ขอเพียงให้เข้าใจและเห็นใจ มีเมตตา มีพรหมวิหาร 4 รับฟังและเข้าใจถึงความยากง่ายในการปฏิบัติงาน หรือแม้แต่หัดพูดคำว่า "เหนื่อยไหม" ยามที่ลูกน้องต้องทำงานที่หนักหนาอดหลับอดนอนเพื่อให้งานออกมาสู่สายตาสาธารณชน หากผู้บริหารเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้ลูกน้อง "ถวายชีวิตและจิตใจ"ในการทำงาน ตายก็ไม่ว่า ... จะทำได้ไหม...
คำถามที่ว่า ทำไมเราต้องยอมทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ ทำไมเราจึงไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ และทำไมเราต้องทำในสิ่งที่รู้ว่ามันผิด และทำไมผู้บังคับบัญชา(บางคน) จึงไม่คิดว่าลูกน้องคือเพื่อนร่วมงาน แต่กลับนึกว่า ตัวเองเป็นเจ้ากรรมนายเวร สั่งลูกน้องอย่างไรจะผิดหรือจะถูกอย่างไรก็ต้องทำตามถ้าขืน(มึง)ขัดขืนก็ระวังไว้เถิดว่า..ไม่มีวันจะผุดจะเกิด
อ่านบทความต่าง ๆ ของคุณโรงงานแล้วก็สะท้อนถึง การบริหารจัดการและการดูแลทรัพยากรมนุษย์ของ "ภาคเอกชน" ซึ่งต่างกับ"ภาคราชการ"ก็ตรงที่ ภาคเอกชนเน้นคนทำงานและเน้นผลงานที่สัมฤทธิ์ผลตลอดจนไม่ลืมที่จะคำนึงถึง ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า

เพื่อนของนกคนหนึ่ง ทำงานอยู่ฝ่ายอบรมฯของบริษัท ไทยแอร์โรว์ พิษณุโลก นกยังจำได้ถึงโครงการสำคัญ ๆ ของไทยแอร์โรว์ที่เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การดูแลเอาใจใส่เยี่ยงพ่อดูแลลูกพี่ดูแลน้อง เช่นโครงการที่นำลูก ๆของผู้ที่ทำงานไปทัศนศึกษาในโรงงาน เพื่อให้ลูก ๆ ทราบว่าพ่อแม่ทำงานอย่างไร

คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารระดับสูงของ ซี พี. ผู้บริหารคนสำคัญของ เซเว่นอีเลฟเว่น เขียนเรื่อง CEO สอนน้องซึ่งอาจารย์เยี่ยม วรอินทร์ ศึกษานิเทศก์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา กรุณานำไปCopy เรื่องราวมาให้เพราะรู้ว่า เราชอบงาน HR และชอบศึกษา ปรัชญาต่าง ๆ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ใช้ภาพประกอบเพียงภาพเดียว "ภาพพญาอินทรี" ในทุกคั่นหน้าเมื่อจบเรื่องเล่าหนึ่งเรื่อง พญาอินทรีหมายถึง ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และจะเป็นคนที่อยู่ด้านบนและมองลงมา เหมือนผู้บริหารที่อยู่เบื้องสูงมองภาพขององค์กรในมุมที่มองลงมา เรื่องพญาอินทรีนี้ มีเรื่องเล่าในหลักจิตวิทยาว่าด้วยการแบ่งประเภคของคนไว้เป็น 4 ประเภทเอาไว้สัญญาว่าจะนำเรื่องนี้มาเล่า
คุณก่อศักดิ์เขียนเรื่องคัมภีร์บริหารจากภูมิปัญญาจีน โดยแบ่งขุนนาง เลว-ดีดูที่ไหนและคุณสมบัติของผู้บังคับบัญชา และรู้เท่าทันผู้ใต้บังคับบัญชา นกจะขอสรุปสั้น ๆ นำมาให้พี่ ๆ อ่านกันนะคะ คุณก่อศักดิ์กล่าวว่า ขุนนางดีมี 6 ประเภท คือ
1. ขุนนางที่เห็นการณ์ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ จึงสามารถสกัดป้องกันไว้ตั้งแต่ต้นเป็นผลให้กษัตริย์ของตนอยู่เหนืออันตรายและดำรงเกียรติยศขจรไกล ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางอริยเมธี
2. ขุนนางผู้ถวายความเห็นอย่างอ่อนน้อม โน้มน้ามให้กษัตริย์ปฏิบัติตามจารีตประเพณีอันดีงามและยึดมั่นอยู่ในธรรมนองคลองธรรม ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่
3. ขุนนางที่ 3 คือ ขุนนางผูทุ่มเททำงานทั้งเช้า-เย็น แนะนำคนดีมาช่วยชาติโดยมิเห็นแก่ความเหน็บเหนื่อย ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางจงรักภักดี
4. ขุนนางผู้มีสายตาแหลมคม มองเห็นเหตุแห่งความสำเร็จและความล้มเหลว สามารถช่วยเหลือป้องกันตั้งแต่ต้น โดยการอุดช่องโหว่รากเหง้าแห่งปัญหา แปรหายนะเป็นชัยชนะ ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางชาญฉลาด
5. ขุนนางที่เคารพกฏหมายเคร่งครัดในระเบียบบังคับ ดำรงชีพด้วยด้วยความสมถะ ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางสุจริต
ขุนนางดีข้อ 6 คือ ขุนนางผู้ไม่ประจบสอพลอ ในยามบ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายกล้าทัดทานท้วงติงสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อหน้าพระพักตร์แม้ในยามที่ทรงพิโรธรุนแรง ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางซื่อตรง
ในยามวิกฤตคับขันบ้านเมืองต้องการคนพูดความจริง ในสถานการณ์ที่เจ้าเหนือหัวไม่พร้อมจะรับฟังสิ่งใด ๆ ไม่มีใครกล้าท้วงติงสิ่งที่มีเหตุผล ขุนนางประเภทนี้พร้อมจะเผชิญหน้าและแจกแจกถึงข้อผิดพลาดของผู้บังคับบัญชา เป็นคนซื่อตรงที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อส่วนรวมค่ะ
คุณก่อศักดิ์ เขียนถึง ขุนนางเลว 6 ประเภท ไว้เหมือนกันค่ะ
1. ขุนนางที่ทำงานเรื่อยเฉื่อย โลภโมโทสัน ไม่ใส่ใจงานหลวง คอยดูทิศทางลม เปลี่ยนสีตามสถานการณ์ ขุนนางเหล่านี้คือ ขุนนางกะล่อน
2. กษัตริย์ตรัสสิ่งใดแล้วล้วนเออออว่าดีงาม กษัตริย์ทรงกระทำการใดล้วนเห็นว่าถูกต้อง แอบสืบแสวงสิ่งซึ่งกษัตริย์ทรงโปรดและเสาะหามาถวาย เพียงให้กษัตริย์สำราญโดยไม่คำนึงถึงผลร้ายตามหลัง ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางสอพลอ
3. จิตใจเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย เปลือกภายนอกดูสุภาพ นุ่มนวล เจรจาไพเราะชวนฟัง แต่ส่วนลึกริษยาคนดีมีความสามารถ เมื่อจะสนับสนุนผู้ใดก็จะกล่าวถึงเฉพาะข้อดี เมื่อจะทำร้ายใครก็จะขยายข้อด้อยของผู้นั้นใหญ่โต เป็นเหตุให้กษัตริย์ทรงพิจารณาคุณโทษอย่างไม่เที่ยงธรรม ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางโฉด
4 มีความรู้มากแต่ใช้เพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตน ชำนาญการเจรจาใช้คารมยุแยงให้แตกความสามัคคี ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางบ่างช่างยุ
5. รวบอำนาจแผ่อิทธิพล ทำผิดเป็นถูก สร้างก๊กส่วนตัว เสาะหาความร่ำรวยส่วนตน แอบอ้างพระราชโองการเพื่อให้ตนได้ผลประโยชน์ ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางปล้นชาติ
6. สนับสนุนให้กษัตริย์ทรงดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกต้องและโยนความผิดทุกอย่างไปให้ผู้เป็นนาย สมคบพวกพ้องปิดพระเนตรพระกรรณ ยังผลให้องค์กษัตริย์มิอาจจำแนกผิดชอบชั่วดี เป็นที่ประฌามของอาณาประชาราษฏร์ ขุนนางเช่นนี้คือ ขุนนางล้างชาติ

ก็สุดแล้วแต่ว่า ผู้ที่อยู่ในระดับผู้บริหารจะเลือกเป็นขุนนางดี หรือ จะอยู่ในขุนนางเลว เปรียบเสมือนองค์กรหากในองค์กรมีบุคลากรที่มีจิตใจมุ่งในความดีมากกว่าบุคลากรที่มีจิตใจมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตน ก็จะทำให้องค์กรนั้นเจริญรุ่งเรือง เป็นที่กล่าวขานแก่นานาองค์กรอีก
ตัวนกนั้นถือว่า เป็นระดับลูกน้อง ผู้ปฏิบัติก็มีแค่หวังว่า จะพบกับผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ซึ่งอาจจะไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผู้บริหารระดับสูงของ ซี พี ไม่ต้องดูแลจิตใจลูกน้องมากเหมือน ซีพีที่สามารถดูแลและควบคุมพนักงานทั่วประเทศถึง 70,000 คน แต่ขอเพียงให้เข้าใจและเห็นใจ มีเมตตา มีพรหมวิหาร 4 รับฟังและเข้าใจถึงความยากง่ายในการปฏิบัติงาน หรือแม้แต่หัดพูดคำว่า "เหนื่อยไหม" ยามที่ลูกน้องต้องทำงานที่หนักหนาอดหลับอดนอนเพื่อให้งานออกมาสู่สายตาสาธารณชน หากผู้บริหารเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้ลูกน้อง "ถวายชีวิตและจิตใจ"ในการทำงาน ตายก็ไม่ว่า ... จะทำได้ไหม...
สวัสดีค่ะน้องนก
สวัสดีคุณนก...........
พวกที่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเจ้านายได้ ไม่มีสิทธิ์เลือกลูกน้อง แต่เรามีสิทธิที่จะเลือกคิด เลือกทำแต่สิ่งดีดีให้กับสังคม ประเทศชาติได้ ของเป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีค่ะ แวะมาให้กำลังใจ...และที่ใช้พรหมวิหาร คิดว่าดีมากๆค่ะ ที่สำคัญเมตตา เมตตา ท่องไว้ค่ะ ขอบคุณมุมมองลูกน้อง ค่ะ
คุณนก
ขอบคุณที่อ้างอิงสิ่งที่ผมได้เขียนเอาไว้ ลงในบันทึกนี้
ความเป็นภาคเอกชน กับราชการ ต่างกันก็เพียง
แค่ความอิสระในการทำงาน ภาคอกชนต้องการความคิดสร้างสรรค์
และพร้อมที่ให้ทำ ให้ลอง เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
แต่ภาคราชการ เน้นความถูกต้องของขั้นตอนการทำงาน
ปฏิบัติตามระเบียบ ทำให้ ความคิดสร้างสรรค์ถูกกรอบกั้นเอาไว้
คนราชการมีความคิด ดีๆ มากมาย แต่ มีเพียงไม่กี่คนที่จะเอา
สิ่งที่คิดมาเปลี่ยนระเบียบ และสิ่งที่เป็นอยู่ได้
องคืกรที่เน้น เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ช่วยได้ครับ ดังตัวอย่าง
ที่เห็นใน g2k นี้ที่คนราชการนำเสนอสิ่งดีๆมากมาย
คุณนก จงดีใจที่เป็นมดตัวเล็กๆ มดนั้น มีระเบียบวินัย เดินเป็นแถวเป็นแนว สามารถยกสิ่งของที่ใหญ่กว่าตัวเองตั้งหลายเท่าๆด้ รู้จัก ทำงานเก็บอาหารไว้ ยามหน้าหนาว ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อพ้นหน้าหนาว มดงานก็รีบออกจากรัง มาหาอาหารต่อไป การทำงาน หากเป็นดั่งมด ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น เอารอยยิ้มเยาะมาเป็นกำลังใจ สร้างสิ่งที่เล็กๆ ไปหาสิ่งใหญ่ เราจะมีคุณค่าต่อองค์กรเองครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
พี่นกครับ ขุนนางดีข้อ 6 หายไปไหนครับ ช่วยเติมให้เต็มด้วยจะได้นำไปเล่าให้น้อง ๆ และเพื่อนผู้จัดการที่ทำงานฟังครับ
เห็นใจระบบงานราชการที่ไม่สามารถเลือกนายและลูกน้องได้ แต่ระบบเอกชนบางแห่งน่าสงสารกว่าเพราะมีโอกาสเลือกทั้งนายทั้งลูกน้อง แต่ไม่สร้างระบบการเลือกสรร และการประเมินผล เข้าทำนอง เรือดี แพดีไม่ขี่ข้าม ดันเอาเรือรั่วน้ำมาข้ามขี่...
สรุปแล้วก็ต้องอดทนเหมือนท่านประจักษ์ว่าไว้นั่นแหละครับ
ในยามวิกฤตคับขันบ้านเมืองต้องการคนพูดความจริง ในสถานการณ์ที่เจ้าเหนือหัวไม่พร้อมจะรับฟังสิ่งใด ๆ ไม่มีใครกล้าท้วงติงสิ่งที่มีเหตุผล ขุนนางประเภทนี้พร้อมจะเผชิญหน้าและแจกแจกถึงข้อผิดพลาดของผู้บังคับบัญชา เป็นคนซื่อตรงที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อส่วนรวมค่ะ