
...
เป็นที่ทราบกันดีว่า คนเราควรจะดื่มน้ำให้มากพอทุกวัน ทีนี้... การดื่มน้ำให้มากพอจะป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันหรือโรคหัวใจได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบจากจดหมายข่าวโรงพยาบาลลอร์เดส เฮลต์ สหรัฐฯ มาฝากครับ
ผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 20,000 คนพบว่า คนที่ดื่มน้ำมากพอ คือ วันละ 5 แก้วๆ ละ 8 ออนซ์ (1 ออนซ์ = 30 มิลลิลิตร > 8 ออนซ์ = 240 มิลลิลิตร > 5 แก้ว = 1,200 มิลลิลิตร = 1.2 ลิตร) มีความเสี่ยงหรือโอกาสตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน (heart attack) และการตายจากโรคหัวใจอื่นๆ น้อยกว่าคนที่ดื่มน้ำน้อยมาก คือ วันละน้อยกว่า 2 แก้วดังตาราง
...
การศึกษานี้พบว่า การดื่มน้ำมากกว่าวันละ 2 แก้ว คือ วันละ 3-4 แก้วก็ช่วยลดโอกาสตายจากโรคหัวใจได้เช่นกัน
ผู้เขียนขอเรียนเสนอว่า ค่อนไปทาง 5 แก้วน่าจะปลอดภัยกว่า 3-4 แก้ว เนื่องจากเมืองไทยเรามีอากาศแบบร้อนชื้น เหงื่อออกได้ง่าย
...
ตารางที่ 1: แสดงโอกาสตายจากโรคหัวใจของคนที่ดื่มน้ำพอ เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้ำน้อยมาก
| เพศ | โอกาสตายจากโรคหัวใจน้อยลง |
| ผู้ชาย | 54% |
| ผู้หญิง | 41% |
...
![]()
ภาพหัวใจผ่าซีกจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ]
...
![]()
ภาพหัวใจและหลอดเลือดหัวใจจากพีเดีย > [ Wikipedia ]
...
ทีนี้จะสังเกตได้อย่างไรว่า ตอนนี้น่าจะดื่มน้ำน้อยเกินไปแล้ว... คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้คือ
- รู้สึกหิวน้ำ (อาการหิวน้ำมักจะมาช้ากว่าอาการขาดน้ำเสมอ)
- ปัสสาวะน้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง
- ปัสสาวะสีเหลืองเข้มทั้งๆ ที่ไม่ได้กินยาอะไร
...
ตรงกันข้ามจะสังเกตได้อย่างไรว่า ตอนนี้น่าจะดื่มน้ำมากเกินไปแล้ว... คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้คือ
- ปัสสาวะบ่อยเกิน 1 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง
- ดื่มน้ำมากจนเกิดอาการกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD > โปรดดูจากลิ้งค์ด้านล่าง) เช่น มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมขย้อนขึ้นมาหลังดื่มน้ำ ฯลฯ
...
เรื่องการดื่มน้ำก็คงจะคล้ายกับเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องของชีวิตที่อาจารย์ชูมากเกอร์กล่าวไว้ว่า "มากไปก็ไม่ดี (Too much is not enough)"
ท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์เยอรมันที่อพยพไปอยู่ในสหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ) สมัยสงครามโลก ตอนนั้นรัฐบาลอังกฤษส่งท่านไปช่วยพม่าพัฒนาเศรษฐกิจ
...
เมื่อไปอยู่พม่าพักหนึ่งก็พบว่า การอยู่แบบพอเพียง เรียบ ง่าย ประหยัดแบบชาวพม่านั้น... แม้จะจนก็มีความสุขมากกว่าชาวอังกฤษ แถมยังพึ่งพิงตัวเองได้ดี จึงแนะนำรัฐบาลอังกฤษยุคนั้นให้ขอความช่วยเหลือจากพม่าแทน
ท่านได้เขียนหนังสือออกมาหลายเล่ม เช่น "น้อยๆ ละดี (Small is Beautiful)" , "มากไปก็ไม่พอดี (Too much is not enough)" ฯลฯ ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองทั่วโลก
...
สาเหตุที่การดื่มน้ำให้พอมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจอาจเป็นผลมาจาก "ความหนืด (viscosity)" ของเลือดที่ลดลงเมื่อร่างกายได้รับน้ำมากพอ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ง่ายขึ้น
ถ้าร่างกายขาดน้ำ... เลือดจะมีสัดส่วนของเม็ดเลือดและโปรตีนเพิ่มขึ้น น้ำน้อยลง ทำให้หนืดขึ้น ไหลเวียนช้าลง และเกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น
...
ถ้าร่างกายได้รับน้ำมากพอ... เลือดจะมีสัดส่วนของเม็ดเลือดและโปรตีนลดลง น้ำมากขึ้น ทำให้หนืดน้อยลง ไหลเวียนเร็วขึ้น และเกิดลิ่มเลือดได้ยากขึ้น
เรียนเสนอให้พวกเราดื่มน้ำให้พอ และขอ "พอดี" ด้วยครับ (อย่าให้ถึงกับมากเกิน)
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ขอแนะนำ
- 11 วิธีลดเสี่ยงเกิร์ด(GERD)หรือโรคกรดไหลย้อน
- [ Click ]
...
- 10 วิธี ป้องกันท้องอืดจากโรคกรดไหลย้อนกลับ (GERD)
- [ Click ]
...
- 17 วิธีต้านโรคกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง (LPR/GERD)
- [ Click ]
...

ที่มา
...
-
Thank Lourdes Health System > Drinking water lowers heart disease risk > [ Click ] > November 2008.
...
- ข้อมูลในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
- ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
...
- ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 17 พฤศจิกายน 2551.
...
- สงวนลิขสิทธิ์บทความในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และ "บ้านสาระ" > ยินดีให้นำไปใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ หรือเผยแพร่ความรู้ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า.
...
เคยอ่านจากจดหมายข่าวแพทย์สภาฉบับที่ 5พค.50 อาจารย์นพ.พินิจ กุลละวณิชย์แนะนำให้ดื่มน้ำในช่วงเล่นกีฬาให้ทะยอยดื่ม 250 ccทุก 15 นาที ไม่ใช่ดื่มครั้งเดียว 1ลิตร เพราะร่างกายดูดซึมน้ำไม่เกินชั่วโมงละหนึ่งลิตรค่ะ
เป็นข้อมูลแต่ไม่มี reference ให้อาจารย์นะคะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมออัจฉรา...
เรียนเสนอให้ท่านผู้อ่าน...