เมื่อคืนหลังจากที่ฉันออกเวรบ่าย ทั้งๆที่เหนื่อยจังเลย เดินค่อนคืนเมื่อยขาไปหมด

ก่อนออกเวรคิดว่าหัวถึงหมอน คงหลับเป็นตาย แต่นี่ไม่ใช่

คนไข้ของฉันเมื่อคืนนี้ อาการน่าวิตกกันทุกคน

คนหนึ่งนอนร้องโอดโอย เพราะปวดขาปวดเข่ามาก

อีกคนหนึ่ง ผุดลุกผุดนั่ง นอนราบไม่ได้

ส่วนอีกหลายคน นิ่งเงียบ ภายใต้การช่วยหายใจจากเครื่อง

 

ฉันถามคนไข้ที่ปวดขาว่า เคยปวดมาก่อนมั้ย เคยทำอย่างไรอาการปวดจึงหายไป 

คนไข้ตอบฉันว่า "กินยาชุดแล้วหาย ไม่ได้กินนานกินหลายชุดหรอก" 

คนไข้บอกต่อ เมื่อฉันต่อว่า ว่าเพราะยาชุดนั้นแหละที่ทำให้ปวดแล้วทนไม่ได้ ต้องร้องขอยา

คนไข้รายนี้คุณหมอสงสัยว่าจะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

จึงพุ่งความสนใจไปที่เรื่องของหัวใจ

คนที่อยู่กับคนไข้อย่างเรา

ทำได้ก็เพียง จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนในท่าที่ผู้ป่วยสบายไม่ปวดมากนัก พักนิ่งๆ คนไข้ก็หลับได้

พอเปลี่ยนเวร เจอพยาบาลหน้าใหม่ อาการปวดก็กลับมาอีก

เราจึงเดาๆเอาว่า สงสัยจะติดยาชุด เพราะหากผู้ป่วยอยู่บ้าน อาการปวดขาคงหายไปแล้ว คงอดใจที่จะกินยาชุดไม่ได้อย่างแน่นอน 

มาดูกันว่า เรามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลจาก http://www.thailabonline.com/sec31myo.htm ขอขอบคุณค่ะ

 

 ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ได้แก่ 
1. ชายอายุเกิน 45 ปี หญิงอายุเกิน 55 ปี 
2. สูบบุหรี่ 
3. มีโรคเบาหวาน 
4. มีโรคความดันเลือดสูง 
5. มีไขมันชนิด LDL ในเลือดสูงเกิน 160 mg/dl 
6. มีไขมันชนิด HDL ในเลือดต่ำกว่า 35 mg/dl 
7. มีประวัติในครอบครัว 
(ข้อยกเว้น สำหรับผู้ที่มี HDL เกิน 60 สามารถหักปัจจัยเสี่ยงออกได้ 1 ข้อ) 
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงมากเท่าไหร่ ย่อมมีโอกาสเกิดได้มากเท่านั้นครับ 

สำหรับ อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ระยะแรกได้แก่ เจ็บหน้าอก แน่น ๆ เหมือนของหนักกดทับ 
เกิดขึ้นบริเวณกลางอก อาจร้าวมาที่คาง หรือกระจายไปที่แขนซ้ายโดยเฉพาะด้านใน เกิดขึ้นขณะที่
ออกกำลัง และอาการนี้ทำให้ผู้ป่วยหยุดกิจกรรมนั้น หลังจากนี้อาการจะหายไปได้เองใน 3-5นาที 

สำหรับการปฏิบัติตัวขณะยังไม่มีโรคก็คือ พยายามกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ให้ได้ 
สำหรับเพศ และประวัติครอบครัว คงเปลี่ยนไม่ได้ แต่เราสามารถเลี่ยงการสูบบุหรี่, ควบคุมเบาหวาน,
ความดันเลือดสูง และระดับไขมันในเลือดได้ 

ผลการตรวจเลือดของคุณมี cholesterol สูงเล็กน้อย ซึ่งควรเริ่มควบคุมอาหาร โดยลดของมัน, ไข่แดง
เครื่องในสัตว์ 
พยายามปรับเปลี่ยนวิธีปรุงอาหาร เช่น จากทอดหรือผัด เป็นนึ่ง, อบ, ย่าง, ต้ม บ้าง และรับประทานผัก
และผลไม้ให้มาก 

สำหรับการตรวจเลือดต่อไป ควรตรวจหลังจากควบคุมอาหารแล้ว ประมาณ 3 เดือน 
และควรตรวจ HDL ด้วย เพื่อดูค่า LDL ว่าสูงหรือไม่ 

(ปัจจัยเสี่ยงจริง ๆ อยู่ที่ LDLไม่ได้อยู่ที่ cholesterol ) โดยคำนวณจากสูตร

LDL = cholesterol - HDL - (triglyceride / 5) 

ถ้า triglyceride ไม่เกิน 400 ค่าจากสูตรนี้จะใช้ได้ถูกต้อง
เป้าหมายระดับ LDL ที่พอใจขึ้นกับปัจจัยเสี่ยง
ถ้ามีไม่เกิน 2 ข้อ ยอมรับระดับ LDL ไม่เกิน 160 
แต่ถ้าเกิน 2 ข้อ ยอมรับระดับ LDL เหลือไม่เกิน 130 
ถ้ามีโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว ยอมรับ LDL ไม่เกิน