เป็นพยาบาล...ถ้าวันนี้ไม่พูดถึงตัวเอง...ก็เกินไปหน่อย

พยาบาลหลายๆท่านจำได้ดีว่าวันนี้ “21 ตุลาคมเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ” ....และน่าจะยังคงมีอีกหลายท่านที่ทำแต่งานจนลืมวัน ลืมคืน ลืมแม้กระทั่งกล้าถามใครต่อใครว่า.... “วันนี้วันอะไรเหรอ เห็นเขาทำพิธีหน้าพระรูป...” อย่างเช่นฉัน

คำตอบที่ได้จากน้องทำเอาฉันหัวเราะก๊ากเพราะความเฉิ่มของตัวเอง....ภายในน่ะอึ้ง...สนิท...รู้สึกละอายยิ่งนักที่ไม่รู้แม้วันหรือคืน....ของตนเอง....
คำถามจาก ครูปู ในข้อคิดเห็นจากบันทึกนี้ กระตุกความคิดของฉันให้หวนกลับมาดูตัวเอง และวิชาชีพตัวเองซะบ้าง.....
ฉันนึกถึงบันทึกเก่าๆที่ได้เคยระลึกถึง “พยาบาล” สมัยก่อน ตอนเป็นนักศึกษา นึกแล้วมีความสุขอย่างประหลาด
· เรื่องเล่า....จากความทรงจำในอดีต.. “นักศึกษาพยาบาลจุฬาฯ” · ตอนที่๒ ..บรรยากาศภายในโรงเรียน..ที่ผู้ชายไม่มีสิทธิเข้าฮะ... · ตอนที่๓...มีผีที่หอ...จริงเหรอ.. · ตอนที่ ๔(ตอนจบ) ...รำลึกถึงเรื่องเก่าๆ...แถมเรื่องเล่าของ "ไอ้ติ้ว"
แอบหวนมองย้อนกลับไปใอดีต ตามบันทึกต่างๆของตัวเองหลายๆบันทึกแล้วมองดูพยาบาลรุ่นใหม่ๆ...ที่บทบาทต่างจากเดิมไปมากเพราะการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว....
-
ฉันเคยถูกสอนให้ช่วยคนไข้ทุกอย่าง...เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นสอนให้ผู้ป่วย(และญาติ)ช่วยตนเองมากๆ..
-
ฉันเคยถูกสอนให้ปูเตียงคนไข้ให้ตึงเป๊ะ ชนิดโยนเหรียญบาทต้องกระเด้งขึ้นได้...ห้ามผูกมุมที่นอนเพราะเกรงว่าถ้าผ้าปูที่นอนยับ ผู้ป่วยจะนอนไม่สุขสบาย
-
ฉันเคยถูกสอนให้พับผ้าห่อเซ็ทเครื่องมือผ่าตัดให้เรียบ ตึง เพื่อความสวยงามและจะสังเกตได้ง่ายหากมีมด แมลงเดินไต่
-
เป็นพยาบาลcirculated ที่ต้องหมั่นเดินดู และจัดไฟให้ตรงบริเวณผ่าตัดที่แพทย์ขยับไปเรื่อย
-
ฉันเคยถูกสอนให้ยกของ ลากของในห้องผ่าตัดเงียบๆ ไม่โครมคราม เพราะแพทย์ต้องการสมาธิและบางคราวผู้ป่วยไม่ได้หลับจะเป็นการรบกวน

สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนเปลี่ยนไป...พยาบาลยุคใหม่ต้องตามให้ทันทั้งด้านวิชาการ บริการ วิจัย...แถมบริหารด้วย
ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยจึงถูกปรับให้เหมาะสม...ไปเรื่อยๆ...ตามสถานการณ์...ที่ฉันเองไม่อาจเปลี่ยนได้มากนักเพราะรู้สึกเสมอว่าสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการเพิ่มเติมจากการรักษาที่มีคุณภาพ คือการดูแลเอาใจใส่..."หัวใจ"ของผู้ป่วย และญาติๆที่มาดูแลเขาด้วย...นั่นเอง
และตอนนี้มีวิสัญญีพยาบาลแถบอิสานมากถึง 40 คน เกือบทุกจังหวัดแถบนี้ที่รวมตัวกันที่คณะพยาบาลศาสตร์ มข. ขอนแก่น(ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์) เพื่อมุมานะกับการรับการอบรมเพื่อเตรียมพร้อมในการสอบเป็นAPNs (Advanced Practice Nurses) ดังเช่นพยาบาลสายอื่นๆ

แสดงถึง...อีกหนึ่งเลือดเนื้อเชื้อไขของพยาบาล....ที่ไม่อยากให้ถูกลืม....และพร้อมที่จะทุ่มเทพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นเพื่อให้ได้คุณภาพการดูแลผู้ป่วยวิสัญญีในความรับผิดชอบที่มีคุณภาพสูงขึ้น
นี่คือสิ่งที่ฉันและเพื่อนๆกำลังจะทำเพื่อเพิ่มสมรรถนะของพยาบาลไทย
พึ่งรู้ว่ามีวันพยาบาลด้วยอ่ะ ดีจัง มีวันประจำวิชาชีพ เคยได้ยินเพื่อนที่เรียนพยาบาลเล่าเรื่องปูผ้าให้ตึงแล้วมีอาจารย์มาตรวจโดยการโยนเหรียญลงไป ต้องกระเด้งเท่านั้น ฟังแล้วโห อะไรขนาดนั้น เห็นเรียกว่าสามเหลี่ยมชายธง ถ้าน้องจำไม่ผิดนะ จริงๆ แล้วอาชีพพยาบาลนี่ใกล้ชิดคนป่วยมากกว่าหมอซะอีก เวลานอนโรงพยาบาลหรือไปใช้บริการจะต้องเจอพยาบาลเป็นด่านแรก ถ้าเจอพยาบาลใจดีไม่ดุก็ดีใจ เพราะเวลาป่วยน่ะรู้สึกแย่อยู่แล้ว ถ้าต้องเจอคนดุเราก็รู้สึกแย่ลงอีกอ่ะ แต่อย่างน้องนี่ตอนโตแล้วพยาบาลไม่ค่อยกล้าดุ เพราะเราดุกว่า 555
สวัสดีจ้ะ น้องเล็ก
มาให้กำลังใจนะคะ ถ้ากลุ่มรุ่นพี่ APN โรงพยาบาลศรีนครินทร์จะช่วยอะไรได้บ้างก็ยินดีนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่Handy
สวัสดีค่ะ พี่แก้ว
น้องหญิงใหญ่
วันพยาบาลมีแต่รูปพยาบาลสวยๆทั้งน้าน... ครับ
เรียน พี่ใหญ่( อ. พิชัย กรรณกุลสุนทร )
สวัสดีค่ะ ป้าแดง
เข้ามาอ่านแล้ว รู้สึกเลือดพยาบาลพุ่งพล่าน ดิฉันอยู่ฝ่ายการศึกษา กำลังใส่เกียร์เดินหน้ากับการผลิตพยาบาลที่มีหัวใจกรุณา วันที่ ๒๗ ตุลานี้ จะจัดเสวนาหัวข้อ"สุขผลิบาน ในงานสอน: เพื่อเยียวยาผู้ป่วยด้วยหัวใจ" โดยเชิญกระบวนกรที่คลุกคลีกับการสร้างคนให้เติบโต ด้านใน ที่ท่านอ.ประเวศ วะสี เรียกว่า จิตปัญญาศึกษา หรืออีกนัยหนึ่งคือจิตวิวัฒน์ นั่นเอง แล้วจะมาเล่าให้ฟังถึงผลการเสวนาค่ะ
เห็นพยาบาลใหม่สวยๆแล้วปลื้มจังค่ะ..
มาให้กำลังใจพยาบาลด้วยกันค่ะ..
สวัสดีค่ะ อาจารย์คุณ rujires - thanooruk
สวัสดีค่ะ คุณ คุณลดา
สวัสดีค่ะ
ได้อ่านบันทึกและเห็นรูปผู้หญิงในชุดขาวแล้วรู้สึกเลือดสูบฉีดหัวใจเต้นแรง รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งจบการศึกษา "พยาบาล"เมื่อ 8 ปีที่แล้วจนต้องไปหยิบรูปเก่ามานั้งดู แม้ตอนนี้แทบจะไม่ได้สวมใส่ชุดขาวดังที่ได้ตั้งใจไว้ ( ทำงานที่สถานีอนามัย ) แต่หัวใจของการเป็นพยาบาลก็ยังเต็มล้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าร่วมพีธีในวันพยาบาลบ่อยนักแต่สำนึกในวิชาชีพมิได้เสื่อมคลายไป
การพัฒนาศักยภาพของพยาบาลเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ดูแลคนไข้ ประชาชนได้อย่างครบองค์รวม การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เป็นเรื่องที่ต้อวกระทำอย่างต่อเนื่องแม้จะก้าวพ้นมาจากสถาบันการศึกษาแล้วก็ตาม ส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาตนเอง ส่วนหนึ่งเพื่อยกระดับวิชาชีพ และท้ายสุดผลจากการศึกษาเพิ่มเติมก็ทำให้พยาบาลอย่างเรามีองค์ความรู้ที่จะดูแลคนไข้ต่อไป หลักสูตรเฉพาะทางด้านวิสัญญีเป็นเรื่องที่ตนเองเคยสนใจแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนเพิ่มเติม จึงหันเหไปเรียนด้านการพยาบาลเฉพาะทาง พยาบาลเวชปฏิบัติ (การรักษาโรคทั่วไป)เนื่องจากมีประโยชน์ต่องานที่ทำอยู่มากกว่า
ครั้งหนึ่งเคยผิดหวังที่ต้องทำงานที่สถานีแต่ปัจจุบันนี้ความรู้สึกเหล่านั้นเลือนหายไปจนหมดสิ้น ด้วยเห็นว่าอยู่ สอ.ก็ดูแลคนไข้ได้
ดีใจค่ะที่มีโอกาสได้เข้ามาอ่านบันทึกและขออนุญาติแลก
เปลี่นประสบการณ์วิชาชีพ พยาบาลของเราร่วมกัน เพื่อ พัฒนาศักยภาพพวกเราต่อไป
สวัสดีค่ะ..แวะมาเยี่ยมวิชาชีพเดียวกันค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ..
สวัสดีค่ะ คุณ อังคณา
สวัสดีค่ะ คุณOh_hO