ยิ่งไปเป็นกระบวนกร soft side ยิ่งติดใจ สนุกกับการเล่นกับสิ่งที่ยากหยั่งถึง

     หลังจากเหล่ากระบวนกร Inno Facilitator ของ SCG กลุ่มหนึ่งที่สมัครใจไปเรียนรู้เป็น กระบวนกร dialog สุนทรียสนทนา (ที่ตอนนี้ในข่าวลดความขัดแย้ง ใช้คำว่า "สานเสวนา" ) กลับมาจากการเรียนครบ 3 รุ่นแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่า ร้อยละ 80 ของผู้ผ่านการอบรมใน SCG Chemicals กลับมาแล้วมีไฟ อยากจะกลับมาเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ให้พนักงานในบริษัทของตัวเอง มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องของ dialog แม้กระบวนกรบางท่าน จะยังไม่แข็งแรงนัก แต่ก็เริ่มหามุมสันทัดของตนเอง ส่วนใดที่ตัวไม่ถนัด ก็ต้องหาคนมาช่วยเสริมให้ครบ

     citrus ได้รับคำเชิญชวนของน้องๆ ให้ไปช่วย run กิจกรรม deep listening ของสองรุ่นแรก ส่วนรุ่นที่ 3 เพิ่งผ่านมาวันที่ 7-8 พ.ย. ไปช่วยแค่วันศุกร์ที่ 7 เท่านั้น เพราะวันที่ 8 ตั้งใจมาพบชาว G2K จริงๆ ทำให้ต้องไปช่วย run กิจกรรมผู้นำ 4 ทิศ กับ Book of Shadow แทน ซึ่งไม่เคยเป็นตัวหลักมาก่อน เคยแต่คอยช่วยคนอื่น หรือไม่ก็เป็นคน capture สิ่งที่ผู้เรียนบอกบุคลิกตัวละครออกมา 4 แบบ นอกจากนั้น ความสามารถที่ติดตัวมาจากการเรียนพยาบาล ทำให้น้องๆ ชอบมอบบทผู้อธิบายเรื่องคลื่นสมอง เหตุผลของการทำ body scan และความจำเป็นของการดูแลฐานกายเพื่อส่งเสริมฐานใจ ฐานคิด

     เวลาไปอยู่ในกิจกรรม deep listening เห็นเลยว่าการส่งทีมกระบวนกรออกไปนั่งตามมุมห้องนั้น มีผลต่อพลังความเงียบ และการนำพาผู้เรียนลงถึงก้นบึ้งจิตใจของตัวเอง กล้าเปิดเผยตัวตน นอกจากนั้นการสร้างบรรยากาศ ด้วยการจุดเทียน หรือหรี่ไฟ รวมทั้งการทำ induction ด้วยเสียงเพลงและบทพูด เพื่อโน้มน้าวผู้ร่วมกิจกรรมให้ดำดิ่งไปพร้อมๆ กัน จากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต้องมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้อีกคนฟัง หรือตอนให้จับมือกันสี่คน ปิดตาเล่าเรื่องอดีตที่ผิดพลาด เรียกน้ำตาจากผู้เล่าได้หลายคน จนเพื่อนๆ ในวงสัมผัสอารมณ์ของผู้เล่าได้ด้วยการสัมผัสมือ ทำให้เห็นชัดว่า พลังจากการสัมผัสมือ ส่งผ่านความรู้สึกได้จริงๆ แต่คนที่จะรับได้ ก็ต้องนิ่งและสงบด้วยเช่นกัน จึงจะเป็น receptor ที่มีประสิทธิภาพ

    

 

     ในบทบาทของคนที่เป็นผู้เหนี่ยวนำ ต้องมี script หรือบทพูดที่เป็นตัวตนของตัวเอง ไปลอกเลียนใครมาก็จะไม่เป็นธรรมชาติ การจัดเตรียมโดยพูดตามที่เขียนก็ไม่ได้อีกเช่นกัน  ทำให้เวลาไป run แต่ละครั้ง ไม่เคยเตรียม ใช้วิธีด้นสด และพูดออกมาจากใจ  แต่ละคนมี style เป็นของตัวเอง มีคนเคยมาถามว่าพี่ไปเอาบทพูดมาจากไหน ขอบ้างได้ป่าว คำตอบก็คือ ไม่มี source หรอกจ้ะ คิดสด พูดสด จบแล้วทำใหม่ไม่เหมือนเดิม

     เสียดายที่รุ่นสุดท้ายอยู่ไม่ครบทั้งสองวัน แต่ก็ประทับใจพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 30 คนที่ไม่เคยพบใน 2 รุ่นแรก ตอนดำเนินกิจกรรม วิเคราะห์พฤติกรรมตัวเองจาก หลักการของผู้นำสี่ทิศ ที่จำแนกคนออกเป็น 4 ประเภท กระทิง หนู อินทรี และหมี  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังไม่ได้เรียน dialog เลย แต่เขาตั้งใจฟังเรื่องราวของเพื่อนที่เล่าให้ฟัง แต่ละคนจะต้องอธิบายพฤติกรรมที่ทำให้คิดว่าตัวเองเป็นแบบไหน จากการเล่าในวงเล็ก กลับกลายรวมตัวกันเป็นวงใหญ่ 2 วงโดยอัตโนมัติ กระบวนกรเห็นแล้วอดปลื้มไม่ได้ ไม่รู้ว่าพลังของวงนี้มาจากไหนทำให้เขาตั้งใจกันมาก

    ไม่เชื่อ ไม่เป็นไรค่ะ แต่อยากบอกว่าครั้งนี้ citrus แอบนำวิชา Reiki ที่เพิ่งเรียนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มาใช้สร้างพลังของห้องทำกิจกรรมด้วย โดยเลียนแบบวิธีการของ อ.ดร.ปรียา แก้วพิมล  ถ้าใครสนใจสอบถามมาทาง mail โดยตรงดีกว่าค่ะ เพราะเขียนมากไป อาจจะไม่สะดวก  นอกจากนั้น citrus ยังงัดวิชาไพ่ยิปซี ที่เรียนเมื่อหลายเดือนก่อน มาใช้เวลาทำกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ เพื่อดึงดูดความสนใจและอธิบายความเป็นตัวตนของแต่ละคน เรียกว่า หลายวิธียิ่งทำให้วิเคราะห์ได้หลายมุมมอง เป็นการบูรณาการหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อนะคะ ต้องดูบรรยากาศของกลุ่มด้วย