แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ดีขึ้นกว่าเดิมครับ...นักเรียนอภิปรายพอได้ ส่วนใหญ่จะเป็น "ถามคำ ตอบคำ" จะให้เหมือนในหนังฝรั่ง เถียงกันคอเป็นเอ็น หน้าดำหน้าแดง หรือ เหมือนในหนังจีน วิ่ง กระโดด ฟันดาบ ต่อสู้กัน โช้งเช้งๆๆ ตลอดทั้งเรื่อง อย่างนี้่ยังไม่เคยเจอ ทั้งๆที่พยายามทำ

เคยดูหนังฝรั่งเกี่ยวกับเรื่องเรียน เรื่องสอน ในชั้นเรียนของเขา ส่วนใหญ่จะเป็นการอภิปราย ถกเถียง ตามหลักการ ทฤษฎี ตามเหตุผลของแต่ละคนเสียเป็นส่วนใหญ่ การที่ครูจะบรรยาย พูดกรอกหูอยู่ฝ่ายเดียว ท่าจะน้อย

ดูแล้วนึกเปรียบเทียบกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน ของตัวเองเลยล่ะครับ "อยากให้เป็นอย่างนี้บ้างจังเลย" ผมคุยกับนักเรียนหลายรุ่นในชั่วโมงแรกของการพบกัน "อย่างนี้ได้มั้ย? จะเรียนเรื่องอะไร นักเรียนไปค้น ไปอ่านมาให้กระจ่างเลย รวมทั้งครูด้วย เสร็จแล้วพอถึงชั่วโมงเรียนจริง ครูจะตั้งคำถามให้ร่วมกันอภิปราย และ/หรือ เธอตั้งคำถามให้เพื่อนช่วยกันอภิปราย ใครถูก ใครผิด ใครมั่ว ใครตามทฤษฏี จะได้รู้กัน พวกเราจะได้ไม่เบื่อ ที่จะฟังครูสอนอยู่ฝ่ายเดียว"

ผมเชื่อว่า ถ้านักเรียนอภิปรายได้ดีๆ นั่นหมายถึง นักเรียนรู้หมดแล้ว ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระ การแสดงเหตุผล การถกเถียง จะทำให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดเปรียบเทียบ และ คิดอย่างมีวิจารณญาณ ไปโดยปริยาย โดยสรุป นักเรียนน่าจะต้องใช้ความคิดขั้นสูงในการอภิปราย จึงจะสามารถตอบคำถามเพื่อนและครู ซึ่งมีความหลากหลายได้

แต่เชื่อมั้ยครับว่า การสอนโดยให้นักเรียนอภิปรายที่ว่ามานี้ "ผมยังไม่เคยทำได้เลย" จะว่าไม่ได้เลย ก็ดูจะไม่ยุติธรรมต่อลูกศิษย์ผมนัก นักเรียนก็พออภิปรายได้บ้าง แต่อาจจะไม่ลุ่มลึก ไม่ซับซ้อน ไม่สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ เปรียบเทียบ หรือ ใช้วิจารณญาณได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่วนใหญ่เป็นแบบ "ถามคำ ตอบคำ" เสียมากกว่า โดยที่ครูต้องตะล่อม  ต้องประคอง ต้องช่วยอภิปรายสนับสนุน องค์ความรู้เรื่องนั้น จึงจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ว่าง่ายๆ ก็คือ ครูผู้สอน=ผมเอง ยังไม่พอใจนั่นละครับ...พอได้เท่านั้น(เราเอามาตรฐานผู้ใหญ่ มาตรฐานเด็กเก่งๆ ไปเทียบ ไปประเมินหรือเปล่า ผมยังข้องใจตัวเองในประเด็นนี้เหมือนกัน)

ล่าสุดผมสอนนักเรียนชั้น ม.5/1 เรื่อง อวัยวะรับความรู้สึกและ ม.6/1 เรื่อง วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ผลออกมาก็เป็นรูปแบบเดิมๆ ที่ประสบมาโดยตลอด จึงครุ่นคิดเสมอมาว่า สาเหตุน่าจะเป็นอะไร ที่พอเป็นไปได้ ได้แก่...

สาเหตุแรก : นักเรียนไม่แม่นในเนื้อหาสาระสำคัญมาก่อน

ก่อนเข้าชั้นเรียน นักเรียนไม่อ่าน หรือ อ่านแต่ไม่กระจ่างในเรื่องนั้น ความกล้า ความมั่นใจ ที่จะแสดงความคิดเห็น จึงไม่มี

สาเหตุที่สอง : นักเรียนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เป็นธรรมชาติของเด็กไทย นึกถึงตัวเองสมัยเป็นเด็กๆ ครูให้ออกไปรายงานหน้าชั้นเรียน ขาสั่นพรั่บๆเลย แม้เด็กสมัยนี้จะดีกว่าสมัยก่อน แต่วัฒนธรรมไทย เด็กต้องไม่เถียงผู้ใหญ่ ไม่เถียงพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ก็ยังครอบงำความคิดนักเรียนอยู่เยอะ รวมทั้งครูด้วย

สาเหตุที่สาม : นักเรียนวิเคราะห์ สังเคราะห์ ใช้วิจารณญาณไม่ค่อยได้

การประเมินโรงเรียนของ สมศ. หลายโรงไม่ผ่านก็มาตรฐานนี้แหละ  สำหรับเรื่องนี้แล้ว ผมว่านักเรียนสมัยนี้ด้อยกว่าสมัยก่อน หมายถึง แย่กว่าเดิม ซึ่งน่าเป็นห่วงมากนะครับ เพราะอะไร เพราะความสะดวกสบาย ความสำเร็จรูป เทคโนโลยี ที่ทันสมัยนี่เอง ที่ทำให้เด็กไม่ต้องคิดมาก อะไรๆ ก็สำเร็จรูปมาแล้ว ฉีกซอง...รับประทานได้เลย สังเกตไหมว่า เวลาที่ครูเฉลยข้อสอบ นักเรียนไม่ฟังที่มา-ที่ไปหรอกนะว่า ที่ตอบอย่างนี้-อย่างนั้นเพราะอะไร นักเรียนสนแค่ว่ามันตอบอะไร ก หรือ ข หรือช้อยส์ใดเท่านั้น"ว่ามาตรงๆจะดีกว่า"

ใบความรู้ที่ครูจัดทำมาให้ ก็สำเร็จรูปใช่มั้ย? ครูรวบรวม แยกแยะ ตรงตามเนื้อหา ตามหลักสูตร มาจากข้อมูลหลายๆแหล่งแล้ว โดยที่นักเรียนไม่ต้องทำอะไร บริโภคอย่างเดียว "ไม่ต้องเคี้ยว กลืนได้เลย" อย่างที่เขาว่ากัน

เทคโนโลยีทำให้สะดวกสบายขึ้น น่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่ต้องคิด ครูสั่งการบ้าน ค้นจากอินเทอร์เน็ต คัดลอก วาง จัดหน้า ส่ง...ไม่ต้องอ่านเนื้อหาเลยยังได้ อ่านแต่หัวข้อว่าตรงกับที่ครูสั่งหรือเปล่า...เท่านั้นพอ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช  ชวนครูให้เด็กเขียนรายงานส่ง ด้วยลายมือตนเอง สำหรับผม ทำอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าจะคัดลอกมาจริงๆ ก็ต้องมีเขียนด้วยลายมือตัวเอง สรุปปะหน้ามาอีก 1 แผ่น เป็นอย่างน้อย

สำหรับวิธีแก้ไข ปรับปรุง ผมทำอย่างนี้...

ประการแรก : ผมแก้ด้วยการให้นักเรียน สรุปเนื้อหาสาระสำคัญ โดยการเขียนใส่สมุดมาส่งล่วงหน้า ก่อนที่จะเรียนเรื่องนั้นๆ ก็ดีขึ้นบ้าง สรุปว่า"ยังแก้ไม่ตก"

ประการที่สอง : ผมเคยเขียนบทความเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์บ้าง เพราะวัฒนธรรมในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาตินั้น ใหญ่เกินกว่าครูตัวเล็กๆอย่างผมเสียแล้ว

ประการที่สาม : ผมแก้โดย...

1. ข้อสอบของผม จะต้องเน้นให้นักเรียนอธิบายคำตอบ นอกจากเป็นช้อยส์อย่างที่ครูเราฮิต

2. การจัดการเรียนการสอน เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง จะแทรกไว้ในเรื่องต่างๆเสมอ อาทิ ทดลอง ศึกษาค้นคว้า สืบค้นข้อมูล ทำโครงงาน ผลิตสื่อมาสอนกันเอง เรียนรู้ด้วยกลุ่ม(ร่วมมือร่วมใจ) ฯลฯ เพราะส่วนตัวเชื่อว่าวิธีการเหล่านี้ นักเรียนต้องคิดเองมากขึ้น

แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ดีขึ้นกว่าเดิมครับ...นักเรียนอภิปรายพอได้ ส่วนใหญ่จะเป็น "ถามคำ ตอบคำ" จะให้เหมือนในหนังฝรั่ง เถียงกันคอเป็นเอ็น หน้าดำหน้าแดง หรือ เหมือนในหนังจีน วิ่ง กระโดด ฟันดาบ ต่อสู้กัน โช้งเช้งๆๆ ตลอดทั้งเรื่อง อย่างนี้่ยังไม่เคยเจอ ทั้งๆที่พยายามทำ

เล่ามายืดยาว เพียงอยากบอกว่า นี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่อง ที่ครูอย่างผม "ยังไม่เคยทำได้เลย"