เด็กทุกคนเกิดการเรียนรู้ได้...เพียงเราใส่ใจสักนิด

ไม่รู้จะดีใจหรือเศร้าใจกันแน่

เหตุเกิดเมื่อครั้งที่ดิฉันเป็นครูสอนชั้น ป.๒ โรงเรียนวัดยางสว่างอารมณ์

นักเรียนส่วนใหญ่ผู้ปกครองฐานะยากจน ในชั้นที่สอนมีนักเรียนอยู่คนหนึ่ง

ที่เขาบกพร่องทางเชาว์ปัญญา ชื่อเด็กชาย สิม เขาตกชั้นมาหลายปี

เขาจะชอบอยู่ใกล้ๆดิฉันตลอด จนเพื่อนครูล้อว่าเขาเป็นลูกชายครูลำดวน

      เหตุที่่ไม่รู้จะดีใจหรือเศร้าใจ  เพราะมีอยู่วันหนึ่งดิฉันพานักเรียนเดินสำรวจ

รอบๆโรงเรียนและพูดคุยสิ่งที่เราพบว่าคืออะไร มีประโยชน์ โทษหรือสำคัญอย่างไร

มีต้นยางอยู่ต้นหนึ่งที่เราเดินผ่าน ดิฉันบอกว่ามีประโยชน์อย่างไร บอกนักเรียนว่ายางลบ ที่นักเรียนใช้ รวมถึงรองเท้าแตะฟองน้ำที่นักเรียนใช้อยู่ ก็ทำจากยางพารา และมีการช่วยกันดูว่ารองเท้าใครบ้างที่ทำจากยางพารา ในจำนวนนั้นมีรองเท้าของเด็กชายสิมด้วย

       กลับขื้นชั้นเรียนดิฉันให้เด็กเขียนชื่อ สิ่งที่เราได้รู้จักจากรอบๆโรงเรียน และให้เล่าให้ฟังว่าคืออะไรมีความสำคัญอย่างไร  ทุกคนเล่าได้ เขียนผิดบ้างถูกบ้าง ถึงสมุดของสิมมาส่งครูโดยมอมแมมมาก พอถามเพื่อนๆช่วยกันฟ้องครูว่า "สิมเอารองเท้าฟองน้ำของเขา เป็นยางลบ"

สิมบอกครูว่าไม่มียางลบไม่มีเงินซื้อ "ก็ ครูบอกว่ารองเท้าฟองน้ำ ทำจากยางพาราเหมือนกับยางลบ"

"ผมใช้รองเท้าก็ลบออกครับ แต่รองเท้ามันเปื้อนดินครับสมุดถึงเลอะ"

       วันนั้นเป็นวันที่ดิฉันดีใจมาก ดิฉันได้รู้ว่าสิมลูกชายที่น่าสงสาร ไม่ได้อ่อนด้อยเชาว์ปัญญา แม้จะเศร้าใจนิดๆที่ไม่เคยรู้ว่าเขาขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน

เขาควรได้ขึ้นชั้นเรียนสูงขึ้นเช่นเดียวกับเพื่อนๆ โดยดิฉันได้กลับไปใส่ใจดูแลเขามากขึ้นเรื่องความขาดแคลน ความยากจน ใครว่าสิมเรียนไม่รู้เรื่อง ควรซ้ำชั้นอยู่อย่างนั้น แต่ดิฉันไม่คิดอย่างนั้น

        เพราะสิมเรียนรู้ได้ คิดได้ และคิดเป็นค่ะ  ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่คิดเชื่อมโยงระหว่างรองเท้า กับยางลบหรอกนะคะ

          เด็กทุกคน เกิดการเรียนรู้ได้ เพียงเราใส่ใจสักนิด เราจะรู้ค่ะ