ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านพ้นมาไปแอ่วเหนือมา วิเศษขนาดลืมกล้องทิ้งไว้ในมือจาวเหนือเลยค่ะ คิดเอาเองนะค่ะว่าวิเศษขนาดไหน ได้ใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวเหนือทุกวันตลอดเวลาเจ็ดวันที่ไป สถานที่ๆได้ไปมาเป็นสามจังหวัดสำคัญ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย โดนมนตร์มหาละลวยสะกดมากแค่ไหน ให้ลองนึกภาพเอาเองละกัน ใจหายนะค่ะเมื่อจากลา ติดใจเสน่ห์มนตราเหล่านั้นจนสัญญากับตัวเองว่าจะกลับไปอีกค่ะ
หลังจากเที่ยวไปหลายเมือง ก็ถึงเวลาทำงาน งานแรกที่เริ่มทำนั้น คือ ตามเฮียใจงามไปเยี่ยม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันเป็นสถานที่ซึ่งพี่ท่านได้ไปแสดงฝีมือกระบวนกรไว้ก่อนหน้า เมื่อมีโอกาสมาเชียงใหม่พอดีกัน พี่ท่านจึงชวนแวะเยี่ยมศิษย์ด้วยกัน ฉันจึงเก็บเกี่ยวความรู้จากคนจาวเหนือในเรื่องการทำงานพัฒนาคุณภาพ มาฝากชาวโกซะหน่อย
การแวะเยี่ยมคณะใหญ่แห่งนี้ ได้พบบรรดาชาวโกที่อยู่หอสมุดของมหาวิทยาลัย และที่อื่นอีกหลายๆคน มาร่วมเสวนาพาที เรื่องราวที่สนทนาพาทีก็เป็นเรื่องการทำหน้าที่กระบวนกร เฮียเขาเกริ่นบอกไปว่า วันนี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าฝึกกันแล้วไปทำยังไง มีอะไรอยากให้ช่วยอีก
ก่อนจะถึงเรื่องราวที่เล่าออกมา ขอแลกเปลี่ยนให้เห็นบรรยากาศกันหน่อย ห้องนั่งสนทนากันนั้นเป็นห้องเหลี่ยมขนาดห้องเรียน ที่จัดวางเบาะนั่งไว้พร้อมสรรพตามแนวรูปเหลี่ยมของห้อง มีจออยู่ตรงหน้าห้องพร้อมสรรพสำหรับการนำเสนอ

ทุกคนที่เข้ามาลงนั่งล้อมวงเรียงรายตามเบาะเป็นกลุ่มๆ คนไหนสนิทคนไหนก็นั่งใกล้กับคนนั้น คนไหนมาจากงานเดียวกันก็จะนั่งเรียงรายอยู่ใกล้กัน เจ้าภาพก็นั่งอีกด้าน เว้นว่างส่วนหนึ่งของวงไว้ ตรงด้านที่ตรงกับจอ พี่ท่าน น้องอิ่ม และ ฉัน นั่งกันอยู่ที่ด้านเดียวกัน มีน้องอิ่มนั่งใกล้พี่ท่าน ส่วนฉันนั่งระหว่างเจ้าภาพ และน้องอิ่ม โดยมีจาวเหนือคนอื่น มานั่งแทรกเรียงรายอยู่ใกล้ๆ ด้านขวาของฉันนั้นมีแม่นุคนงามนั่งใกล้ค่ะ
การมาที่คณะเภสัชฯนี้ได้พบชาวโกหลายท่าน คนแรกที่เจอหน้านั้น เป็นน้องดาวลูกไก่ชื่นชมยินดีค่ะ แอบมานั่งอยู่ทางซ้ายเมื่อไรก็ไม่รู้ค่ะ หันมาอีกทีเจอหน้า อ้าว! ดาวลูกไก่คนงามนี่เอง ส่วนเหล่าเพื่อนชาวโกอื่นๆ ต้องขอโทษที่จำชื่อไม่ได้ เหมือนกับที่เพื่อนพ้องเหล่านั้น จำชื่อฉันไม่ได้เช่นกัน
อันที่จริงหนึ่งวันก่อนหน้า 2 หมอชาวเฮแอบหนีเที่ยวไปถึงเชียงรายแน่ะค่ะ ไปแล้วเช้านี้รีบบึ่งกลับมาให้ทันเวลานัดหมายค่ะ มาถึงเชียงใหม่ฉิวเฉียด แวะรับน้องอิ่มไปกินข้าว อิ่มแล้วก็แวะเข้ามาเจอะเจอชวนสนทนา
เรื่องราวที่ชวนสนทนาคือฝึกกระบวนกรไปแล้วไปทำอะไรมาบ้าง มีอะไรที่ได้เรียนรู้ ที่มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนา บรรยากาศก่อนที่มีเสียงพูด ฉันรู้สึกเหมือนจะมีความอึดอัดเมื่อต้องหยิบไมค์ขึ้นมาพูดเอง
ลืมบอกให้รู้ค่ะว่า ไมค์ถูกวางเอาไว้ห่างตัวคน ใครจะพูดให้มาหยิบจับขึ้นพูดเองค่ะ รอแล้วไม่มีใครจับ เฮียท่านจึงเล่นลูกถีบเข้าให้ โยนไมค์ให้ใครๆที่มีการขยับตัวให้เห็น แบบว่าพี่เขาคิดไปว่าเป็นภาษากายที่สื่อบอกว่าอยากจะพูดเต็มแก่แล้วคุณ
เมื่อมีคนแรกพูดขึ้น ก็ต้องมีคนต่อมาพูดอีก เป็นแบบการได้พูดที่เกิดจากการยื่นไมค์ส่งต่อทีเผลอบ้าง โยนไมค์ให้เพราะภาษากายบ้าง แล้วก็แปลกที่ไม่เห็นคนยกมือขอพูดซะเลย จนกระทั่งมีการพูดไปถึงการเผยแพร่ในระบบไอที จึงมีการขอคิวพูด คนที่พูดก็จะเป็นชาวโกที่ได้รับเชิญมาพบเพื่อนพ้อง ซึ่งไม่เคยผ่านการฝึกกระบวนกร แต่คุ้นชินกับการพูดอยู่แล้วด้วยเป็นอาจารย์สอนมืออาชีพ อ้อ! ฉันลืมบอกไปว่า บรรดาท่านที่มาร่วมชุมนุม เป็นชาวยุทธ์ที่อยู่ในส่วนของงานสนับสนุนทั้งสิ้นค่ะ
ใครว่าหน่วยสนับสนุนเหลาเหย่ ฉันขอเถียงคอเป็นอ็นเลยค่ะ ขอเป็นพยานยืนยันว่าอย่างน้อยที่คณะเภสัชฯนี้ไม่ใช่ พวกเขาที่มาชุมนุมอยู่ ล้วนแต่ได้พัดตะนากันแล้วค่ะ มาตามเรียนรู้กันค่ะ ว่าเขาพัดตะนาไปอย่างไร ตามเรื่องราวที่จะบอกกันได้ในบันทึกต่อไปนะค่ะ

ข้อสรุปที่ฉันได้เรียนรู้จากการสัมผัสบรรยากาศของการชุมนุมวันนี้ สรุปได้คำเดียวค่ะว่า “ชื่นใจและภูมิใจผลงานที่ได้สัมผัส” ผลงานที่ได้สัมผัสย้ำความเชื่อที่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคนมีฤทธิ์เดชที่ให้ผลเป็นเรื่องราวของ “คนเป็นสุข งานได้ผล” ว่าจริงแท้
กลยุทธ์ที่เจ้าภาพเขาใช้จนได้ผลเป็นเรื่องราวดังพบเห็น และได้ฟังจากคำเอ่ยบอก มีแค่ 2 อย่างจริงๆค่ะ ก็ขอหยิบติดตัวมาฝากให้เหล่าผู้คนทั้งหลายที่กำลังพัฒนาคุณภาพกันอยู่ลองนำไปใช้กันค่ะ
หนึ่ง คือ หาเวทีที่ได้นั่งคุย สบาย สบาย ให้คนทำงาน จะเป็นแบบกินไปคุยไป จะเป็นแบบพบกันแป๊บๆให้ได้คุย จะร้องคาราโอเกะก็เอา เอาทั้งนั้น มีข้อแม้แค่ว่า ไม่บังคับให้มา ใครใคร่มามา ใครไม่อยากมาไม่มาก็ไม่ต้องกลัวการว่ากัน
สอง คือ สนทนากันแบบจุ๊กจิ๊กๆในการสร้างสัมพันธ์ด้วยกัน โดยมีข้อแม้ว่า“พูดแค่คนเดียว ฟังหลายคน”
ลองเอาไปใช้กันดูนะค่ะ

ขอบคุณรูปสวยๆจาก Bloggang.com ค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับคุณหมอเจ๊
ตามมาดูการทำงานของหมอ ได้เรียนรู้กระบวนยุทธดีๆนำไปใช้ ขอบคุณครับหมอ
+ สวัสดีค่ะพี่หมอเจ๊...
+ ว้าว...แค่เห็นดอกไม้งาม..ก็ได้ใจแล้วค่ะ...
+ อิ อิ..พี่ดาวนะค่ะ...นอกจากหน้าสวยใสแล้ว..เสียงก้สวยใสเช่นเดียวกันค่ะ...
+ อ่านที่ท่านพี่หมอเล่า...เพลิน..อ้าว...จบแล้วเหรอนี่...
+ คิดถึงค่ะ..รักษาสุขภาพกายและใจด้วยนะค่ะ...
สวัสดีครับ
อ่านย้อนค่ะ มีภาพมายืนยันว่าพี่หมอเจ๊หนีเที่ยว แล้วได้อะไรดีๆมาฝากเพียบเลยค่ะ
อุ๊บส์ อีกภาพที่ต้องตามมายืนยันค่ะ เราพบกันจริงๆ