ได้ค้นหาวิธีการผลิตอาหารหมักเพื่อเลี้ยงโคในช่วงหน้าแล้ง

การนำต้นข้าวโพดอ่อนไปหมักเพื่อเป็นอาหารโคขุน

 

 

ในปัจจุบันนี้การประกอบอาชีพการเลี้ยงโคขุน นับว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกร  ในเขตอำเภอบึงสามัคคี ประกอบกับในช่วงหน้าแล้ง หญ้าที่เป็นอาหารสัตว์จะมีปริมาณลดลง ประกอบกับอาหารข้นก็มีราคาสูง จะมีพื้นที่ที่หญ้าขาดแคลน พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ทำนาและปลูกข้าวโพดฝักอ่อน

 

         แต่ต่อมาเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโค  ได้ค้นหาวิธีการผลิตอาหารหมักเพื่อเลี้ยงโคในช่วงหน้าแล้ง เกษตรกรจึงได้ทดลองนำต้นข้าวโพดฝักอ่อนมาสับ  แล้วนำไปหมักเป็นอาหารโคแทนอาหารข้นได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาในการขาดแคลนอาหารสัตว์ ลงได้อย่างมาก และโคที่เลี้ยงก็เจริญเติบโตดี

 

         จากการลงทุนที่ได้นำต้นข้าวโพดฝักอ่อน ไปเลี้ยงโคขุน จะลงทุนประมาณ 8,500 บาทต่อตัว เมื่อเทียบกับการนำอาหารข้นไปเลี้ยงโคขุน จะลงทุนประมาณ 10,000 บาทต่อตัว ซึ่งเมื่อมีการนำโคขุนไปจำหน่ายจะขายได้ประมาณตัวละ 11,000 บาทต่อตัว

 

วิธีการทำข้าวโพดหมัก มีดังนี้

 

1. เตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องสับต้นข้าวโพด วัตถุดิบคือต้นข้าวโพดฝักอ่อน ถุงพลาสติกสีดำ

2. นำต้นข้าวโพดฝักอ่อน ที่ตัดมาแล้วนำไปใส่เครื่องสับต้นข้าวโพด โดยสับให้ละเอียด

3. นำต้นข้าวโพดที่สับละเอียดแล้ว ใส่ถุงพลาสติกดำแล้วมัดปากถุงให้สนิท

4. หมักทิ้งไว้ ประมาณ 3-7 วัน จึงนำมาให้โคกินได้ และต้นข้าวโพดฝักอ่อนสามารถเก็บไว้ได้นาน     ถึง 4-6 เดือน

 

              จึงนับได้ว่าการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน ในชุมชนตำบลวังชะโอน อำเภอบึงสามัคคี ได้มีการนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น มาเลี้ยงโคขุนในยามที่อาหารตามธรรมชาติ(หญ้า)ขาดแคลนในช่วงหน้าแล้ง และในเวลาที่อาหารข้นมีราคาสูง และสำคัญที่สุดเกษตรกรยังได้รวมกลุ่มกันโดยจดทะเบียนตามพรบ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนด้วยครับ...

 

 

แหล่งข้อมูล; ( 1 )กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านพงษ์สักสามัคคี เลขที่ 127 หมู่ 11 ตำบลวังชะโอน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร  ( โทร 087-9439723 ) ( 2 ) คุณภูมิระพี ขัดเกลา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร