให้ความสำคัญแก่ผู้บริโภค เห็นได้จากมีตัวแทนผู้บริโภคเข้าไปเป็นกรรมการกลางฯเพียง ๑ คน โดยภาพรวมไม่เป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ และไม่คำนึงถึงความพอใจของผู้บริโภคเป็นสำคัญ (ต้องการบริโภคสินค้าที่มีราคาต่ำ) คิดว่าจะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญด้วย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย
ในกรอบของรัฐธรรมนูญ การแข่งขันต้องเกิดความเสรี และเป็นธรรมด้วย ดังนั้น เพียงแค่การเปิดเสรีให้ประกอบธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมจะกระทำไม่ได้
รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดา ธนิตกุล
ในกรณีที่มีการห้ามขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนนั้น เพราะแม้ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ แต่ในระยะยาวจะเกิดการผูกขาด เพราะเมื่อผู้บริโภคบริโภคสินค้าราคาถูก ผู้ผลิตสินค้ารายอื่นๆ ขายสินค้าไม่ได้ และต้องปิดกิจการในที่สุด ทำให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้ารายแรกมีอำนาจเหนือตลาดเพื่อไม่มีคู่แข่ง ต่อไปสินค้าจะมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก
๒. นายชวลิต อรรถศาสตร์
เห็นด้วยในส่วนของการทำธุรกิจการค้าต้องมีกฎเกณฑ์ และขออธิบายเป็น ๒ ส่วน ดังนี้
๑. เรื่องการไปตั้งสาขา มีหลักเกณท์อะไรที่จะไปจำกัด ควบคุม และดูแล เพราะร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาให้ความสำคัญในเรื่องหลักในการพิจารณาตามมาตรา ๒๑ และ ๒๒ รวมทั้งอาจมีความขัดข้องในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานหากต้องใช้กฎหมายอื่นๆ ร่วมจัดการกับปัญหา เช่น กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองโดยกระทรวงมหาดไทย การประสานกับกระทรวงพาณิชย์คงเป็นเรื่องไม่สะดวกนัก อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาความขัดข้องทางกฎหมาย แต่ก็ควรหาวิธีป้องกันและรับมือ
๒. ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.๒๕๔๒ พระราชบัญญัติราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.๒๕๔๐ ซึ่งน่าจะเพียงพอแล้ว กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งนั้นจะสามารถดูแลโชห่วยได้จริงหรือไม่ และหากมีจะต้องเน้นไปที่กฎหมายใดเป็นหลัก
ดังนั้น จึงควรนำกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาพิจารณาก่อน หากไม่ครอบคลุมก็ต้องปรับปรุงให้ครอบคลุม ทั้งยังเห็นด้วยที่ให้ปรับแก้ไม่ให้กฎหมายที่ควบคุมนี้มีโทษทางอาญา รวมทั้งในมาตรา ๒๙ ควรบัญญัติให้ครอบคลุมและชัดเจนมากว่านี้
รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดา ธนิตกุล
เห็นด้วยในเรื่องการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วและเรื่องโทษทางอาญา แต่เห็นว่ากฎหมายว่าด้วยผังเมืองมีปัญหา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ประเทศไทยการปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็ง ทำให้ในทางปฏิบัติจริงนั้น คนจากส่วนกลางจะเป็นผู้ลงไปทำผังเมืองในต่างจังหวัด และส่งเรื่องกลับมาให้ส่วนกลางอนุมัติ ท้องถิ่นจะต่อต้านระบบนี้มาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั้นๆ ควรจะเป็นผู้ดูแล แต่ยังไม่สามารถทำได้ เช่น กรณี ก.ล.ต. เคยขอให้กระทรวงพาณิชย์แก้กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ดำเนินการแก้ให้ รวมถึงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าย พ.ศ.๒๕๔๓ สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องการให้มีการถ่ายโอนอำนาจดังกล่าวจากกระทรวงพาณิชย์มาสู่ ก.ล.ต. ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง
ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยจังหวัดอ่างทอง
ในอดีตผู้ประกอบการมี Allied Retail Trade (ART หรือบริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จำกัด) เป็นตัวแทนในการเรียกร้อง และปกป้องสิทธิของผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย แต่ปัจจุบันบริษัทนี้ล้มละลาย เลิกกิจการไปแล้ว การประชุมในห้องนี้มีตัวแทนจากภาคผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยน้อยมาก ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยจากจังหวัดอ่างทองได้ชี้แจงว่าได้เคยไปเดินขบวนประท้วงในปี พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๔๙ เพราะตลาดวิเศษไชยชาญถูกไฟไหม้ เจ้าของร้านค้าได้รับความเดือดร้อนมากแทบจะล้มละลายกัน แต่ก็ยังมีห้างค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่มาเปิดบริการซ้ำเติม ซึ่งก็ได้ติดต่อให้เจ้าของที่ดินอย่าขายที่ดินแต่ก็ไม่สำเร็จ ไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เทศบาล ก็ไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งต้องไปร้องต่อกระทรวงพาณิชย์ จนถึงถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่เคยได้ทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งนี้เลย จึงขอเสนอแนวคิดเหรียญสองด้าน คือ ฝ่ายผู้บริโภคได้กล่าวไว้นั้นมีเหตุผล แต่ต้องแยกความแตกต่างของเมืองกับชนบทให้ออก สังคมเมืองมีความเป็นบริโภคนิยมสูงซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด แต่เมื่อร้านค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่มีการเปลี่ยนรูปแบบเป็นขนาดเล็กกระจายตัวสู่ระดับอำเภอ และตำบล เป็นการแย่งพื้นที่ทำกิน เราไม่ได้ต้องการขับไล่ เพียงแต่ขอให้แบ่งพื้นที่ให้ทำกินบ้าง ซึ่งคิดว่ากฎหมายผังเมืองน่าจะช่วยได้ รวมถึงเรื่องลดราคาสินค้าจะทำก็ทำได้ แต่ต้องทำตลอดไปไม่ใช่แค่เพื่อทำลายคู่แข่ง และหากจะต้องรอนักการเมืองเข้ามาแก้ไข คงสายเกินไป และมีความเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายไชยา สะสมทรัพย์) ที่ต้องเสนอเรื่องร่างดังกล่าวมาถึงสามครั้ง แต่ก็ถูกดึงกลับทุกครั้ง จึงควรเร่งหาทางแก้ไข และขอทราบว่า คณะอนุกรรมการฯจะมีแผนการดำเนินการต่อไปอย่างไร
นายปรีดา เตียสุวรรณ์
คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค จำเป็นต้องหาดุลยภาพโดยยึดผู้บริโภคเป็นหลัก รวมถึงการเคารพประวัติศาสตร์ แต่ก็ปฏิเสธ Modern Trade ไม่ได้ เพราะประเทศต้องการความหลากหลายจึงจำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย
หลังจากมีการสรุปผลการสัมมนาแล้วจะดำเนินการทำความเห็นเสนอคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
๓. ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย
ต้องให้มีการจัด Zoning และใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอยู่ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีกฎหมายค้าปลีกค้าส่งเป็นกฎหมายหลักด้วย
ในร่างพระราชบัญญัติฯ มีแต่เรื่อง Zoning และวันเวลาเปิดปิด ซึ่งควรจะต้องมีเรื่องการคำนวณปริมาณพื้นที่การประกอบธุรกิจค้าปลีก เทียบกับจำนวนประชากรในแต่ละพื้นที่ด้วย และขอสนับสนุนให้ร่างนี้มีผลบังคับใช้เท่านี้ไปก่อนเพราะไม่มีเวลารอต่อไปอีกแล้ว ในการนี้ ได้ยกตัวอย่างอำเภอที่ห่างไกลอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หญิงพิการคนเดียวต้องหาเลี้ยงลูกโดยการนำของมาขายเล็กน้อยแค่เพียงพอกิน ประชาชนในละแวกก็มีความเอื้ออาทรช่วยเหลือซื้อของ แต่เมื่อมี Tesco มาเปิดบริการก็ขายของไม่ได้เลย จนปัจจุบันหญิงพิการรายนั้นยังหาอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเองไม่ได้เลย
๔. ผู้บริโภค
ถ้ากฎหมายที่มีอยู่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องวัตถุประสงค์ของการใช้บังคับ ก็จำเป็นต้องให้มีกฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ จึงเห็นควรต้องมีพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ. .... แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องโทษจำคุก และควรให้มีการลงโทษโดยให้หยุดกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ร้านโชห่วยก็ต้องปรับตัวตามและควรให้ความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคด้วย Modern Trade ก็เช่นกัน
นายธานินทร์ ผะเอม
ต้องไม่เอาเรื่องกฎหมายมาปะปนกับเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องบริหารจัดการของประเทศเราซับซ้อนมาก ซึ่งหากเอาไปปะปนกับกฎหมายก็จะกลายเป็นว่าเราต้องการกฎหมาย ซึ่งไม่ถูกต้องยกตัวอย่างกรณีมาตรา ๒๕ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๒ แต่เพิ่งจะมีแนวทางปฏิบัติหลัก ๆในเรื่องความหมายของผู้มีอำนาจเหนือตลาด ต้องใช้เวลาถึง ๘ ปี แสดงให้เห็นว่าวิธีการใช้กฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย
ส่วนเรื่องเมืองหลวงและต่างจังหวัด ต้องจัดการต่างกัน เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่ต่างจังหวัดได้รับงบประมาณโดยตรง เป็นกลไกในการให้ท้องถิ่นกำกับดูแลท้องถิ่นเอง จะเป็นผลดีในระยะยาว ดังนั้นหากมีกฎหมายก็ควรเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นเหล่านี้ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาเอง
การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาอย่างเดียว เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ต้องพัฒนาผู้ประกอบการร่วมด้วย (ถึงแม้บริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จำกัด หรือ ART) จะเลิกไป ก็ไม่ควรละทิ้ง ต้องให้มีการพัฒนาบริษัทรูปแบบนี้ต่อไป) วิธีการที่ดีที่สุดน่าจะคือแบ่งพื้นที่ให้ทั้งรายใหญ่และรายย่อยแข่งขันกันได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ส่งเสริม และต้องช่วยเหลือโชห่วยให้สามารถปรับตัวได้ ศึกษาจาก Wal Mart ก็เริ่มต้นจากร้านโชห่วยเล็กๆ แต่โชคดีได้แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยไม่สูงมาก แสดงให้เห็นว่านอกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว ภาคการเงินก็มีส่วนสำคัญ อาจมีมาตรการช่วยเหลือโดยอาจให้ SMEs สามารถกู้เงินได้โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าระดับปกติ เป็นต้น จึงควรพัฒนาทุก ๆ ด้านพร้อม ๆกันไป
๕. ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่
การประกอบธุรกิจต้องมีธรรมาภิบาล และให้ใช้กฎหมายที่มีผลบังคับอยู่แล้วไปก่อน รวมถึงเอกชนต้องช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ด้วย
๖. สมาคมค้าปลีก
กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองมีหลายเหตุผลที่ทำให้ใช้ไม่ได้ผล ซึ่งควรพิจารณาปรับปรุงควบคู่ไปกับการร่างกฎหมายใหม่ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฯ นี้มาตรา ๒๐ คือหัวใจต้องกำหนดให้ดี และการกำหนดต้องดูความต้องการของสังคมด้วย เช่น อาจมีการกำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมควบคู่กับเรื่องอื่นๆด้วย เป็นต้น
๗. นายวิโรจน์ วาทินพงศ์พันธ์
กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้ามุ่งควบคุมพฤติกรรมการแข่งขัน แต่เรื่องกฎหมายว่าด้วยการค้าปลีกค้าส่งนั้นมุ่งหมายที่จะควบคุมโครงสร้างทางกายภาพ และมาตรการทางเศรษฐกิจ ซึ่งนำมาจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นใช้แล้วไม่เกิดผล จึงหันมาใช้มาตรการทางสังคมแทน และในส่วนของคำจัดความคำว่า “เป็นธรรม” นั้น ประเทศญี่ปุ่นต้องใช้เวลาถึง ๕๐ ปี จึงสามารถสรุปความหมายได้ ซึ่งเกิดจากการศึกษาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ ๑. การลดการแข่งขัน ๒. พื้นฐานการแข่งขัน ๓. องค์ประกอบการแข่งขัน ความเป็นธรรมนี้ต้องตีความต่อไปอีกว่าเป็นธรรมสำหรับใคร ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย
ควรมีกฎหมายคว่าด้วยการวบคุมดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงดุลยภาพและการใช้เทคโนโลยี รวมถึงการรักษาสภาพสังคม วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นและของประเทศ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคด้วย
รูปแบบของกฎหมาย สนับสนุนให้มีกฎหมายพิเศษมาดูแลเฉพาะ แต่ก็มีหลายท่านที่เห็นว่ากฎหมายเดิมที่มีอยู่ก็ใช้ร่วมกันได้ เช่น กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง การกำหนดเวลาเปิดปิด แต่ต้องมีการประสานงานระหว่างองค์กรที่ดี และยังต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านอื่นๆด้วย เช่น สิ่งแวดล้อม ดุลยภาพระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย และผู้บริโภค ใรวมถึงการใช้ CSR จะทำให้เกิด Fair Trade และต้อง Fair กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย
สำหรับในส่วนของผู้บริโภคนั้นก็ให้เป็นไปตามกลไกทางเศรษฐศาสตร์ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ผู้บริโภคให้มากด้วย
ให้คำนึงว่าดุลยภาพไม่อาจเกิดได้จากการใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ การให้มีการรวมกลุ่ม (Cluster) ตลอดจนบทบาทของรัฐในการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี Logisticsและ Finance ต้องมีการร่วมมือกันจากทุกฝ่ายจึงจะเกิดความยั่งยืน
(มีต่อ)