ความจริงแล้ว คืนนี้ผมน่าจะอยู่ที่กลันตันมาเลเซียแล้วละครับ แต่บังเอิญเมื่อเช้าของวานนี้ (เพราะตอนนี้เกือบตีสองแล้ว) ระหว่างที่ผมกำลังเริ่มจัดกระเป๋า ปรากฏหัวหน้าทีมโทรมาแจ้งว่า วันเสาร์ท่านมีประชุมด่วน ทำให้ไปไม่ได้ ส่วนอีกท่านหนึ่งแจ้งมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่า วันเสาร์มีประชุมเหมือนกันแต่จะตามไปสมทบวันอาทิตย์

ผมเลยต้องโทรไปชวนไปเพื่อนซี้ครับ กะว่าจะใช้งานเพื่อนหน่อย แต่เกรงใจอยู่หน่อยๆ ว่า ตอนนี้เพื่อนไม่ได้ตัวเปล่าเล้าเปลือยแล้ว ที่ไหนได้ โทรไปปั๊บ มันตอบกลับมาแบบไม่ยั้งคิดเลยว่า ไป ไป ไป กูไปด้วย แต่บังเอิญตอนนี้กลับไปบ้าน เลยขอไปวันเสาร์แล้วกัน กลับมาวันจันทร์เลยก็ได้ ฮาฮา สงสัยเจอจะสัจธรรมหลังแต่งงานแล้วว่า อิสระภาพคือสิ่งที่ชายไม่โสดแสวงหา ฮิฮิ

พอผิดแผน เมื่อวานทั้งวันผมเลยไปขลุกอยู่ที่ห้องทำงานครับ เพราะงานที่พยายามรีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนไปมาเลเซีย มันเสร็จจริง แต่ดูไม่ได้เลย (คงเป็นเพราะเร่งมาไป) ดังนั้นเมื่อมีเวลาเลยปรับแก้ จริงๆ จะเรียกว่าแก้ไขก็ไม่ได้เท่าไร เรียกว่าทำใหม่เลยน่าจะเหมาะว่า ซึ่งสุดท้ายก็โอเคในระดับหนึ่งครับ แล้วก็เลยได้ทันพริ้นท์ออกมาเป็นกระดาษแล้วก็ไรท์ลงแผ่นซีดี ใส่ซอง ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อให้น้องจาก สกว.มาหยิบเอาไปเดินเรื่องต่อ (อัลฮัมดุลิลลาห์ โล่งไปเปราะหนึ่ง)

แต่ที่ทำไม่เสร็จตามสัญญา คือ รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ผมยังไม่ได้พริ้นท์ได้ เนื่องจากจะตรวจสอบอักษรยังไม่เสร็จ อ่านรอบหลังยังเจอว่า พิมพ์ผิดเยอะมาก คงรีบส่งไป น่าจะทำให้เสียเครดิต ฮิฮิ ยิ่งเครดิตอยู่ในแบล็คลิสต์อยู่ด้วย

การเดินทางไปกลันตัน พรุ่งนี้ ผมยังหวั่นๆ อยู่ครับ แฮะแฮะ ไม่แน่ใจว่าจำเส้นทางได้อีกหรือเปล่า และที่ตั้งใจไว้แล้ว คือ อยากไปหาที่หลับนอนในเขตตุมปัตเลย จะได้อินกับบรรยากาศมากขึ้น แต่รอบที่แล้วยังหาโรงแรมแถวนั้นไม่เจอเลย เมื่อตอนหัวค่ำ เพื่อนโทรมาถามให้แน่ใจสองสามเรื่องครับ หนึ่งคือ เวลาออกเดินทาง สองคือ ถามว่า มึงรู้จักเส้นทางดีใช่มัย ถามได้ตรงใจมาก ตอบไปว่า การเดินทางทริปนี้ไม่มีหลงครับ เพราะทุกอย่างเพื่อการเรียนรู้ ฮาฮาฮา ส่วนคำถามที่สามคือ อย่ามั่นใจนะว่า ภาษามลายูของเขาจะใช้ได้ที่มาเลเซีย อ้าว งานนี้ยุ่งสิ ก็ไอ้ที่พานายไปด้วยก็เรื่องนี้แหละครับ

ความจริง คนปัตตานี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่บางทีมั่นใจในภาษามลายูของตัวเอง แต่เมื่อต้องไปประเทศมาเลเซีย บางทีความมั่นใจทางภาษาน้อยลงไปได้เหมือนกันครับ จำได้ว่า สมัยเรียนที่ มอ.ปัตตานี เวลามีนักศึกษาจากมาเลย์มาทัศนศึกษา โดยการมาพักที่หอพักเลยนี้ ถึงแม้ผมจะพูดมลายูไม่ได้ แต่จะถูกจับคู่เป็นบัดดี้กับนักศึกษามาเลย์เสมอๆ ครับ ต่างกับเพื่อนหลายคนที่อยู่ในสามจังหวัด ความมั่นใจทางภาษาของเขาหายไปเยอะ จำได้ว่าตอนปีสาม คราวนั้นนักศึกษามาเลย์มากันชุดใหญ่ แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนการแสดงระหว่างกัน ในการเริ่มงาน นายกสโมสรของนักศึกษาทั้งสองสถาบันต้องกล่าวเปิดด้วย นายกฯ ของมาเลย์ก็กล่าวด้วยภาษามลายู (ตลอดงานดำเนินรายการด้วยภาษามลายู) แต่ปรากฏนายกสโมสรของเรา ขออนุญาตกล่าวเป็นภาษาอังกฤษแทน งงกันเป็นแถวๆ

ขอไปนอนก่อนแล้วครับ