(บางทีความสงบ สะอาด เงียบ ก็เป็นเสน่ห์ขั้นเยี่ยม)

หัวข้อนี้พลิกความคาดหมายได้มาก ในการเดินทางไปทัศนศึกษาประเทศลาวตอนใต้เที่ยวนี้ เพราะไปเจอเรื่องอึ้งกิมกี่มากมาย เมื่อก่อนก็ทราบแต่ว่าประเทศลางอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งทรัพยากร ยังไม่มีการเอาวิชาความรู้เถื่อนมาทำมาหากินอย่างล้างผลาญแบบทำลายต้นทุนธรรมชาติ จนเกิดความมลภาวะไปแทบทุกเรื่อง อย่างที่เกษตรกรไทยชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะทำมาหากินแบบทำลายดิน ปุ๋ย สภาพแวดล้อมต้องขอบคุณสถาบันพระปกเกล้าที่ออกแบบการไปดูงานได้จุดที่สำคัญมาก

  • วันแรกจัดให้เราได้ไปดูสภาพพื้นที่ๆเสื่อมโทรม
  • วันที่สองจัดให้ไปดูสภาพพื้นที่ๆอุดมสมบูรณ์

ผมไม่นึกมาก่อนว่าจะได้เป็นเห็นต้นข้าวในท้องทุ่งลาวต้นเล็กลีบแคระแกรน คิดต่อไปว่านาบิ้งหนึ่งจะได้เมล็ดข้าวสักกี่กระบุง ไม่ได้เป็นเพียงที่นาบางแห่งนะครับ ภาพโดยรวมก็เห็นว่าใกล้เคียงกัน มองหาต้นข้าวที่แตกกอแข็งแรงอย่างบ้านเราไม่เจอ..ส่วนสาเหตุไม่กล้าฟันธงว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากไม่มีข้อมูลเพียงพอ ถามไกด์ทราบแต่เพียงว่าคนลาวจะปลูกข้าวเหนียว95% ช่วงที่เดินตลาดก็แอบดูร้านจำหน่ายข้าวสาร รับประทานอาหารก็พยายามชิมข้าวเหนียวลาว

  

                 (วิถีชีวิตในลาวอธิบายได้หลายแง่มุม ผลไม้ ขนมปัง แม้แต่รถสาม3พ่วง)

ข้าวเหนียวลาวไม่ได้สีขาวสะอาดอย่างบ้านเรา คงจะไม่ใช่ข้าวตำมือ แต่เป็นข้าวสีแบบข้าวกล้อง มีความนิ่มน้อยกว่าของเรา แต่รสชาติดีมาก ต้องเคียวนานๆ สรุปว่าอร่อยใช้ได้เลยละครับ อาหารการกินทั่วไปในเมืองใหญ่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร พืชผักพื้นเมืองมีพอๆกับผักเพาะปลูกคล้ายบ้านเรา โปรตีนมาจากปลาแม่น้ำโขง เนื้อสัตว์ป่าพวกเก้ง หมูป่า นก หาซื้อได้ง่าย เนื้อเก้งตากแห้งเป็นริ้วๆมีทุกแห่ง

มีคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ค่อยเห็นหมาวิ่งเพ่นพ่านเหมือนบ้านเรา ได้รับคำตอบว่า ในลาวมีความพอเพียง เอื้ออาทร จึงไม่มีการลักเล็กขโมยน้อย อนึ่งลาวอยู่แบบพอเพียง และคนญวนคนลาวบางพื้นที่นิยมเจี๊ยะเอ๋ง! โปรตีนที่เห่าได้จึงมีไม่มากเพราะถูกคุมปริมาณด้วยค่านิยมอาหารประเภทนี้ อำเภอท่าแร่จังหวัดสกลนคร ถ้าเขียงหมาไม่มีศีรษะมาวางโชว์ลูกค้าไม่ซื้อจริงๆด้วย

(มุมสบายดูง่ายๆแต่การจัดไม่ง่ายนักหรอก)

วันที่สองตื่นมากินอาหารเช้าที่ลานโล่งด้านหลังโรงแรม บรรยากาศดีมาก ได้ชิมขนมปังตะบองที่หั่นเป็นชิ้นๆ หลังจากนั้นลุงเอกพาคณะไปเที่ยวตลาดสด ไปทำบุญที่วัดหลวง เป็นวัดเก่าแก่ที่อลังการมาก มีศาสนาสถานที่สะท้อนตัวตนของลาวทุกกระเบียดนิ้ว เป็นที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์ที่สำคัญในเขตลาวใต้ พวกเราเตรียมดอกไม้เข้าไปกราบพระในโบสถ์ เสี่ยงเซียมซี รับศีลรับพรอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ผมแว๊บออกมาถ่ายรูป เป็นช่วงที่ทางวัดเตรียมการทำบุญวันออกพรรษา เต็นท์ตั้งบดบังมุมภาพสวยๆอย่างน่าเสียดาย

 

 (วัด นำมาเป็นต้นทุนเพื่อการท่องเที่ยวได้ดีในด้านการเชื่อมโยงกายใจ)

ไกด์เตือนว่าวันนี้เราจะเข้าเขตอากาศเย็นให้เตรียมเสื้อกันหนาว แต่ไปถึงอากาศกำลังเย็นสบายเพราะช่วงหนาวยังมาไม่ถึง แหล่งที่เราเดินทางไปวันนี้มีสภาพแวดล้อมสมบูรณ์ ดินคงดีอากาศดีความชื้นดีน้ำท่าดี ต้นไม้ใบหนาเขียวเป็นมัน สภาพโดยรวมเขียวครึ้ม ส่วนใหญ่จะปลูกไม้ผลและกาแฟและพืชผักที่ชอบอากาศหนาว ชาวบ้านเอาลูกพลับพันธุ์ลาวมาขายกก.ละ60บาท กาแฟสำเร็จรูป ผ้าทอมือ กล้วยไม้ และของที่ระลึกมาเป็นสินค้าท่องเที่ยว   

 

 (ธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำตก มีมูลค่าและคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ จึงไม่ควรบริหารจัดการแบบบ้องตื้น) 

ก่อนจะไปน้ำตกผาส่วม เราแวะชมหมู่บ้านที่แสดงวัฒนธรรมชนเผ่า เป็นนิทรรศการด้านวัฒนธรรมที่จัดวางรูปแบบไว้อย่างมืออาชีพ รวมหมู่บ้านชนเผ่าต่างๆ แสดงดนตรีต้อนรับ เชิญไปชิมน้ำมะตูมที่เรือนรับรองหลังใหญ่ ภายในประดับประดาด้วยเครื่องมือทำมากิน คณะเราร่วมร้องเพลงกับมือดีดซึงชนเผ่าอย่างสนุก ช่วยกันซื้อผ้าทอมือสวยๆ

           (เดินตามไก่ ในประเทศลาว)

ชมเรื่องวิถีชีวิตชนเผ่าแล้ว เดินเท้าไปยังน้ำตกผาส่วมที่อยู่ใกล้ๆ เราเดินทางลดเลี้ยวใต้ร่มไม้ชมดอกไม้ ข้ามสะพานไม้ไผ่ที่เก๋ไก๋ ผ่านจุดชมน้ำตกที่สวยพิเศษอีกมุมหนึ่ง ข้ามไปฝากตรงข้ามเป็นภัตตาคารขนาดใหญ่ โต๊ะอาหารพื้นปูทั้งหมดใช้ไม้แผ่นใหญ่ๆมาทำได้ประณีตสวยงาม ที่รับประทานทำเป็นช่องหย่อนขาสบายๆ ปูเสื่อนั่งไม่เปลืองเก้าอี้ อาหารเครื่องดื่มคุณภาพระดับ5ดาว

สิ่งที่เกิดที่เห็นเป็นฝีมือของคนไทยที่ชื่อคุณวิมล กิจบำรุง เป็นชาวนครปฐม ศิษย์เก่าอัสสัมชัญระยองรุ่นที่1 อัสสัมชันศรีราชารุ่นที่22 และโรงเรียนเพาะช่าง เดิมตั้งใจจะเป็นครูสอนศิลปะได้ผันแปรตัวเองมาเป็นนักธุรกิจ ประกอบกิจการท่องเที่ยวที่พัทยา-เกาะล้านรุ่นบุกเบิก ต่อมาได้ขายกิจการทั้งหมดนำบุตรชายและภรรยาไปเปิดร้านอาหารที่ประเทศเยอรมัน จนกระทั้งบุตรชายทั้ง2เรียนจบจึงได้ย้ายกลับประเทศไทย ต่อมาได้รับการเชิญชวนให้มาลงทุนที่แขวงจำปาสัก ได้มาพบเห็นสถานที่แห่งนี้ ประทับใจในสภาพธรรมชาติและวัฒนธรรมเก่าแก่ของชนเผ่าต่างๆ ได้ลงมืออกแบบด้วยตนเอง ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเนื้อที่1,300ไร่ ให้เป็นอุทยานบาเจียง น้ำตกผาส่วม

ข้อสังเกต

  1. พื้นที่ๆมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและสภาพธรรมชาติที่สวยงามในประเทศไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้านำมาบริหารจัดการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างมืออาชีพ (ทำเป็น คิดเป็น พัฒนาเป็น นำวิชาความรู้มาด้านท่องเที่ยวระดับสากลมาบริหารจัดการ) เราจะพบช่องทางและโอกาสเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า
  2. การดำเนินการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ยังไม่มีแผนแม่บทชัดเจน พื้นที่ๆอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆดำเนินกันเอง แต่เป็นไปในสไตล์ราชการ ไม่เป็นไปตามสไตล์มืออาชีพซึ่งคล่องตัวและเปิดโลกทัศน์ได้มากกว่า เป็นไปได้ไหมที่จะหันมาพิจารณาทบทวนให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการร่วมภายใต้เงื่อนไขที่ราชการกำหนด ในจุดที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์แบบพบกันครึ่งทาง หรือให้อิสระทั้งหมดเช่นที่รัฐบาลลาวเปิดให้คุณวิมล กิจบำรุง ถ้าเปิดกว้างให้มีการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม จัดการส่งเสริมการบริหารต้นทุนทางธรรมชาติและวิถีไทย นอกจากจะมีมูลค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว แล้วยังมีคุณค่ามากขึ้น เจริญขึ้น เติบโตขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจะมีนโยบาย-แผนแม่บท-เป้าหมายหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่ามหาศาล
  3. ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้องค์กรส่วนท้องถิ่นและภาคชุมชน จัดการดูแลแหล่งท่องเที่ยว จัดประเพณีอนุรักษ์ จัดโฮมสเตย์ ฯลฯ  แต่ก็ยังดำเนินไปแบบตาบอดคลำช้าง เพราะไม่ได้มีต้นขั้วการศึกษาวิชาความความรู้ ยังเข้าไม่ถึงวิชาการทางด้านนี้ คำถามก็คือ เราจะตั้งไข่ในเรื่องนี้กันอย่างไร
  4. สถาบันที่สอนวิชาการท่องเที่ยว ผมไม่ทราบว่ามีเนื้อหาความครอบคลุมภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง เป็นไปได้ไหมที่สถาบันการศึกษาจะเป็นเจ้าภาพร่วม จัดโครงสร้างเสริมเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยร่วมกับภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคชุมชน ในลักษณะเชิงรุก ไม่ทราบว่ามีการทำวิจัยด้านนี้หรือไม่ (ขอความรู้ด้วยครับ)
  5. เป็นไปได้ไหมที่เราจะหันมาพิจารณาโครงสร้างด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบหรือครบวงจร มีคำถามที่ฝากถาม..เจ้าภาพหลัก เจ้าภาพรอง เจ้าภาพย่อย หมายถึงกระทรวง-อสท.-จังหวัด-ชุมชน ตีบทเรื่องนี้แตกแล้วหรือยัง! กำลังทำแผนงานอะไร คิดอะไร ส่งเสริมอะไร พัฒนาอะไร เหมาะสม-เต็มที่-ถูกต้องแล้วหรือยัง
  6. ในด้านกฎระเบียบ กฎหมาย ว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว ควรจะปรับปรุง
  7. มาตรการทางการเงินที่สนับสนุนเพื่อการนี้เป็นการเฉพาะ เงินอุดหนุน เงินกู้ระยะสั้นระยะยาว หรือการเว้นวรรคระยะดอกเบี้ย มีความจำเป็นในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  8. ถ้ามองอย่างคนสายตายาว กิจกรรมที่พัฒนาไปเป็นกิจการ เป็นไปได้ไหมที่เราจะสำรวจข้อมูลเรื่ององค์ประกอบพื้นที่ทั่วไทยที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยว มีไหมที่บางแห่งบางส่วนยังหลบมุมหรือควรได้รับการวางแผนส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต เรามีข้อมูลในเรื่องนี้แล้วหรือยัง ประเด็นนี้สำคัญ แทนที่จะนั่งกินบุญเก่า ถ้ามองเห็นจุดพิเศษพอที่จะพัฒนาได้ ก็วางแผนฟื้นฟูขึ้นมาตามลำดับขั้น ต่อไปหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ก็จะมีแหล่งอธิบายถึงที่ไปที่ด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศิลปะวัฒนาธรรม จัดให้เป็นกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทุกภาคส่วน ความรัก ความสามัคคี กระบวนการจัดการความรู้ก็จะเปิดพื้นที่ความคิดความรู้ได้อย่างสมเหตุสมผล
  9. มาตรการเชื่อมโยง เช่น การเสริมสร้างสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจพอเพียง แก้ไขวิกฤติโรคร้อน เรื่องการเรียนรู้ การวิจัย ถ้าจับสายใยเหล่านี้มาโยงไว้ภายในโครงสร้างเดียวกัน จะเป็นแผนแม่บทที่มีความสำคัญอย่างมาก

..เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ขออนุญาตไปทำบุญทอดกฐินด้วยตนเองก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะได้ทอดแต่ซองกฐิน ไม่ได้บรรยากาศมาเล่า คืนนี้จะกลับมาทำการบ้านต่อ อิ อิ..