(ภาพ:วัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก)
สิ่งสำคัญที่นักเรียนควรรู้ และเข้าใจเป็นเบื้องต้น ในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คือ ความเป็นผู้มีเหตุมีผล ดังนั้น ชั่วโมงแรกๆ ของชั้น ม.1 จึงเป็นดังนี้
ครู : นักเรียนว่าผีมีจริงมั้ย?
นักเรียน : มี
ครู : ทำไมว่ามีล่ะ?
นักเรียน : ก็ผมเคยเห็นมาแล้ว หนูก็เคยถูกผีหลอกมาแล้ว
ครู : "แล้ว 2 คนนี้ล่ะ?" ผมหันไปถามเจ้า 2 คน ที่บอกว่าผีไม่มีจริง
นักเรียน : ไม่เคยเห็นครับ ไม่เคยเห็นค่ะ
ครู : "แล้วพวกที่ไม่ยกมือทั้งหลายนี่ล่ะ?" ผมหันมาถามเสียงส่วนใหญ่ของห้อง
นักเรียน : ไม่แน่ใจค่ะ ไม่แน่ใจครับ ไม่รู้ครับ!
ครู : แล้วกลัวผีกันมั้ยล่ะ ใครกลัวผีบ้าง?
นักเรียน : พรึ่บ! ยกมือพร้อมเพรียงกันทั้งห้อง (ฮา)
ครู : ครูเคยอ่านหนังสือ"นักฟิสิกส์สมัยใหม่ เริ่มจะเชื่อแล้วเหมือนกันว่า ผีมีจริง ผีเป็นพลังงานรูปหนึ่ง"
ครู : พลังงานคืออะไร?
นักเรียน : ความสามารถในการทำงาน ไม่มีตัวตน ไม่ต้องการที่อยู่
ครู : ไม่มีตัวตนแต่ทำงานได้ เช่น พลังงานไฟฟ้า หมุนมอเตอร์พัดลมได้ ทำให้หลอดไฟสว่างได้ แต่ใครเคยเห็นพลังงานไฟฟ้าบ้าง ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร? จะว่าไปแล้ว ตรงข้ามกับพวกเราเลย มีตัวตน แต่ไม่ยอมทำงาน การบ้านใครยังไม่เสร็จบ้าง? (ฮา)
ครู : ผีก็เป็นพลังงาน "ไม่มีตัวตน แต่ทำงานได้"
นักเรียน : "ผีทำงานได้!" เสียงนักเรียนสูง ท่างงๆ คิ้วขมวดทั้งห้อง
ครู : ก็หลอกคนนั่นไง งานของผี งงไปได้! (ฮา)
ครู : ลองดูข้อมูลนี้นะ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า ครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 6 คน วันหนึ่งซื้ออาหารสำเร็จจากนอกบ้านมากิน ปรากฎว่า สมาชิก 3 คน ท้องเดินอย่างรุนแรง จนต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อปลอดภัยดีแล้ว กลับถึงบ้าน ทุกคนพูดคุยถึงสาเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว โดยคิดว่าน่าจะมาจากอาหาร จึงรวบรวมข้อมูลอาหาร ที่แต่ละคนกิน ปรากฎว่า
วิริยะ = เครื่องในวัวต้ม ไก่ย่าง เนื้อเค็ม
วัชระ = เครื่องในวัวต้ม ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ เนื้อเค็ม ผักสด
วัชรินทร์ = เครื่องในวัวต้ม ไก่ย่าง ผักสด
วันวิสาข์ = ลาบ เครื่องในวัวต้ม ข้าวเหนียว ส้มตำ เนื้อเค็ม ผักสด
วชิรา = ลาบ เครื่องในวัวต้ม ข้าวเหนียว ไก่ย่าง เนื้อเค็ม ผักสด
วรินทร์ = เครื่องในวัวต้ม ข้าวเหนียว ส้มตำ
ครู : ถ้าผู้ที่ท้องเดินคือวัชระ วันวิสาข์ และวรินทร์ อาหารชนิดใดน่าจะเป็นสาเหตุ?
นักเรียน : ส้มตำ
ครู : ทำไมจึงคิดว่าส้มตำ?
นักเรียน : เพราะรสจัด มีปูดอง มีปลาร้า ซึ่งไม่สะอาด
ครู : คำตอบอย่างนี้ คิดเอาเองนี่ เอาประสบการณ์ในชีวิตประจำวันมาตอบ ครูไม่เคยบอกสักคำว่า ส้มตำนี้รสจัด ใส่ปูดอง ใส่ปลาร้า หรือไม่สะอาด ฉะนั้น คิดไปเองต่างหาก คิดใหม่ดีกว่า เหตุผลคือ?
นักเรียน : "เพราะวัชระ วันวิสาข์ และวรินทร์ กินส้มตำเหมือนกัน แค่ 3 คน" นักเรียนบางคนตอบได้
ครู : เครื่องในวัวต้มล่ะ? กินทุกคนเลยด้วยซ้ำ
นักเรียน : แต่วิริยะ วัชรินทร์ รวมทั้งวชิรา ท้องไม่เดิน
ครู : "เยี่ยมๆ" แสดงว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเหตุผล จึงตอบถูกแค่บางคน (ฮา)
ครู : งั้นครูถามใหม่ "ผีมีจริงมั้ย"
นักเรียน : มี
ครู : "เพราะเห็นกับตามาแล้ว" ผมช่วยนักเรียนตอบ
ครู : ดูรูปนี้ ความสูงของแก้วกับความยาวของจานรองเท่ากันมั้ย? อย่างไร?
นักเรียน : ไม่เท่า! แก้วสูงกว่า
ครู : "จะวัดให้ดู" ว่าแล้วผมก็เอาไม้บรรทัด วัดเปรียบเทียบให้ดู พร้อมสีหน้าเย้ยหยันนิดๆ "เท่ามั้ย?"
นักเรียน : ถึงตอนนี้ ในห้องเรียนมีแต่รอยยิ้ม "เท่าค่ะ..เท่าครับ"
ครู : เห็นกับตาตัวเองนะเนี่ย ยังตอบไม่ถูกเลย แล้วจะให้ครูเชื่อได้อย่างไรว่า ที่พวกเราเห็นกับตาเหมือนกัน เป็นผีจริงๆ
ครู : นิทานเรื่องหนึ่ง มีชายคนหนึ่ง ภรรยาตาย เขาจึงมีภรรยาใหม่ ทำให้วิญญาณของภรรยาเก่า ซึ่งมีความหึงหวงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตามหลอกตามหลอน ปรากฎตัวให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ผีจะมาในเวลากลางคืน ชายคนนี้กลัวมาก จนกระทั่งทนไม่ได้ จึงไปหาพระรูปหนึ่ง เล่าเรื่องของผีภรรยาเก่าให้ฟัง พระรูปนั้นมอบถั่วเขียวให้ชายคนดังกล่าวมา 1 กระป๋อง พร้อมกำชับว่า "ถ้าคืนนี้ผีมาอีก ให้เอาถั่วเขียวจากกระป๋องมา 1 กำมือ แล้วถามผีว่า ในกำมือนี้มีถั่วกี่เมล็ด" วันรุ่งขึ้น ชายคนดังกล่าวกลับมาหาพระรูปเดิมอีกครั้ง ด้วยความดีใจ พร้อมเล่าว่า "ได้ทำอย่างที่พระอาจารย์บอกแล้ว ผีหายวับไป และไม่ปรากฎให้เห็นอีกเลย"
ครู : "จบแล้ว" นักเรียนอ้าปากค้าง ตั้งใจฟังนิทานตามประสาเด็กๆ
ครู : ทำไม? เพราะอะไร? ผีกลัวถั่วเขียว?
นักเรียน : เงียบทั้งห้อง
ครู : ว่าไง? ทำไม?
นักเรียน : ยังเงียบเช่นเดิม
ครู : ใจไง! ตัวเขาเองก็ไม่รู้ เมื่อใจไม่รู้ แล้วผีจะไปรู้ได้อย่างไร เพราะผีก็มาจากจิตใจเขานั่นแหละ เป็นเรื่องของใจ เรื่องของความคิด "ผีไม่ได้หลอก แต่หลอกตัวเอง"
ครู : คงพอเข้าใจนะ "พอจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผีได้หรือยัง?"
นักเรียน : หลายคนยิ้ม
ครู : เอาใหม่...ผีมีจริงมั๊ย?
นักเรียน : "ไม่จริงครับ ไม่จริงค่ะ" ผมค่อยยิ้มออก
ครู : กลัวผีมั้ย?
นักเรียน : พร้อมใจกันตอบอย่างดังว่า "กลัว" (ฮา)
ครู : "อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล" ผมสรุป ทั้งที่ขำ
สวัสดีค่ะคุณครูธนิตย์ สุวรรณเจริญ
โห...นับถือจริงๆ ค่ะครู - - ถือว่าเป็นการสอนที่มีวิธีการที่แยบยลแถมน่าเชื่อถือมากๆ เป็นกำลังใจให้ครูด้วยอีกคนค่า...สู้ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครู
สวัสดีค่ะ อาจารย์ แวะมาเรียนรู้ สิ่งดีๆค่ะ "ผีไม่ได้หลอก แต่หลอกตัวเอง" .... อิอิ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ธนิตย์
นิทานเรื่องผีของอาจารย์คล้ายกับเรื่องผีขยันของภาคใต้
เสียดายที่ไม่อาจนำเสอในบล๊อกได้
น่าจะได้แลกเปลี่ยนต่อยอดนิทานผีๆๆกันครับ
ผมเชื่อว่าการสอนของอาจารย์เด็กจำไปจนตาย
ด้วยเหตว่าเขาต้องนิทานอาจารย์ไปขยายต่อแน่ๆครับ
ครูดี๋ ชิราวุธ http://gotoknow.org/blog/krudee
สวัสดีค่ะ
คุณครูคะแวะมาชมเทคนิคการสอนของคุณครู
เยี่ยมจริงๆ
ขอบคุณ คุณครูวรางค์ภรณ์ครับ
ผมเคยเจอมากับตัวเอง 2 ครั้ง
ตอนเด็กๆ เห็นแบบชัดเจน ทั้งรูป เสียง ผีที่ผมเจอหัวเราะเสียงดังครับ นุ่งจงกะเบนสีแดง ลำตัวสีดำ ค่อนข้างสูง มีห่วงสีทองอยู่ที่ แขน 2 ข้าง ไม่รู้มาทำอะไร ผีพยายามเข้ามาหาผมที่ห้องนอน ซึ่งผมก็นึกถึงผีตนนี้อยู่ แล้วก็สวดมนต์ในใจไปด้วยจนหลับ และอีกอย่างผีไม่กลัวยันที่ติดไว้หน้าห้องของผมหรอ ?
ครั้งที่ 2 เจอมาอยู่ที่ปลายเตียง ยืนอยู่ ผมสัมผัสได้ ผีใ่ส่เสื้อผ้า ชุดสีน้ำเงิน เค้ามายืนแล้วเค้าก็มาดีดก้นผม รู้สึกเ็จ็บ ตอนนั้นน่ากลัว ร้อนตัว เหงื่อออกไปหมด เพราะตอนนั้นยังเด็ก หลังจากนั้นผมก็เคยฝันถึงผีตนนั้น ซึ่งเค้าอยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมมากนัก เป็นป่า ต้นไม้ใหญ่ อายุมากแล้วเค้าอยู่ตรงนั้น ซึ่งวันที่ผมเจอที่ปลายเตียง ตอนบ่ายๆ ผมออกไปเล่นแถวนั้น ไปส่งเสียงกันดัง เล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ไปเล่นโยกสพานกันครับ หลังจากนั้นมาผมก็ฝันว่าได้ไปงานศพของเขาที่วัด ซึ่งอยู่ในตำบลที่ผมอยู่ งานศพของเขาไม่มีใครไปเลย ไปกันประมาณ 4-5 คน วัดที่ผมฝันว่าไปงานศพของเขา เก่ากว่าที่เป็นปัจจุบันในตอนนั้นมาก
ก่อนที่จะเจอสิ่งเหล่านี้ (ผี) ผมคิดถึงเรื่องป่าช้าที่เคยเห็นมาตอนนั่งรถไฟ พวกฮวงจุ๊ย และเวลาที่เจอผี จะมีเสียงดังขึ้นมาเหมือนคลื่น(น่าจะเป็นยังนั้น) เสียงคล้ายกับเราเอาไม้ไปสัมผัสตรงวงรอบของจักรยานที่เป็นเหล็ก แล้วก็ลากให้ครบวงรอบ มันจะดังเป็นชั้นๆ หรือไม่ก็ลองเอารถจักรยานตราจระเข้ มาตั้งขาตั้ง แล้วก็ืทำให้ล่อหลังหมุน จากนั้นก็หาพลากติกไปแหย่ ตรงลวดมันจะดังแบบนั้นจริงๆ ครับ
เมื่อก่อนไม่เคยกลัวผีเลย หลังที่เจอมาก็เริ่มกลัวขึ้น แต่ปัจจุบันผมมองเป็นเรื่องปกติ
เสียงของคลื่นนี้แหละทำให้ผมต้องตื่นมาเจอ
ขอบคุณ ญ.ปุ้ย ครับ
ขอบคุณ คุณนวลจันทร์ ธานินทร์สุรัตน์ ครับ
ขอบคุณ คุณผึ้งงาน SDU ครับ
สวัสดีครับ อ.ธนิตย์
ไสยศาสตร์พิสูจน์ยากครับ แต่ผมก็ได้ไปพิสูจน์มาแล้ว เมื่อสองปีที่แล้ว
ไปนอนป่าช้า ได้รู้ว่า คลื่นเสียงความถี่ต่ำมากๆ ทำให้สุนัขทนไม่ไหว
วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการพิสูจน์ครับ เคยทดลองครับ ไปกับรายการพี่ป๋อง มีเครื่องวัดความถี่ต่ำ ไปพิสูจน์ผีกัน
ไม่เห็นผีแต่จับคลื่นได้ครับ และความรู้สึกที่ตามมาคือเสียวสันหลังครับ
อือม์ ถ้าจะให้ดี ประยุกต์เพื่อการเรียนรู้จะดีมากๆครับ
ขอบคุณครับ ได้สาระดีดีทุกทีที่เข้ามาอ่านบันทึกอาจารย์
ขอบคุณ คุณpaula ครับ