ผมเคยอ่านเจอทฤษฎีการทำงานของต่างประเทศ ชื่อว่าทฤษฎี 80/20
ทฤษฎี 80/20 สรุปได้ว่า (ผมอาจสรุปคลาดเคลื่อนไปบ้าง) ในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในแต่ละครั้ง ให้ทำในส่วน 20 % ก็พอ ส่วนใหญ่มักจะทำในส่วน 80 % ซึ่งทำไปแล้วก็เหนื่อยและไม่มีประสิทธิภาพ
เรื่องนี้ ในการทำงานจริง ผมเห็นหลายครั้งหลายงานครับที่มักทำงานในส่วน 80 %
สมัยที่ผมเป็นลูกน้องเขา ผมเห็นนายวางแผนการทำงานมาก ระดมคน ระดมเงิน ระดมทรัพยากรอย่างมากมายในการทำงานชิ้นหนึ่ง แต่งานออกมามันไม่มีประสิทธิผลครับ บางครั้งทำออกมาแล้วไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลย ที่เรียกว่ามีแต่ประสิทธิภาพการทำงาน แต่ขาดประสิทธิผลของผลงาน เพราะมัวไปทำในส่วน 80 % ซึ่งเป็นประสิทธิภาพ
เมื่อตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน เป็นนายเต็มตัว ผมลองนำทฤษฎี 80/20 มาใช้ครับ ผมวิเคราะห์วัตถุประสงค์และเป้าหมายของงานที่ต้องการจริง ๆ แล้วผมก็ทำในส่วนนั้น ซึ่งวิเคราะห์กันจริงๆ แล้ว ทำแค่ 20 % งานก็ออกมาสำเร็จ และ มีประสิทธิภาพตามที่เราต้องการครับ
ส่วนใหญ่ที่ไปหลงทางทำในส่วน 80 % เพราะ
1.วิเคราะห์งานไม่ออก
2. หลงไปกับเกณฑ์ ที่แทนจะเป็นตัวช่วยให้งานชัดเจน กลับเป็นตัวลวงพาให้หลงทาง และ เหนื่อยมากขึ้น
3.ติดในรูปแบบ
4.ชอบทำงานแบบผักชี
5.ต้องการแสดงว่าฉันเก่ง ฉันขยัน ฉันทำงานมาก
ช่วงที่ผมทดลองทำงาน 20 % เป็นช่วงที่ผมคิดว่าผม “เสี่ยง” พอสมควร เพราะ
1. หลายคนไม่คุ้นกับการทำงานแบบนี้
2. ฝืนวัฒนธรรมการทำงานเดิม
3. หลายคนไม่เชื่อว่าจะสำเร็จ
4. ผมค่อนข้างถูกต่อต้าน
แต่ผลที่ออกมา “ประสบผลสำเร็จ” ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายทุกประการ ครับ
การทำงาน 20% จะว่าไปแล้ว ดูเหมือนทำงานง่ายๆ ทำงานแบบคนขี้เกียจ แต่เบื้องหลังก็ต้องมีเทคนิคครับ นั่นคือ
1. ต้องวิเคราะห์งานให้ออก เพื่อสังเคราะห์ออกมาเป็นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของงาน
2. ต้อง “เดาใจ” คนประเมินผลงานได้ ว่าเขาต้องการอะไร
ตอนนี้ ผมเห็น หลายคน บ่นว่าเหนื่อยก็เพราะมัวไปทำในส่วน 80 % ครับ
ขอบคุณครับ
ในมุมมอง
การทำงาน...ต้องอาศัยองค์ประกอบอะไรหลายๆอย่าง
แต่ก็พยายามทำดีที่สุดค่ะ :)
ถ้าเข้าใจงาน...เข้าใจในบริบทอะไรอีกมากมาย
จะทำให้งานออกมาดีมีคุณภาพ
วันนี้เริ่มแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนค่ะ พฤหัสบดีหน้าชิงชนะเลิศ
ต้องไปโรงเรียนแล้วค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
ขอท่านรองฯมีความสุขในวันหยุด และทุกๆวัน นะคะ
ขอบคุณค่ะ
เกาะช้าง ค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับท่าน รอง
การทำงานมีองค์ประกอบหลายอย่างจริงๆครับ
ต้องมองให้ออก
ตรงประเด็นมากครับ สำหรับความคิดเห็น
สวัสดีค่ะ ท่านรอง
ใยมดรู้จากครูคิมจากบันทึก ปลาอะไรไม่มารยาท ของใยมด
พี่ผู้ชายเล็ก คือท่านรอง
อิอิ เรียกพี่ผู้ชายเล็กมาตั้งนาน
บันทึกนี้มีสาระน่ะค่ะ งั้นใยมดมาแล้วก็ไปแล้วน่ะค่ะ
อิอิ ไปแย้วๆๆๆๆๆๆ
โชคดีมีความสุขค่ะท่านรอง
สวัสดีค่ะ ท่านรองฯ
ต้อง “เดาใจ” คนประเมินผลงานได้ ว่าเขาต้องการอะไร ขอบคุณค่ะท่านรองฯ ขออนุญาตนำข้อนี้ไปใช้นะคะ ส่วนข้อแรกทำไปแล้วค่ะ ซึ่ง นำไปใช้โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบ ไม่เช่นนั้นต้องทำ 80% เสียเวลา ทำแค่ 20% ซึ่งก็ได้ผลจริงค่ะท่านรองฯ ขอบคุณมากค่ะ
ด้วยความเคารพ
การทำงานมากกับการทำงานเป็นต่างกัน
ทำสวนผลไม้หนึ่งสวน ผลผลิตเต็มต้น
คนที่หนึ่ง ไล่เก็บผลไม้ ต้นที่ ๑ ขึ้นจากล่างสู่บนด้วยความอุตสาหจนหมดผลไม้ แล้วจึงเก็บต้นทื่ ๒ ต้นที่ ๓ ใช้เวลาในการเก็บ ๘๐ และได้ผล(ไม้) ๒๐
คนที่สอง เก็บผลไม้ จากข้างล่างของทุกต้นก่อน ใช้เวลาเก็บ ๒๐ ได้ผล(ไม้) ๘๐
ทันขาย ได้กำไรดี
จะเห็นได้ว่า กฎเกณฑ์ ๘๐/๒๐ นั้น ก็หมายความว่า ทุ่มเทเวลา ๒๐ เพื่อได้ผล ๘๐
แต่คนทำงานส่วนใหญ่มิได้เป็นเช่นนั้น
ทุ่มเทแรงงาน แรงใจ ไปมากมาย แต่ผลลัพภ์ที่ได้มากลับน้อยนิดเดียว
จึงควรต้องวิเคราะห์ความสำคัญและลำดับของงานให้ชัดเจน
สวัสดียามเช้าครับ ท่านรองที่รัก อิอิ หายหน้าหายตาเพราะไปเข้าสวนมาขอรับ มารายงานตัวพร้อมแสงตะวันแล้วคร๊าบพี่น้อง
หากตะวันพลันเปลี่ยนบูรพา
คือที่มาทางทิศลิขิตเกิด
สาดส่องแสงอุษาอรุณเลิศ
งามพริ้งเพริด...ใจตะวันนั้นค่าควร
แหล่งกำหนดกฎเกิดคือที่ออก
ตะวันออกบูรพามิมาหวน
พิไรร่ำพลบค่ำถึงรังจวน
เช้าเจ้าด่วน...เปล่งแสงรัศมี
ตราบตะวันหันขึ้นตะวันออก
เหมือนบ่งบอกกำลังหวังใจคงที่
หากตราบใดอาทิตย์เคลื่อนไม่เลือนหนี
ใจพอมี...ความหลังพลังใจ
จะถือเอาบูรพาเป็นที่ตั้ง
เป็นที่หวังแห่งแสงตะวันให้
ตะวันออกอาทิตย์ขึ้นเสมอไป
แรงผลักใส..ความหวังยังพอมี....
บางเรื่อง บางงาน ทำนิดเดียวก็พอครับ
ผมไม่อยากบอกว่าเรื่องใด
ทั้งงานราษฎร์งานหลวง ขยันจังเลยนะครับ
เสริมเติมเต็มให้สมบูรณ์
สวัสดีค่ะท่านรอง..
อิอิ... คิดถึงๆๆค่ะ สบายดีไหมคะ
การทำงาน เห็นด้วยค่ะ ว่าต้องมีการวิเคราะห์งานให้ออกค่ะ อะไรคืองานสำคัญมากและลำดับรองลงไปค่ะ
ขอบคุณคุณพอลล่ามากครับ
เป้าหมายตั้งไว้ ส่วนวิธีการขึ้นอยู่กับปัจจัยตามบริบทแห่งองค์กรนั้นๆ
ตรงนี้ดีมากครับ ขอบคุณครับ