พระพุทธเจ้าคือ อุดมภาวะอันสูงสุดแห่งการฝึกตนจนจิตมีภาวะพุทธะ

พระศาสดาคือใคร..?

การสอนเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่สำคัญมากในทุกสังคมโลก  ผู้ที่ทำการสอนความรู้สามัญทั่วไปเราเรียกว่า  คุณครู  การเรียกผู้สอนในรายวิชาต่าง ๆ ในระดับมหาวิทยาลัยส่วนมากเราเรียกว่า  อาจารย์  ถ้าทำตำแหน่งผลขอผลงานทางวิชาการได้แล้วก็จะ  เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์  รองศาสตราจารย์  และศาสตราจารย์  เพราะสาขาวิชาที่สอนนั้นก็ก่อประโยชน์เฉพาะโลกโลกียะเท่านั้นเอง 

 แต่ผู้ที่ทำหน้าที่แนะนำสั่งสอนสัตว์โลกให้รู้แจ้งเห็นจริงตามธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ตามที่มันเป็นจริงนั้นคือ ศาสดา  นับเป็นศาสตร์ทางศาสนาสากล  เป็นคำสอนก่อเกิดประโยชน์สุขแก่ชาวโลกทั้งมวล  การเป็นผู้สอนศาสนาธรรม  คือผู้รู้แจ้งโลกทั้งที่เป็นโลกียะและโลกุตระ  จึงได้นามเรียกว่า  โลกวิทู  เพราะเหตุนั้นเราจึงเรียกผู้สอนศาสนาธรรมนั้นว่า...พระศาสดา...

ในพระพุทธศาสนา  พระศาสดา  เป็นผู้วางรากฐานทางพุทธธรรมเป็นผู้วางรากฐานและสั่งสอนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  สำหรับผู้เข้าถึงสภาพความจริงอันประเสริฐสุดนั้นตามพุทธปรัชญานั้นว่า  พระพุทธเจ้า 

 พระพุทธเจ้าคือ อุดมภาวะอันสูงสุดแห่งการฝึกตนจนจิตมีภาวะพุทธะ  พระศาสดาทรงสั่งสอนตามที่ทรงรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติแล้วนำมาบอกกล่าวแก่ชาวโลกให้รู้และปฏิบัติตามธรรมที่ควรปฏิบัติให้ละในสิ่งที่ควรละอย่างไร้มายาเหล่านั้น  จึงเรียกคำสั่งสอนนั้นว่า  พระธรรม 

 พระธรรมได้มาจากการทดลองปฏิบัติตนจนเห็นแจ้งแทงตลอดแล้วนำมาสั่งสอน  ในยุคนั้นไม่มีใครสนใจสงสัยว่าประวัติองค์ศาสดาเป็นมาอย่างไร  เป็นยุคที่จิตใจทางศาสนาสูงจนไม่ใส่ใจในรูปเคารพ  เพราะมุ่งนามธรรมมากกว่ารูปธรรม  ผู้คนจึงสนใจแต่เฉพาะพระธรรมเป็นสำคัญ 

 ดังนั้นพุทธประวัติก็เป็นเพียงกุศโลบายที่พัฒนาจิตใจให้เจริญไปสู่พุทธภูมิ  แม้คำเรียกพระศาสดาจึงมีมากเช่น  ...พระสัพพัญญู ( พระผู้รู้ทั่วถึงทุกสิ่ง )  พระตถาคต ( พระผู้เสด็จไปดีแล้ว )  พระสมันตจักขุ (  พระผู้มีดวงตาแห่งปัญญารอบด้าน )  พระธรรมสามี ( พระเจ้าแห่งธรรม ) และ พระพุทธเจ้า ( พระผู้รู้แจ้งแทงตลอด  พระผู้ตื่นจากการหลับใหลทางไสยศาสตร์  และพระผู้แช่มชื่นเบิกบานด้วยธรรม )นั้นเอง.