เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมและเพื่อนได้มีโอกาสได้ทำงานพิเศษโดยเข้าไปอ่านเจอในงานบริการแนะแนวของกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นเอง ถามว่าเปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ ตอบได้เลยว่าเปิดแล้วครับแต่พอดีคิดว่าอาทิตย์แรกน่าจะยังไม่ได้เรียนอะไรมากมาย แฮ!โดดเรียนก็บอกมาเลยดีกว่า จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ว่ากัน นะครับ งานที่ผมและเพื่อนๆได้ไปทำนั้นคือ การไปเป็นพี่เลี้ยงของวิทยากร ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าต้องทำอย่างไรมีบรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร จนวันที่พี่เขานัดประชุมก็รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง
งานนี้เกิดจากการจัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นนั้นเองที่เล็งเห็นว่าจะมีการสอบโควต้าของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงได้จัดติวขึ้นเป็นระยะเวลา 7 วัน วิชาที่ติวได้แก่ สังคม ภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ชีววิทยา และเคมี โดยจะให้อาจารย์ติวเตอร์ไปตามศูนย์ต่างๆของจังหวัดขอนแก่น ที่ได้แก่ ศูนย์ภูเวียง มัญจาคีรี บ้านไผ่ เมืองพล น้ำพอง และศาลาประชาคมในจังหวัดขอนแก่น ผมได้ไปประจำอยู่ที่ศูนย์ภูเวียง ในการดูแลอาจารย์ติวเตอร์นั้น ในแต่ละคนก็จะมีลักษณะนิสัยการกินที่ไม่เหมือนกัน เช่น ชอบทานน้ำเย็น เนสท์กาแฟป๋องเขียว 2 ป๋องต่อวัน
แต่บางคนก็ทานน้ำเปล่าเฉยๆนะครับ บางคนไม่กินอาการรสจัด บางคนทานน้ำอุ่น และอาหารว่างต้องเป็นแตงโม แล้วก็ต้องมีมะนาวไว้ที่โต๊ะด้วยนะเพื่อป้องกันเสียงหายนั้นเอง ก็ว่ากันไป ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างวัย แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ มาเพื่อทำให้น้องๆม.6 สอบโควตามหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ได้ ในตอนแรกผมคิดว่าแค่วิชาล่ะ 1 วันเท่านนั้น จะได้อะไรเท่าไหร่กัน คิดในใจครับแฮ!
แต่พอได้ไปสัมผัสการสอนของอาจารย์แต่ละคน ก็รู้ได้เลยว่าเป็น 1 วันที่มีค่ามาก พลาดไม่ได้ทั้งหลายทั้งปวง แต่ละท่านงัดเอาเทคนิคการสอนออกมาเพียบ ทั้งร้องทั้งเต้น ให้เทคนิคการวิเคราะห์โจทย์เวลาทำข้อสอบ ผมรู้สึกอิจฉาน้องๆจังหวัดขอนแก่นมากๆเลย แฮ่... เพราะที่จังหวัดผมไม่มีมาติวให้อย่างนี้หรอกครับ มีแต่อาจารย์ที่โรงเรียนติวให้เฉยๆตอนเลิกเรียน แต่ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์นะครับที่ช่วยทำให้ลูกศิษย์คนนี้สอบเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ครับ กลับมาดูการติวของน้องที่ศูนย์อำเภอภูเวียงกันหน่อย
แหมๆๆน้องๆๆตั้งใจเรียนกันทุกคนเลยแฮ่...
น้องทุกคนตั้งใจกันมากเลย นั่งฟังกันตาแป๋วเลยแฮ่... เท่าที่ผมได้สัมผัสน้องๆน่าจะได้ความรู้มากเลยทีเดียว น้องในจังหวัดขอนแก่นจึงน่าจะได้เปรียบเด็กจากจังหวัดอื่นไม่มากก็น้อยว่าไหมครับ แฮ่... แต่อาจจะไม่เสมอไปใช่ไหมครับ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยว่ามีความขยัน อดทนมากน้อยแค่ไหน แต่โครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ดีมากที่เล็งเห็นเรื่องโอกาสที่เด็กที่อยู่ห่างไกลจะได้มาติวกับอาจารย์ที่เก่งๆอย่างนี้แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่ทางบ้านก็แทบจะไม่มีทุนทรัพย์ที่จะส่งเสียเล่าเรียนอยู่แล้ว แล้วจะหาเงินที่ไหนมาให้ไปเรียนพิเศษอีกล่ะครับ แฮ่...ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กน้อย
นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้มาเรียน ฟรีทุกอย่าง แถมยังมีขนมแจกอีกด้วย ไม่มาเรียนก็....แล้วว่าไหมครับ แฮ่...ผมก็เก็บภาพบรรยากาศมาฝากทุกคนด้วยนะครับ

อาหารน่ากินไหมครับ ก็ส้มตำรสเลิศของอีสานนี่แหละครับ
แฮ่...น้ำลายอย่าไหลตามนะครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ พี่เทพ
เด็กสุพรรณอยากเรียนด้วยจัง อิอิ คิดถึงนะค่ะ สบายดีหรือเปล่าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ...หนูจิ
อิ่มทั้งปากท้อง และอิ่มสมอง น่าชมเชยค่ะ เยี่ยมค่ะ
มาชื่นชมกิจกรรมดีๆค่ะ.....มีความสุขมากๆๆนะค่ะ
โครงการนี้ดีนะคะ
ลุกสาวพี่ มอห้า ปีหน้าจะต้องติวแบบนี้ช่วยบอกด้วยนะคะ
เอาใจช่วยก็แล้วกัน เด็กๆเอ๋ย..