"สับฟาก" วิชาที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย


      เคยได้ยินไหม ?  สุภาษิตคำพังเพย  เถียงคำไม่ตกฟาก  ครูข้างถนน เติบโตมากับฟาก ใช้ชีวิต อยู่ในบ้านที่ปูด้วยฟาก และกั้นด้วยฟาก ตั้งแต่เล็กจนโต เคยเห็นพ่อแม่ และญาติพี่น้อง ช่วยกันนำฟากมาทำบ้าน แต่ครูข้างถนนสับฟากไม่เป็น  ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไรด้วยซ้ำ  หน้าร้อนเดือนเมษายน บ้านฟาก มุงด้วยใบตองตึง หรือ หญ้าคา เย็นสบายกว่า บ้านมุงด้วยกระเบื้องเยอะ  อาจจะเย็นพอๆกับห้องแอร์เลยก็ได้

            ฟาก เป็นวัสดุอย่างหนึ่งที่จะนำมาสร้างบ้านในอดีต  ถึงแม้ตอนนั้นไม้หาง่าย  แต่จะอุปกรณ์นำไม่มาแปรรูปไม่นั้นหายาก  จึงนิยมนำไม้ไผ่ เป็นลำ มาสับๆ และทำเป็นแผ่นแทนไม่ เพราะทำง่ายและอุปกรณ์นำมาสับทำเป็นแผ่น ก็ใช้แค่มีดหรือขวานเท่านั้น  

ดังที่บอกเบื้องต้นว่า  ครูข้างถนน  ถึงแม้จะเติบโตท่ามกลางบ้านฟาก แต่ก็สับไม่ไผ่ทำฟากไม่เป็น  วันที่ลงพื้นที่อุ้มผาง  ตอนต้นเดือนที่ผ่านมา  อยู่บ้านพ่อแม่จนถึงวันเสาร์อาทิตย์  และช่วงนั้นเป็นช่วงที่พ่อ แม่ (คนที่ 2) กำลังจะสร้างยุ้งเก็บขาวโพด  กำลังหา ฟาก นำมาเป็นวัสดุ สร้างยุ้งข้าวโพดพอดี ครูข้างถนนจึงขออาสาไปช่วยพ่อแม่ และถือโอกาสเรียนรู้การสับฟากด้วย         

 ........เริ่มจากไปหาลำไม่ไผ่จากในป่าไผ่ ขั้นตอนนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด กว่าที่จะได้ไม้ไผ่มา ต้องเสียเลือดให้กับยุง หลายหมด เลยครับพี่น้องงงงง

........ต่อมานำไม่ไผ่ที่เป็นลำๆ มาสับ ไม่ต้องสับให้ละเอียดเหมือนสับหมูสับนะครับ สับพอให้ไม่ไผ่แตก และนำมาทำเป็นแผ่นได้แค่นั้นก็พอ ขั้นตอนหาไม่ไผ่ว่ายากแล้ว ขั้นตอนนี้ยิ่งยากมากครับ มือที่ไม่เคยจับมีด พอมาได้สัมผัส มีดก็หนัก สับนานๆมือก็เป็นตุ่มใสๆเหมือมีน้ำอยู่ในตุ่มนั้น  บอกได้คำเดียวว่าเจ็บครับ

…..เมื่อสับพอได้ที่แล้วก็นำมาผ่าเป็นแผ่น เลาะเอาตาข้างในไม่ไผ่ออก ขั้นตอนนี้ ต้องระมัดระวังมากๆ เพราะถ้าไม่ระวังจะได้เลือดจาก ไม่ไผ่ที่มันคมๆบาดเอาได้

      เสร็จสิ้น 3 ขั้นตอนก็จะได้ไม้ฟาก  แต่ละขั้นตอนไม่หมูเลย ครูข้างถนนได้ฟาก แผ่นแรก นึกถึงพ่อแม่ ขึ้นมาทันที ตอนที่ครูข้างถนนเป็นเด็กๆ ขณะที่นั่งนอนสบาย บนบ้านฟาก  พ่อแม่ต้องลำบากหาฟาก กั้นเป็นฝาและปูที่พื้น กว่าจะได้แต่ละแผ่น

     เมื่อคิดเช่นนี้ และก็คิดต่อไปอีกว่าในอนาคตอาจจะสร้างบ้านที่กั้นและปูด้วยฟากแล้วมุงด้วยหญ้า อยู่แบบเรียบง่าย สักหลังหนึ่ง  แต่เกรงว่าจะหาฟากและหญ้าคาได้อีกหรือไม่?????

 

 

             พ่อใหญ่  ครูสอน ครูข้างถนนสับฟาก               ไม่ได้ให้ดูลายมือนะครับ ให้ดูตุ่มน้ำใสๆ

                                                                                             ที่เกิดบนฝ่ามือ

ลำไม่ไผ่เมื่อสับแล้วจะได้ฟาก

 

คำสำคัญ (Tags): #ฟาก
หมายเลขบันทึก: 217604เขียนเมื่อ 19 ตุลาคม 2008 20:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:44 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (13)

 

ในอนาคตอาจจะสร้างบ้านที่กั้นและปูด้วยฟากแล้วมุงด้วยหญ้า อยู่แบบเรียบง่าย สักหลังหนึ่ง  แต่เกรงว่าจะหาฟากและหญ้าคาได้อีกหรือไม่

น่า..เป็นห่วงจังค่ะ  บางอย่างตอนนี้ก็หายากแล้วนะคะ

พี่คิมก็อปรูปจากเว็ปที่เขาเอามาให้  และมาให้ต่ะค่ะ

บนเขามีต้นแบบนี้ไหมคะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ

สวัสดีครับ

ไม่ได้แวะมาทักทายนาน

ช่วงนี้คงสบายดีนะครับ

อากาศหนาวหรือยังเอ่ย

  • กำลังคิดว่าถ้าจะต้องลงมือบ้าง
  • จะมีวิธีไหน ที่ไม่มีตุ่มน้ำใสอย่างนั้น บ้างไหม
  • แฮ่ะ ๆ เจ็บแทนเลยค่ะ
  • ไม่ได้เจอครูข้างถนน ตั้งนาน ลูกสาวคนสวย และคุณครูสบายดีไหมคะ

- สวัสดีค่ะ คุณครูข้างถนน ขุนเขา ฯ คุณครูสบายดีนะคะ

- แวะมาเยี่ยม และมาดูว่า "ฟาก" เขาทำยังไง

- อากาศที่โน่นน่าจะหนาวแล้วนะคะ เพราะพี่นัดพิมพ์ๆ คอมเมนต์อยู่ รู้สึกไอเย็นๆจากลมหนาวเริ่มมีมานิดหน่อย แต่คงไม่มากกว่านี้ เพราะมันไม่มีหน้าหนาวสำหรับที่นี่หรอก

- รักษาสุขภาพนะคะ

สวัสดีครับคุณครู ข้างถนน

ขอเติมเต็มเรื่อง ฟาก ครับ

ที่ ปักษ์ ใต้ฟากมี 2 แบบคือ ฟากไม้ไผ่ เหมือนที่ครูทำอยู่

และฟากไม้หมาก ผมถนัดเรื่องฟากและฝาไม้ไผ่ ขัด( สาน)

ฝาไม้ไผ่ ลาย น่องควาย ถนัด ส่วนลายลูกแก้วเลือนๆแล้ว

มีคำดูถูกเหยียดหยามคนจนให้เจ็บช้ำน้ำใจ

โดยเปรียบเปรยกับฟากดังนี้

"มั้นอี้ดี มั้นอี้รวยเท่าได เม่อมัน โยเรินมุงจาก ฟากไม้ไผ ไดสามขั้น"

(มันจะดี มันจะรวยมาจากไหน ในเมื่อบ้านที่มันอยู่

เป็นเรือนมุงหลังคาด้วยจาก พื้นปูด้วยฟากไม้ไผ่ บันไดขึ้นเรือนก็มีแค่ สามขั้น) ขอแลกเปลี่ยนครับครู

สวัสดีครับพี่ครูคิม

บนดอยไม่มีต้นไม้ชนิดนี้ครับพี่

ถ้ามีก็เยอะคงจะดี บนดอยจะมีแต่ความรัก(มีแต่คนรักเด็กๆครับ)

เรื่องนี้น่าเป็นห่วงครับพี่ ที่บ้านผมตอนนี้เริ่มปลูกสร้างบ้านด้วยปูนและอิฐบล็อกแล้วครับ

ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาทักทาย

 

สวัสดีพี่ ธ.วั ช ชั ย

บนดอยหนาวแล้วครับ

แต่แม่สอดยังไม่หนาว

ผมสบายดี เพียงแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

พี่ ธ.วั ช ชั ย  คงสบายดีนะครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทาย

อืม...เพิ่งรู้นะเนี่ย

บนดอยหนาวแล้วเหรอ

เมื่อไหร่แถวนี้จะหนาวก็ไม่รู้

รอต้อนรับลมหนาวอยู่...

+ หวัดดีเจ้าชายน้อยของพี่...

+ สบายดีไหมเอ่ย...มาบอกว่าพี่อ๋อยก็บ้านนอก...

+ ดังนั้เจ้า "ฟาก" นี่รู้จักดีค่ะ...ตอนเด็ก ๆ ที่สวนยางทำหนำแล้วก้มีฝากเหมือนกัน...ก็โตมากับฟาก...

+ ไม่อยากบอก...พี่ส่งเมลล์ไปหา...กรุณาเปิดอ่านด้วย...และกรุณาตอบความคิดถึงพี่สาวคนนี้ด้วย...คิดถึงมาก...

  • หวัดดีค่ะ...
  • สบายดีนะค่ะ
  • เพิ่งรู้วันนี้นี่เอง...ว่า "ฟาก" เป็นอย่างนี้นี่เอง
  • อากาศทางโน้นเป็นงัยบ้างน้องชาย...ดูแลสุขภาพบ้างนะจ้ะ

 

 

ครูสบเมย แม่ฮ่องสอน

ยินดีกับหน้าที่การงานใหม่ด้วยครับ..และดีใจด้วยที่ยังทำงานเกี่ยวกับเด็ก ๆ ที่ตนเองรัก..ดูแลสุขภาพครับ..

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะครูน้อง

....

แต่ในข้อเท็จจริงขณะนี้นั้นคือนางสาวปุดี พนาลัยจารุ นั้นยังตกเป็นคนไร้รัฐ ด้วยเหตุที่ตัวน้องปุดีนั้นยังไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรที่ระบุว่าตัวนางสาวปุดีเป็นราษฎรของรัฐใดเลยในโลก การนี้จึงเป็นเหตุให้นางสาวปุดีนั้นไม่อาจที่จะเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในบางประการได้ กรณี นางสาว ปุดี พนาลัยจารุ

ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสถานะบุคคลของ นางสาว ปุดี พนาลัยจารุ

- เกิดที่บ้านปูแป้ จังหวัดตาก เกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2536

- มีพยานรู้เห็นการเกิดของนางสาว ปุดี พนาลัยจารุอายุ 15 ปี ยังไม่ได้เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนราษฎร เป็นคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎรจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านปูแป้ข้อเท็จจริงของบิดา นางสาวปุดี พนาลัยจารุ

บิดา ชื่อ นายติ๊กกุ พนาลัยจารุ เกิดปี พ.ศ. 2501 อายุ 50 ปี

- ปัจจุบันถือบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตร 8 6306 84005 25 5

ในช่วงก่อนบิดาของนางสาว ปุดี ได้ถือบัตรสีฟ้า

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี