เมื่อวานก่อน ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่าวิธีใช้กฏแรงดึงดูด เป็นหนังสือเชิงจิตวิทยา ซึ่งมีตอนหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านอ่าน เผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง
การใช้กฎแห่งการดึงดูดให้เต็มที่ และสร้างชีวิตที่คุณฝันถึง
1. ใช้การพูดย้ำของคุณทุกๆ วัน
2. จดบันทึกการขอบคุณของคุณทุกๆ วัน
3. ใช้สมุดวิสัยทัศน์ของคุณทุกๆ วัน
4. ใช้เวลาแต่ละวันในการสวดมนต์หรือทำสมาธิ
5. ซื่อตรงต่อจุดมุ่งหมายของคุณ
6. เชื่อในความฝันของคุณ
7. เพ่งจิตใจไปที่ความเป็นบวก
8. อยู่ในสภาวจิตของความรู้สึกสำนึกคุณโดยตลอด
9. จินตนาการสร้างภาพชีวิตที่คุณปรารถนา
10. เสน่หากับชีวิตของคุณ
11. มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
12. จงกลายเป็นความสุข
13.ทำสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดี
14. หาสิ่งดีในทุกสถานการณ์ให้พบ
15. ฟังเสียงภายในของคุณ
16. ตอบสนองต่อผลตอบกลับทั้งภายในและภายนอก
17. ทำตามความคิดที่ดลใจของคุณ
18. เต็มใจที่จะรับความเสี่ยง
19. ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น
20. ตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุณเห็นและรู้สึก
21. นึกถึงกฏแห่งแรงดึงดูดได้
22. มีความไว้วางใจ
23. ปลดปล่อยสิ่งที่ต้องการให้กับเบื้องบน ต้นกำเนิด จักรวาล
(กฎแห่งการดึงดูดกล่าวว่าคุณจะดึงดูดอะไรก็ตามที่คุณจดจ่อเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณมอบพลังงานและความตั้งใจให้กับมัน มันจะกลับมาหาคุณ)
ขอบคุณค่ะ สำหรับแนวคิดดีดี กับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วันนี้พึ่งซื้อมาอ่านครับ หลังจากที่ดูหนังสือหลายเล่ม (ซึ่งไม่ได้กะว่าจะซื้อหนังสือแนวนี้เลยแม้แต่น้อย) แต่เห็น topic น่าสนใจเลยหยิบมาดูพลิกด้านหลังปก อ่านหลังปกเสร็จซื้อเลยโดยไม่คิดอะไรเลย ผมยังอ่านไม่เยอะนะคับ อ่านไปถึงแค่หน้า 16 หน้า ย่อหน้าที่ 3 ที่อ่านมาก่อนหน้านี้ผมถือว่าให้แรงบันดาลใจมากทีเดียว และผู้เขียนได้ย้ำในจุดที่เราเจอหรือกระทำบ่อย ๆ ยอดเยี่ยมครับ ยอดเยี่ยมจริง ๆ ถ้าอ่านแล้วได้อะไรอีกจะมาบอกกล่าวเล่าขานนะครับ
"คุณคือพลังงาน"
เคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว กำลังฝึกใช้กฎต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้อยู่ ปรากฏว่าตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ ก็คล้ายๆ กับการฝึกนั่งสมาธิ จิตมันยังฟุ้งซ่านอยู่ สะเปะสะปะไปเรื่อยๆ พอฝึกฝนบ่อยๆ ก็ควบคุมความรู้สึกนึกคิดจิตใจได้ พอประมาณ
มีอยู่ช่วงหนึ่งกิจการที่บ้านไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ เขียนอย่างนี้ก็ไม่ได้นะ ต้องเปลี่ยนประโยคใหม่ให้เป็นบวกว่า “กิจการที่บ้านราบรื่นดีเสมอ” ก็ทดลองฝึก
เช่น ตื่นจากที่นอนพอรู้สติ ก็ “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณที่วันนี้ยังมีลมหายใจ ขอบคุณ คนโน้น คนนี้ ขอบคุณทุกๆ เหตุการณ์ ขอบคุณจักรวาล” ทำอย่างนี้ในเวลาเดียวกัน ติดต่อกันมาเกือบเดือนแล้ว
พอเข้าห้องน้ำก็พูดอีก ว่า “เงินนั้นมีเกินพอ เงินนั้นมีถมไป เงินหลั่งไหลมาหาฉัน ฉันเป็นแม่เหล็กดูดเงิน ฉันรักเงิน และเงินก็รักฉัน ฉันได้รับเงินทุกๆ วัน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” พูดอย่างนี้ทุกวัน
แรกๆ ก็ดูจะเหมือนคนบ้าไปหน่อย แต่พอเข้าใจพลังบวกในสากลโลกมากขึ้น เราก็จะเข้าใจว่านี่คือสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่มีรูปร่าง แต่มีพลังบวกในจิตใต้สำนักเราอย่างมหาศาล
พอจะเริ่มทำงาน ก็พูดอีกว่า พูดย้ำทุกๆ วันว่า “จงตามความสุขไป แล้วจักรวาลจะเปิดประตูให้ในทุกๆ ที่ที่มีกำแพง” ตอนแรกไม่เข้าใจ คิดว่าเป็นพวกคลั่งไคล้พระเจ้าอะไรประมาณนี้ แต่พอศึกษาหลักการของศาสนาทุกศาสนา พระพุทธเจ้าก็สอนให้สวดมนต์ (ท่องบ่น) ศาสนาคริสต์ก็ให้สวดอ้อนวอน อิสลามก็สอนให้สวด ให้ละหมาด ทุกสิ่งล้วนอยู่ในจักรวาลเดียวกันนั่นเอง
บทที่ว่าแล้วจักรวาลจะเปิดประตูให้ในทุกๆ ที่ที่มีกำแพงก็คือ เมื่อการดำเนินชีวิตของเรามีอุปสรรค ปัญหา (กำแพง) จักรวาลหรือพลังบางอย่างในสติปัญญาของเรา ในจิตใต้สำนึกของเราจะช่วยกันเบิกทางให้ หรือ “ปัญหามา ปัญญามี” นั่นเอง
เป็นความรู้อันน้อยนิดเท่านั้น
แต่ที่อยากจะแบ่งปันให้คนอื่นๆ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องวิธีคิด ปัญหาหนี้สิน ปัญหาชีวิต สุขภาพ อย่าท้อแท้ในการปฏิบัติ คิดดี ทำดี พูดดี คือกฎพื้นฐาน ไม่ต้องกังวล
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสองวันก่อนไม่สามารถเก็บเงินลูกค้าได้ตรงตามแผนที่วางไว้ จำนวนเงินที่ต้องใช้ภายในวันนั้น 83,200 บาท ทำอย่างไรดี ตอนแรกก็สมองตื้อไปหมด แต่พอตั้งสติได้ก็รีบควบคุมให้อยู่ในโซนบวก เดี๋ยวเราก็หาได้ เงินทองมีถมไป เราเป็นคนดีนะ กระทำแต่ความดีมาเกือบตลอดชีวิต ราบรื่นๆ ๆ ดีเดี๋ยวก็หาได้
คิดอยู่อย่างนี้ในโซนบวก ใช้กฎแห่งแรงดึงดูดในหนังสือทุกอย่าง(หาอ่านได้จากหนังสือวิธีใช้กฎดึงดูด) มองเห็นภาพเงินเป็นปึก ๆ (เอาภาพเงินเป็นตั้งๆ ปึกๆ ปิดฝาผนังบ้านไว้ให้เห็นในที่ชัดเจน มองเห็นได้ง่ายๆ)
วันนั้นผ่านเหตุการณ์มาได้ราบรื่น ดีมากๆ ๆ ๆ มีคนช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมืออย่างดีจริงๆ พูดแล้วก็ขนลุก
วันนั้น และจนเข้านอน ก็เฝ้าขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ตลอดเวลา
อยากให้กำลังใจทุกคน แล้วนำมาแบ่งปันกันใหม่นะ
5 ม.ค.2554
เขาว่าเป็นปีทอง โชคดี สร้างได้...