ฉันตั้งใจไปที่ GOTOKNOW

-เช้านี้ตื่นตี 5 -ออกไปเดิน   -ไปตลาด -ใส่บาตรพระสงฆ์ 5 รูป ซื้อโจ๊กกลับบ้าน 2 ถุง

- ถึงบ้านเปิดคอมฯ

-ทำความสะอาดบ้าน

-รดนำต้นไม้

-ฉันหมดภารกิจยามเช้า ฉันตั้งใจไปที่ GOTOKNOW

-ตั้งใจจะบันทึกกิจกรรม LEMONADE มองไปที่หน้าจอ -เปลี่ยนใจไม่บันทึก

 ขออ่านก่อนเผื่อจะมีใครสักคนช่วยชี้แนะเรื่องคาใจได้

และฉันก็พบความอบอุ่นอีกครั้ง จากบันทึกนี้

 

http://gotoknow.org/blog/krutoiting/224614?page=1#959395

 

 ฉันตัดสินใจ วางโปรแกรมในวันนี้ใหม่ ฉันไม่ไปซื้อต้นไม้ ที่ น้ำพุ แล้ว แต่ ฉันควรไปหาเพื่อนผู้ป่วยรุ่นพี่

เพราะพี่หมอเจ๊ คนเดียว

PPPPPP

รู้จักพี่หมอเจ๊ก่อน ที่นีค่ะ

ฉันนึกถึงพยาบาลที่น่ารักของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่อยู่ชั้น 5 ตึกอุบัติเหตุขึ้นมาทันที วันนี้เธอคงแปลกใจที่ฉันมาชวนผู้ป่วยคุยเรื่องงานเครียดๆ ฉันจึงตัดสินใจ print  บทความของพี่หมอเจ๊ไปฝากเธอ

พอพูดถึงพยาบาล ฉันนึกถึงบทความตอนหนึ่งในหนังสือชื่อ

 "เดอะ ท็อป ซีเคร็ต" ของทันตแพทย์สม สุจีรา

และขอคัดลอกมาเล่าสู่กันฟัง ในหนังสือมีใจความตอนหนึ่งว่า  

"วิชาชีพที่มีโอกาสสร้างบุญกุศลมากที่สุด และต้องอดทนต่อแรงกระแทกของจิตลบมากที่สุด คือพยาบาล  ทุกๆวัน ต้องพบเจอกับทุกขเวทนา แม้ที่สุดคือความตายอยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่คนเจ็บป่วย ความรู้สึกทางลบทั้งของผู้ป่วย และญาติพี่น้องจะผุดขึ้นมาง่ายกว่าปกติ ..............ในทางตรงข้ามควรป้อนความรู้สึกบวกเข้าไปในตัวผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความรู้สึกสามารถฝังอยู่ในจิต และข้ามภพข้ามชาติได้ เป็นพันหมื่นชาติภพ  ขณะเจ็บป่วยจิตใต้สำนึกจะเปิด การสร้างความประทับใจให้ผู้ป่วย เขาจะจำได้ไปชั่วสังสารวัฐ ไม่ว่าจะเกิดใหม่เป็นอะไร จะตายอีกกี่รอบ ถ้ามีโอกาส เขาจะตอบแทนความรู้สึกดีๆนั้นกลับมาอย่างแน่นอน   ในแต่ละวัน พยาบาลมีโอกาสได้ประทับความรู้สึกบวกลงไปในจิตใต้สำนึกคนมากมาย ซึ่งอาชีพอื่นไม่มีโอกาสเปิดจิตใต้สำนึกคนอื่นได้ง่ายขนาดนี้ ถือว่าเป็นโอกาสอันดีของพยาบาล"

อีกตอนหนึ่งที่ทันตแพทย์สม สุชีรา เขียนไว้ น่าคิด อาชีพอื่นก็นำไปใช้ปฏิบัติได้  คือหลักธรรม พรหมวิหาร4 คือ  ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และโดยเฉพาะอุเบกขา ท่านกล่าวไว้ว่า"อุเบกขาคือการวางเฉย ไม่ใช่ไม่ทำอะไร แต่หมายถึงการวางเฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ"

 เมื่ออ่านบทความต่อ และมองเห็นภาพ พยาบาลถูกกระทบกระแทกทางอารมณ์จากผู้อยู่รอบข้างแล้วทำให้รู้สึกเห็นใจ พยาบาลมากนัก  เพราะหากพยาบาลไม่มีอุเบกขาแล้ว จิตของพยาบาลคงจะชีช้ำ กระปลีดองแน่เลย

ในตอนท้ายของบทความ ซึ่ง ทันตแพทย์สม สุจีรา เขียนไว้  ยังได้กล่าวถึงทุกข์ของพยาบาล ดังนี้

"ในบางครั้ง โรคบางโรคก็หมดทางรักษา การวางอุเบกขาเป็นการดึงจิตที่ทุ่มเทไปกับเมตตา กรุณา ให้ออกมาเป็นเพียงผู้ดู ถ้าเมตตากรุณาสูง แต่ไม่มีอุเบกขา ชีวิตของพยาบาลจะทุกข์มาก ทุกข์กว่าคนไข้เสียอีก บางคนมานั่งร้องห่ม ร้องไห้ เมื่อเห็นคนไข้ที่ตนดูแลเสียชีวิต ให้มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกรรม และกฎแห่งธรรมชาติ เราทำดีที่สุดแล้ว และคนไข้ก็ได้รับสิ่งที่ดีทีสุดแล้วทั้งทางกาย วาจา และใจ ก่อนจากไป การตายเป็นเพียงการเกิดใหม่ เป็นการหมดกรรมของเขา  ถ้าเขาอยู่ต่อก็ต้องทนทุกข์ทรมานอีกไม่สิ้นสุด "

 ฉันพลันนึกถึงหลานฉัน ญาติพี่น้องและเพื่อนๆที่เป็นพยาบาล ฉันมองเห็นภาพวุ่นๆ ที่เดินคล้ายวิ่งช่วยเหลือผู้ป่วย ช่วยเหลือญาติผู้ป่วย  โอ๊ะ ฉันเหนื่อยแทน  3 -4 ปีผ่านมา ฉันเองก็เปลี่ยนไป ฉันนั่งรอคุณหมอได้อย่างสงบ จนน้องพยาบาลเกรงใจ พูดว่า คุณป้ารอนานจังเลย แจ้งชื่อแล้วยังคะ คุณหมอมีเคสด่วน ผ่าตัดค่ะ  ฉันก็จะยิ้ม และกล่าวขอบคุณเธอ เพื่อไม่ให้เธอกังวล ฉันมักมีหนังสือติดตัวไป 1 เล่ม เสมอ หากมีผู้ป่วยหลายๆ คน ฉันจะทักทาย ชวนคุย ทำให้ฉันได้เรียนรู้นอกตำรา มีเรื่องเล่าให้ลูกๆฟังมากมาย หากไม่มีอะไรน่าสนใจฉันก็จะนั่งทำสมาธิ หลับคอย ดีเสียอีก สำหรับแบบฝึกหัดในสไตล์ ที่ไม่ใช่สไตล์ตามตำรา

ที่นี้ วันนี้ ประเทศไทย ชะชะช่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันดีใจ เป็นที่สุด  แต่

ให้ตายเถอะ โรบิน ! เจ้าพลาดไปแล้วที่ไปสยบความคิดผู้ป่วย ไม่ให้กังวลเรื่องงาน

 ฉันบอกกับตัวเอง  แต่ ฉันยังไม่ตาย ให้โรบินตายก่อนอิอิ

หลังจากทำตามพี่หมอเจ๊แล้วผลเป็นอย่างไร จะมาบอก ครับ พี่น้อง .....

เมตตา กรุณา มุติตา อุเบกขา

 เพิ่มเติมข้อมูล พรหมวิหาร 4 ที่นี้

ฟังธรรมะกันนะคะ ที่นี่ค่ะ