วันนี้ผมไม่ได้เข้าสำนักงานเลยครับ ตะลอนอยู่ข้างนอกมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้หนีงานเที่ยวนะครับ ไปทำงานเหมือนกัน ไปประชุมเตรียมงานอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมในสามจังหวัดเกี่ยวกับการเข้าใจอิสลามเพื่อการทำงานในสามจังหวัด ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปัตตานี ครับ งานนี้ ผอ.จรรยา แผนสมบูรณ์ (ผอ.สถานพินิจฯ) เป็นโต้โผใหญ่ครับ ตั้งแต่ท่านทราบว่า พอมีงบของกระทรวงเหลือ ท่านก็โทรหาผมให้เขียนโครงการนี้ขึ้นมาทันที ท่านบอกว่า ถ้าเจ้าหน้าที่รู้จักศาสนาอิสลามและคนในสามจังหวัดดีขึ้น การทำงานก็น่าจะราบรื่นและประสบความสำเร็จขึ้น แล้วท่านก็เห็นว่า ผมพอจะสามารถประสานผู้รู้ต่างๆ มาช่วยได้เลยให้ผมทำหลักสูตรขึ้นมาทันที ตอนนั้นหลักสูตรร่างเสร็จภายในสองชั่วโมงครับ แล้วโครงการดังกล่าวก็ได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วจากกระทรวง จนท่านผอ.จรรยาประหลาดใจเป็นอย่างมาก
วันนี้ไปนั่งปรับหลักสูตรกันใหม่ครับ เพื่อให้มันชัดเจนขึ้น แล้วก็ทำการกำหนดตัววิทยากรในหัวข้อต่างๆ ซึ่งความจริง ผมใช้ความพยายามประสานงานมาหลายท่านแล้วครับตลอดสัปดาห์ แต่แปลกใจมากติดต่อไม่ได้สักคน จนกระทั่งวันนี้ไปประชุม ระหว่างประชุมก็มีโทรศัพท์ถึงผมมากมาย โทรมาคุยธุระครับ แต่บังเอิญคนที่โทรมาคือคนที่ผมอยากให้เป็นวิทยากร เลยได้โอกาสให้รายละเอียดเสียเลย (เรื่องตลกๆ ในชีวิตก็มีด้วยครับ) อันนี้แหละครับที่เรียกว่า เป็นทีของผมล่ะครับ แหม่โทรเกือบทุกวันไม่ติดเลย มาวันนี้ท่านๆ พากันโทรมาหาผมเอง แล้วผมก็เลยเริ่มด้วยธุระผมก่อนครับ เสร็จธุระผมแล้วจึงถามว่า แล้วท่านโทรมามีธุระอะไรครับ ฮาฮา (ลืมตัว)
ที่น่าประหลาดใจสำหรับผมมากคือ ผมได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี คนสตูลเหมือนกัน จบมอ.มาด้วยกัน อยู่ๆ มาทำงานที่สถานพินิจฯ ปัตตานีได้งัย เลยขอกอดจนหายคิดถึงแล้วจึงประชุมต่อ อัลฮัมดุลิลลาห์ ที่คิดถึงมากเพราะหลายครั้งที่เจอนักศึกษามาแนะนำตัวว่ามาจากบ้านเดียวกับเพื่อนผมคนนี้ครับ ผมเลยพูดถึงเขาทุกที แต่ไม่ได้เจอหน้าเจอตากันนานมาก คราวนี้ทราบว่า เขาย้ายมาอยู่ปัตตานีชั่วคราว ในลักษณะของการยืมตัว ผมเลยเชียร์ให้อยู่เสียที่นี้เลย แต่เพื่อนผมตอบว่า อยากกลับไปอยู่สตูลเหมือนเดิม เมื่อทุกอย่างพร้อม
ประชุมกันเจ็ดคนครับ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ทั้งหมด ยกเว้นผม แต่บังเอิญในเจ็ดคนเป็นเพื่อนผมเสียสามคน เลยต้องแซวผอ.จรรยาว่า แหม่ สถานพินิจเป็นที่ที่รวมของแก็งค์ผมจริงๆ ไม่นึกว่าจะได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ อีก งานนี้เลยรู้สึกหัวใจมันกลับเป็นสมัยปีหนึ่งขอรับท่าน ฮิฮิ
ตอนทำหลักสูตรครั้งแรก ผมก็ทำตามเงื่อนไขที่ ผอ.จรรยาเสนอแหละครับ คือทำให้ก็ได้ในสามวันให้เจ้าหน้าที่รู้จักอิสลามและมลายูมากที่สุด ดังนั้นเนื่อหาหลักสูตรที่ทำจึงมุ่งนำเสนอแนวนี้ทั้งหมดครับ แต่พอฟังความเห็นของทีมงานที่นับถือศาสนาพุทธ ก็พบว่า ไม่เหมาะ ถ้าเป็นอิสลามร้อยเปอร์เซนต์คนพุทธคงไม่อยากเข้าร่วมงานและเบื่อแน่ๆ ในที่ประชุมก็เลยปรับเนื้อหาให้เป็นการนำเสนอที่สมดุลย์กันระหว่างพุทธและอิสลาม แต่คิดไปคิดมา ผมก็กลัวว่าหลักสูตรนี้จะไม่ตอบกับโครงการที่เสนอขอไป ซึ่งตรงกับ ผอ.จรรยาที่บอกว่า ให้เน้นอิสลามไว้ก่อน ก็เลยปรับเป็นรอบที่สองในวันเดียวกันครับ ดูๆ ไปรอบสุดท้ายน่าจะลงตัวที่สุด
มีข้อเสนอที่น่าสนใจจากทีมงานของ ผอ.จรรยา หลายเรื่องครับ นอกจากหัวข้อสำหรับการอบรมแล้ว เรื่องกระเป๋าบรรจุเอกสารประกอบการอบรม ก็จะนำเอาผลจากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในสถานพินิจมาเป็นตัวหลัก ผมและ ผอ.จรรยา ชอบแนวคิดนี้มากครับ แล้วอดชื่นชมเพื่อนตัวเองไม่ได้ คนนี้จบเทคโนโลยีการศึกษามาครับ เมื่อต้องมาดูแลเด็กซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กมีปัญหา ก็สามารถนำความรู้ทางเทคโนโลยีการศึกษามาสร้างเป็นกิจกรรมพัฒนาเด็กได้อย่างน่าสนใจจริงๆ (นับถือๆ)
อีกข้อเสนอหนึ่ง คืออยากให้มีการจัดอบรมการนำหลักการอิสลามมาสู่การบำบัดเด็กในสถานพินิจ อันนี้ผมต้องบอกว่า มันเรื่องยาว คงไม่สามารถเอามารวมในการอบรมครั้งนี้ไม่ได้หรอก ต้องจัดแยกเฉพาะไป ซึ่ง ผอ.จรรยา เลยออกไอเดียของท่านเกี่ยวกับแนวคิดนี้ จนผมต้องแซวว่า นี้กะว่าจะทำงานที่ปัตตานี ไม่ย้ายไปไหนแล้วใช่มัย (ท่านเป็นคนสุพรรณบุรีครับ) ท่านผอ.เลยตอบผมว่า ก็ไม่แน่ ที่นี้สามารถทำงานได้เยอะ แล้วบางทีการอยู่ในพื้นที่นี้อาจทำงานได้มากกว่าการอยู่ในกรมในกระทรวงเสียอีก (โอ้ท่าน เอาแน่จริงๆ ยังงัยก็ขออวยพรให้ได้เป็นอธิบดีนะครับ)
เสร็จประชุมก็เที่ยงกว่าครับ ผอ.จรรยาเลยพาทีมไปเลี้ยงข้าวเที่ยงที่ "ร้านบังโซ๊ะ" เป็นครั้งที่สองครับที่ผมได้ไปลิ้มรสอาหารร้านนี้ ซึ่งไม่ธรรดาครับ เรียกว่า อาหารระดับไฮคลาส และจะต้องโทรจองโต๊ะก่อนครับจึงจะมีที่นั่ง เพราะคนแน่นทุกโต๊ะเลย ลุกปั๊บก็มีคนมาแทนที่ทันที แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นประเภทข้าราชการมาเลี้ยงกันเป็นกลุ่มๆ ครับ (ครั้งก่อนผมมากับทีมอาจารย์ วอศ.ครับ) ตั้งใจว่าจะพาภรรยามานั่งร้านนี้สักครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสเลย แฮะแฮะ
บนโต๊ะอาหาร คุยกันเรื่อง ผอ.จรรยาจะพาทีมงานไปดูงานที่มาเลเซียครับ แล้วท่านก็มอบหมายงานให้ลูกน้องท่านทำหน้าที่ในการประสานงานกับสถานที่จะไปดูงาน ปรากฏลูกน้องปฏิเสธครับ บอกว่ามันคนละภาษากัน ที่โน้นมลายูกลาง ส่วนพวกนู๋มลายถิ่น คุยกันไม่รู้เรื่อง แถมด้วยการยกตัวอย่าง แค่คำว่า ดูงาน พวกนู๋ก็ไม่รู้แล้วว่ามลายูกลางว่าอะไร คราวนี้ ผอ.เริ่มปวดหัว เอางัยดี ผมเลยสะกิดท่านแล้วชี้ไปที่เพื่อนผม พร้อมกับบอกว่า ก็เพื่อนผมคนนั้นมันพูดมลายูกลางมาตั้งแต่เด็กแล้วครับพี่ ทำไมไม่ให้คนนั้นจัดการละ แถมเคยทำทัวร์มาเยอะแล้วด้วย
เพื่อนผมเป็นคนตำมะลัง อ.เมืองสตูลครับ แถบนั้นพูดมลายูกลางครับ แถมส่วนใหญ่ก็รับชมโทรทัศน์จากมาเลย์มากกว่าเมืองไทยครับ เพื่อมยิ้มอย่างมีเลศนัย ปรากฏ ผอ.จรรยาก็พูดขึ้นว่า งั้นรอบนี้นายไปฟรี ไม่ต้องจ่ายอะไร พรุ่งนี้ไปทำพาสบอร์ทเสียให้เรียบร้อย อ้าวผมเพิ่งรู้ มีการเก็บตังค์ค่ารถไปด้วย งานนี้เพื่อนผมเลยได้ไปฟรี
เสร็จจากงานนี้ ผมก็ไปสำนักวิทยบริการ มอ.ปัตตานีครับ ไปรับวิทยานิพนธ์ที่ยื่นคำร้องขอถ่ายข้ามมหาวิทยาลัย เนื่องจากเล่มนี้ยังไม่มีฉบับให้โหลด แต่ที่งงคือ เขาให้ผมเอาออกไปถ่ายเอกสารเอง โดยต้องส่งกลับภายในพรุ่งนี้ เลยต้องอ้อนพี่เจ้าหน้าที่ว่า ผมเสียเวลาไปกลับ ขอเป็นวันจันทร์เลยแล้วกัน ปรากฏว่าได้ตามที่ขอครับ แปลกใจมาก คราวก่อนในบริการนี้ ทางหอสมุดจะถ่ายให้ผมเลยชุดหนึ่ง และอีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่หอสมุดเอง แต่รอบนี้มาให้ผมเอาต้นฉบับไปถ่ายเอง แล้วต้องรีบเอามาคืนอีก ฮือ ทำไมไม่ถ่ายไว้อีกชุดให้ผมเสียเลย แล้วผมก็มาจ่ายค่าถ่ายเอกสารก็พอ ไม่ต้องไปมาหลายรอบให้เสียเวลา งงงงงง
หากผมไป ที่ปัตตานี อย่าลืม พาผมไปที่ ร้านที่ว่านะครับ :)
เรื่องกระเป๋าเอกสาร วันก่อนมีโอกาสได้สนทนากับ พี่โซรยา จามจุรี มีกระเป๋าผ้าที่ กลุ่ม ซอซิกข์ กลุ่มแม่ม่าย และ กลุ่มผู้สูญเสีย ได้ทำขึ้นมา ผมคิด การประชุมอบรม ใช้กระเป๋าผ้าที่มีอยู่นี้ ถือว่าเป็นการสนับสนุนให้กำลังใจกันและกัน
สนับสนุนความคิดที่ 1 ค่ะ
ขอบคุณครับเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
รอบนี้กระเป๋าเอกสารเป็นผลงานของเด็กในสถานพินิจครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กเหล่านี้ครับ มีการประกวดโลโก้ด้วยครับ (เด็กๆ ประกวดกันเอง) เป็นการจัดกิจกรรมที่ได้ประโยชน์หลายทางน่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครับ คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน
สบายดีครับ ผมเขียนแบบเล่าเรื่องครับ ข้อมูลอาจจะไม่ค่อยมีสาระบ้างครับ คนอ่านต้องเก็บประเด็นเองครับ
ขอบคุณครับ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
สนับสนุนความคิดที่จะให้ผมพาในชิมร้างบังโซ๊ะใช่มัยครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ฮิฮิ
งง อยู่ตั้งนานสองนานครับว่าในเดือนพฤศจิกานี้อาจารย์ให้ไปช่วยงานที่สถานพินิจแต่ยังไม่รู้รายละเอียดครับรู้แต่ว่าไปช่วยให้ความสะดวกกับเขา แต่ตอนนี้พอจะชัดเจนขึ้นบางแล้ว ดูลักษณะโครงการแล้วน่าจะสนุกครับ ยิ่งถ้าได้ไปพักค้างคืนที่โรงแรมด้วยนี่ยิ่งดีใหญ่เลยครับ เพราะคนอย่างเราๆหากท่านไม่เมตตาแล้วคงไม่มีใครแล้วละ ฮิฮิ
ซุลกอรนัยน์ ครับ เตรียมตัวหนีภรรยาไปนอนหาดใหญ่ได้เลยครับ