มีคนมาถามผมและอ.แม ในการไปร่วมงานลอยกระทงที่วัดพิกุลทอง เมืองกลันตันว่า ที่นี้ต่างจากที่เมืองไทยหรือเปล่า ฮือ เป็นคำถามที่ตอบยากครับ เพราะ อ.แม เปรยกับผมว่า นี้คือครั้งแรกในชีวิตที่มาร่วมงานลอยกระทง ฮาฮาฮา แล้วการร่วมงานลองกระทงครั้งแรกก็ดันมาร่วมที่ต่างประเทศเลย ส่วนผมเองครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิตครับ ครั้งแรกคือตอนอยู่ปีสี่ มอ.ปัตตานี ทั้งๆ ที่ มอ.จัดงานลอยกระทงทุกปีครับ แต่ผมเข้าไปสังเกตการณ์เพียงครั้งเดียว ฮิฮิ
ผมหาข้อต่างได้สามข้อหลักๆ ครับ คือ ที่กลันตันจัดที่วัด โดยเริ่มงานทั้งหมดที่วัด แล้วจึงแห่ขบวนกันไปที่ท่าน้ำเพื่อลอยกระทง ข้อที่สองคือ บางชุมชนไม่ได้จัดในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง แต่จะเลือกเอาเฉพาะวันศุกร์หรือวันเสาร์ที่ใกล้เคียงแทน เนื่องจากหากจัดวันอื่น คนเข้าร่วมจะน้อย ข้อที่สามคือ ไม่มีการประกวดนางนพมาศ ออ.แต่มีนางนพมาศนะครับ หลายคน อันนี้ผมไม่แน่ใจว่า ทุกชุมชนในเมืองไทยมีประกวดหรือเปล่า แต่ที่รู้มาว่า ส่วนใหญ่การประกวดนางนพมาศเป็นกิจกรรมหลักของงานลอยกระทง
ช่วงเวลาของเดือนสิบสอง เป็นช่วงฤดูฝนของทางภาคใต้ของไทยและภาคเหนือของมาเลย์ครับ จนกระทั่งท่านกงศุลไทย ประจำรัฐกลันตัน เสนอว่า ที่มาเลย์ควรจัดเดือนสองมากกว่า นอกจากไม่มีฝนแล้ว ยังแปลงแพลงลอยกระทงได้ไม่ยากด้วย (ไอเดียดีครับท่าน)
(แสงจันทร์โดนบังด้วยเมฆ)
การเก็บข้อมูลของผมในคืนลอยกระทง ก็มักจะเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านครับ ว่า อาจารย์ไปดูที่ตรงโน้นสิ ตรงนี้สิ สุดท้ายผมและอ.แม ก็นั่งชมกิจกรรมบนเวทีอยู่นานครับ จากนั้นผมก็แยกกับอ.แม เพื่อมาสังเกตบรรยากาศภายนอก แล้วที่เจอคือ บริเวณวัดเต็มไปด้วยคนจริงๆ ผมเดาว่าไม่น้อยกว่าหมื่นคนครับ
(นางนพมาศกลันตันครับ)
งานลอยกระทงปีนี้ของตุมปัตมีผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจากฝั่งมาเลย์และฝั่งไทยเข้าร่วมอย่างคึกคักครับ ฝ่ายไทยมีท่านเตช บุญนาค ซึ่งเป็นผู้นำกฐินพระราชทาน มาเข้าร่วม และขณะที่มาเลย์มีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวมาร่วมงาน และตัวแทนจากรัฐกลันตันก็หลายท่านครับ
(งานแสดงบนเวที ก่อนพากันไปลอยกระทง)
ด้วยความบังเอิญครับ อ.แม ได้เจอคนสำคัญคนหนึ่งเข้าคือ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์กลันตันครับ พอได้คุยเรื่องวิจัยที่เรามาทำ เขาก็บอกว่าที่พิพิธภัณฑ์มีนักวิจัยเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมของรัฐอยู่ และทำเรื่องของชนกลุ่มน้อยหลายเรื่อง ก็เลยได้มีรับเชิญให้ไปพบที่พิพิธภัณฑ์ครับ

(ที่นี้ก็มีทั้งกระทงโฟมและกล้วยครับ มีทั้งมาคู่ มาเดี่ยว และมาเป็นครอบครัว)
กำหนดการวันต่อมาเลยเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตอนเช้า จากเดิม ผมตั้งใจจะนอนเขียนรายงานที่โรงแรม มาเป็นการไปพิพิธภัณฑ์ ปรากฏได้ข้อมูลเยอะมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทความวิชาการหลายเรื่องทีเดียว การนั่งคุยกับนักวิจัยยิ่งนานยิ่งลึกครับ สรุปว่า เกือบเที่ยง เราจึงออกจากพิพิธภัณฑ์มาได้
เนื่องจาก ผมจอดรถไว้หน้าพิพิธภัณฑ์ครับ เพราะเข้าไม่ให้นำรถเข้า ดังนั้นต้องออกมายอดเหรียญค่าจอดรถครับ จนสุดท้ายหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ต้องใช้ให้ผมเอารถมาจอดในพิพิธภัณฑ์เลย โดยให้จอดหน้ารถของท่านเลย (ฮิฮิ ต่างประเทศ ผมยังซ่าได้)
กำหนดการที่ต้องเปลี่ยนคือการเข้าสัมภาษณ์มุขมนตรีครับ เนื่องจากท่านป่วยกระทันหัน ทางฝ่ายประสานงานก็เลยขอเปลี่ยนเป็นวันศุกร์ โดยเขาจะให้เราเข้าพักที่บ้านพักรับรองของรัฐแทน เนื่องจากเขาคิดว่าเป็นความผิดพลาดของเขา งานนี้มีผมคนเดียวครับที่ไม่สามารถเปลี่ยนกำหนดการกลับได้ เนื่องจากวันศุกร์มีสอนเต็มๆ แต่ อ.แม และดร.ดลวนะ อยู่ต่อได้ แต่เมื่อคุยไปคุยมา สรุปว่า ทั้งสองท่านไม่อยากให้ผมกลับบ้านคนเดียว เลยโทรไปขอเลื่อนสัมภาษณ์เป็นวันที่สามสิบแทน เนื่องจากยังงัยๆ วันที่ยี่สิบเก้า ทีมวิจัยก็จะต้องกลับมาเข้าร่วมงานสัมมนาอีกครั้งที่กลันตัน เนื่องจากอันนี้ก็เป็นรายการเพิ่มเติมมาใหม่ และทีมวิจัยก็ได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมงานนี้เนื่องจากประเด็นเดียวกันคือ คนไทยในมาเลเซีย
(ถามเขาไปว่า ลอยอะไรไป เขาตอบว่า ลอยสิ่งไม่ดี ที่แน่ๆ มีการถอนผมกันก่อนลอยกระทงครับ เหมือนเมืองไทย
งานลอยกระทง เจ้าหญิงไม่เคยไป แต่งานตรุจีน ไปบ่อย เพราะญาติจะเรียนโรงเรยนจีน เวลามีงานตรุจีนเลยแห่กันถือโคมไฟ
แหมอาจารย์ ไปลอยกระทงถึงต่างแดนเชียว..
ขอบคุณครับ เจ้าหญิง
ครับ รอบนี้ลอยกระทงต่างแดน
เห็นอาจารย์มีความสุขกับการทำงานก็ดีใจแล้วครับ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
อาจารย์ก็เช่นกันครับ อย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้างนะครับ ฮิฮิ