การเขียนเอกสารเชิงหลักการเป็นขั้นแรกของการแปลงความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นความจริง เป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่การออกแบบโครงการวิจัยที่จะขอทุนสนับสนุน สำหรับอีกสององค์ประกอบที่เหลือเป็นเรื่องการเขียนงบประมาณค่าใช้จ่ายและการเสาะหาแหล่งทุน

คำภาษาอังกฤษอื่นๆที่อาจใช้แทนคำนี้ คือ prospectus, preliminary proposal, หรือ pre-proposal
สำหรับคำไทยอาจพบว่ามีการเรียกได้ต่างๆกันดังนี้ เอกสารแนวคิดเบื้องต้น¹ คำขอเชิงหลักการ² แบบสรุปแนวคิดโครงการ³  ปัญหาแนวทางการวิจัย4

เอกสารเชิงหลักการ จะช่วยให้ผู้ขอทุน ทำความคิดของตนให้ชัดเจนและในขณะเดียวกันจะช่วยจัดระเบียบไอเดียต่างๆเหล่านั้นลงในรูปของการเขียนลงในแบบฟอร์ม ซึ่งจะมีประโยชน์ในการค้นหาแหล่งทุนที่สนับสนุนด้วย  จากไอเดียเดียวกันที่เกิดเป็นเอกสารเชิงหลักการผู้ขอทุนสามารถนำไปใช้สมัครในทุนต่างๆ คือสามารถยื่นเอกสารนี้ให้กับแหล่งหลายแหล่งทุนพร้อมๆกันซึ่งองค์กรให้ทุนมักจะสนับสนุนให้ทำเช่นนั้นด้วย เอกสารเชิงหลักการนี้จะบอกให้ผู้ให้ทุนอุดหนุนรู้ล่วงหน้าในแนวไอเดียที่คุณต้องการจะทำ พร้อมๆกับบอกผู้ร่วมงานของคุณรู้สิ่งที่คุณตั้งใจจะทำด้วย

องค์กรที่ให้ทุนมักจะขอเอกสารเชิงหลักการฉบับย่อๆ ยาว 1-2 หน้า บางที่ต้องการให้เขียนอธิบายความคิดของข้อเสนอเพียงสั้นๆมาก่อน ก่อนที่จะขอข้อเสนอฉบับสมบูรณ์อีกครั้ง ดังนั้นผู้เขียนก็ควรเลือกส่วนหรือหัวข้อในเอกสารเชิงหลักการส่งไปตามข้อกำหนดขององค์กรให้ทุนนั้น

เอกสารเชิงหลักการจะช่วยประหยัดเวลาและกำลังที่ทุ่มเทไป ทั้งของทั้งสองฝ่ายคือทั้งผู้พิจารณาและผู้เขียนขอทุน ในกรณีที่ไอเดียที่เสนอนั้นไม่ได้รับการพิจารณาสนับสนุน

เอกสารเชิงหลักการ จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่จะขอทุนสนับสนุน ซึ่งปกติแล้วเอกสารเชิงหลักการจะไม่ยาวมากกว่า 2-4 หน้ากระดาษ เนื้อหามักจะอธิบาย ไอเดีย ความจำเป็นที่จะต้องมีโครงการ วิธีการที่จะนำมาใช้ และงบประมาณ โดยใช้ภาษาที่กระชับ ชัดเจน สามารถสื่อไอเดียได้ดีที่สุด ให้นึกอยู่เสมอว่าเอกสารเชิงหลักการเป็นเพียงภาพรวมหรือเค้าโครงของโครงการทั้งหมด ตัวอย่างหัวข้อย่อยมีดังนี้ (สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)

  • ชื่อโครงการ
  • ความสำคัญของโครงการ (Need) ใช้ส่วนนี้ชี้แจงความสำคัญของโครงการ ช่วงเวลาและนวัตกรรม ให้กล่าวความสอดคล้องและการนำผลของโครงการไปใช้ประโยชน์ให้ตรงกับ การกำหนดความสำคัญ (priorities) ของผู้ให้ทุนอย่างชัดเจน อาจมีข้อมูลทางสถิติสนับสนุนในส่วนนี้แต่ควรจำกัดให้สั้นๆ
  • เป้าหมายและวัตถุประสงค์ (Goals & Objectives) กล่าวถึงเป้าหมายโดยรวมของโครงการอย่างชัดเจน แจงวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นข้อๆสั้นๆแต่ชัดเจน ถ้าให้ดีให้เรียงตามลำดับของความสำคัญ
  • ระเบียบวิธีวิจัย การปฏิบัติ และขั้นตอน แหล่งของสิ่งสนับสนุนเกื้อการทำวิจัยรวมทั้งทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ แจงออกมาว่า มีสถานที่ อุปกรณ์สำคัญที่จะเกื้อให้สามารถทำการวิจัยสำเร็จมีอะไรบ้าง รวมทั้งทรัพยากรบุคคลที่สำคัญๆรวมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมาของบุคคลเหล่านั้น
  • งบประมาณ พิจารณาค่าใช้จ่ายที่จะทำให้ทำโครงการสำเร็จ อันนี้หลังจากมีร่างโครงการออกมาแล้ว ให้ใส่รายการเฉพาะสำคัญๆ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้มหาวิทยาลัยหรือค่าใช้จ่ายทางอ้อมให้เขียนลงไปด้วย
  • คำสำคัญ แจงคำอธิบายหรือที่ให้นิยามเป็นคำสำคัญ คำสำคัญนี้มักจะไม่ได้ต้องการในเอกสารเชิงหลักการ แต่จะมีประโยชน์เมื่อผู้ขอทุนต้องการนำคำเหล่านี้ไปใช้ค้นหาแหล่งทุนที่เหมาะกับโครงการนั้นๆ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้เขียนขอทุนเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในโครงการมากยิ่งขึ้น


การเขียน

สิ่งสำคัญของการเขียนข้อเสนองานวิจัย คือการวางแผนและการเตรียม ควรประกอบด้วย ขั้นต่างๆ
ขั้นตอนที่ 1
• ตัดสินใจว่า ต้องการจะทำอะไร (ดูจากความชำนาญของตนเอง ความสนใจ ประสบการณ์ และสิ่งที่มีอยู่ที่จะเกิ้อกูลต่อการวิจัยนั้น)
• หาข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันและองค์กรที่ให้ทุน รวมทั้งพิจารณาแหล่งของสิ่งที่จะใช้ในการวิจัยที่มีในองค์กรที่ให้ทุนและหน่วยงานที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรหรือมีความร่วมมือกับองค์กรนี้
• พิจารณาดูว่า ความสนใจ ประสบการณ์ และสิ่งที่มีอยู่ จะนำมาเตรียมและใช้ในปฏิบัติการในโครงการอย่างไร

ขั้นตอนที่ 2
ค่อยๆคิดเชิงหลักการของทั้งโครงการขึ้นมา เริ่มเขียนเอกสารหลักการที่จะสรุปโครงการโดยตลอด วิธีการให้กรอกรายละเอียดลงในหัวข้อต่างๆต่อไปนี้
1. ชื่อโครงการ
2. ปํญหาที่โครงการมุ่งแก้ไข
3. วัตถุประสงค์ ที่โครงการจะมุ่งให้บรรลุสู่เป้าหมายที่ต้องการเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว
4. ผลที่คาดว่าจะได้จากโครงการนี้
5. ขั้นตอนสำหรับใช้ตรวจสอบว่า โครงการได้บรรลุทั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์
6. ชมชุนหรือกลุ่มเป้าหมายที่จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้
7. โครงการนี้ มีทฤษฎีอะไรรองรับ

ขั้นตอนที่ 3
รวบรวมเอกสารอ้างอิงที่สำคัญที่กล่าวถึงทฤษฎีและเป็นกรอบงานของโครงการ
8. เอกสารอ้างอิง

ขั้นตอนที่ 4
คิดงบประมาณของโครงการ ซึ่งจะรวมค่าใช้จ่ายต่อไปนี้
• ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
• ค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาโครงการ
• ค่าเดินทาง
• ค่าวัสดุและอุปกรณ์
• ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 5 หาวิธีดำเนินการเพื่อให้ผ่านการรับรองในองค์กรที่ทำงาน รวมทั้งต้องประมาณเวลาที่จะใช้

ขั้นตอนที่ 6 ถ้าในมหาวิทยาลัยมีกระบวนการพิจารณา เช่น คณะกรรมการจรรยาบรรณในสัตว์ทดลอง การวิจัยในมนุษย์ หรือกระบวนการพิจารณาต่างๆ ต้องประมาณเวลาที่จะใช้

 

 

[1.] http://ird.sut.ac.th

[2.] www.swsdc.rtaf.mi.th/swpkh_form/01Conceptpaper.pdf

[3.] www.tm.mahidol.ac.th/th/research_unit/grants/concept.doc

[4.] www.grad.cmu.ac.th/web2008/files/reg_doc/31.pdf