การอาบน้ำก็เป็นเสมือนศิลปะการดำเนินชีวิต เป็นการปรับอุณหภูมิชีวิต

หอมกลิ่นลมหนาวอบอวลมากับไอเย็นบาง ๆ

เวลาอากาศเย็น การอาบน้ำอุ่นทำให้อบอุ่นขึ้นก็จริงอยู่ แต่เมื่อออกมาเจอกับอากาศเย็นอีกครั้งกลับรู้สึกหนาวเย็นกว่าเดิม

ขณะที่การอาบน้ำเย็น เมื่อน้ำเย็นกระทบตัว รู้สึกหนาวสั่น แต่เมื่อค่อย ๆ ราดน้ำเย็นจนทั่วตัว ร่างกายก็จะเริ่มปรับตัวได้ เมื่อออกมาพบอากาศเย็นอีกครั้ง กลับรู้สึกอบอุ่น

บางคนบอกว่าให้อาบน้ำอุ่น แล้วตบท้ายด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน และไม่ให้รู้สึกหนาวเกินไปเมื่อออกไปเผชิญอากาศหนาวเย็นนอกห้องน้ำ

ส่วนคนที่เลือกอาบน้ำเย็น (บางคนไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ) ก็ให้เริ่มราดน้ำที่ร่างกายทีละส่วนก่อน เช่น ที่มือ เท้า แขน ขา แล้วจึงราดไปที่ตัวทีหลัง เพราะบริเวณหน้าอกเป็นจุดที่บอบบาง หากรู้สึกหนาวเย็นในทันที ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน บางคนอาจเป็นไข้ได้

 

การอาบน้ำก็เป็นเสมือนศิลปะการดำเนินชีวิต เป็นการปรับอุณหภูมิชีวิต

อากาศที่หนาวเย็นเปรียบดังสิ่งที่เราพานพบและกระทบความรู้สึก

การอาบน้ำจึงเป็นดั่งการปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย เพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เปรียบเป็นศิลปะในการปรับตัวปรับใจให้อารมณ์ปกตินั่นเอง

เลือกอาบแต่น้ำอุ่นในหน้าหนาว เปรียบได้กับการเลือกรับเอาแต่ความสุข เมื่อพบพานทุกข์จึงขาดภูมิต้านทานไปบ้าง

เลือกอาบน้ำเย็น เปรียบได้กับการยอมเผชิญหน้ากับทุกข์ แต่อาจทำให้ป่วยไข้ ถ้าปรับใจไม่ได้

เลือกอาบน้ำอุ่นตบท้ายด้วยน้ำเย็น เปรียบได้กับการเก็บเกี่ยวความสุข แต่ไม่ลืมปรับใจพร้อมเผชิญหน้าความทุกข์

แต่เมื่อไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ ก็ต้องอาบน้ำเย็น การอาบน้ำเย็นนั้นอาจทรมาน เช่นเดียวกับผู้กำลังเผชิญกับความทุกข์ทั้งหลาย แต่หากค่อย ๆ ตั้งสติ ปรับตัวปรับใจอยู่กับความทุกข์ ย่อมได้เรียนรู้จากความทุกข์ พร้อมทั้งเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ใจของตัวเอง

แล้วคุณล่ะคะ เลือกที่จะอาบน้ำแบบไหนในหน้าหนาวที่เพิ่งมาถึงนี้..

ภาพ : Hiro