รถตกนำ เปอร์เซ็นต์ รอดไม่รอด 50-50 %

นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตเดินทางไกลไปสัมมนาเสริมทักษะ 2 รถบัส

เหนื่อยเลยงีบแบบนี้แหละในค่ายนวภพ เตียงก็มีให้นอน แต่เย็นสู้นอนกับพื้นปูนกระเบื้องไม่ได้ และมันสุดแสนจะเหนื่อยแล้ว ไม่คิดมาก

เมื่อขับรถตกนำ เราจะช่วยเหลือตนเองอย่างไร

ัญหาและอุบัติเหตุ:  อุบัติเหตุแบบนี้ มีเกิดขึ้นบ่อยๆ เหมือนกัน และส่วนมากจะตายยกคัน  คือคนในรถตายหมด แต่ก็มีบ้างที่เหลือรอดมาในขณะที่บางคนในทีมไม่รอด บางทีหลายรายยืนยันได้ว่ามีอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นทุกปี...

รากลึกของอุบัติเหตุมาจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย หรือขาดจิตสำนึกด้านความปลอดภัย.....อาจเกิดจากผู้ขับขี่เอง ไม่ชินเส้นทาง ไม่รู้จักโค้ง ไม่รู้จักว่าโค้งข้างหน้าเป็นบ่อเป็นบึง ขับรถเร็ว แล้วเปิดไฟตำ มองไม่เห็นว่าข้างหน้าคืออะไร  หรือไม่ก็เกิดจากผู้ขับขี่ประมาท ที่ประมาทไปใช้รถ ใช้ถนนคนอื่น ที่ยังไม่คล่องมือ ไม่ชินรถแล้วยังไม่ชินทาง และโดยเฉพาะนักขับมือใหม่...

ำถามที่มาจากปลายเหตุ  คือ ถ้ารถตกนำลึกๆจะทำอย่างไร หรือแก้ไขอย่างไร จึงจะเอาชีวิตรอดได้

    เมื่อรถตกนำ:  มักจะไม่จมลงทันที แต่จะค่อยๆจมลง จมลง แล้วก็จมลง จมลงที่ละน้อย ที่ละน้อย หากท่านไม่สลบ (ที่สลบเพราะหัวไปกระแทกกับกระจก หรือของแข็งเป็นเหตุให้สลบ)ท่านต้องตั้งสติให้ได้  อย่ากระดุกกระดิกแรง เพราะจากการที่ค่อยจมลง มันจะจมเร็วขึ้น เวลาที่จะช่วยเหลือตนเองเหลือน้อยลงเช่นกัน ไม่ต้องตกใจ ตายเป็นตาย แต่ก่อนที่จะตาย จะต้องไว้ลายก่อน พูดเล่นนะ

เมื่อท่านมีเวลาเพียงพอ ต่อการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ 

เรียกว่าเป็นช่วงนาทีทองทีเดียว เชียวหละ ให้รู้ไว้ประตูจะเปิดไม่ออกเพราะแรงนำภายนอกดันรถยนต์...สมองต้องคิดให้เร็ว  ปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อน ไขกระจกที่ประตูรถทีละน้อย จะมีนำไหลรินเข้ากระจกทีละน้อยเข้ามาในรถจนถึงระดับคอ เมื่อเห็นจวนตัวที่แรงดันข้างนอกมีน้อยแล้ว เพราะเราปล่อยให้นำเข้ามา รีบฉวยโอกาสผลักออกโดยแรง จะไหวไหมเนี่ย เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่คาดคิด คงไม่มีใครซ้อมมาก่อนแน่ๆเมื่อพยายามออกมานอกรถจนได้แล้ว ถึงรู้ว่ารอด ถ้ายังอยู่ไม่รอดแน่ๆ

แต่มีปัญหาและเงื่อนไข รถระบบไฟฟ้า ไฟฟ้าเมื่อถูกนำ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร เสียเลย ถ้าถูกนำ ดังนั้นเมื่อรถตกลงไปในนำใหม่ๆ รถดิฉันก็ระบบไฟฟ้าเช่นกัน เขาบอกว่าให้รีบกดปุ่มเปิดกระจกรินนำเข้ามาในรถ(ถ้ารอช้า จะเปิดไม่ได้เพราะไฟฟ้าลัดวงจรแล้ว)รินนำเข้ามาในรถขึ้นมาถึงระดับคอ ก็ใช้ของแข็ง เท่าที่หาได้ในรถ สำหรับตัวดิฉัน พกฆ้อนไว้ในรถเลยคะ บางคันก็มีอุปกรณ์ติดรถไว้เคาะหรือไม่ก็มีเหล็กเปลี่ยนล้อ เหล็กเคาะกระจกรถนี้ ดิฉันเคยเห็นมีที่รถทัวร์  ตอนไปสัมมนา ต้องนั่รถทัวร์ หรืออุปกรณ์ของใช้อะไรก็ได้ ซ่นรองเท้าซ่นสูง เคาะอย่างแรง ให้แตกจนมีช่องรอดออกมาได้(ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมใช้วิธีเคาะกระจกเพราะถึงตอนนี้ไฟฟ้าลัดวงจรไปเรียบร้อยแล้ว)

พี่น้องที่รักทุกท่านคะ การเคาะกระจกยังมีข้อแม้อีกนะคะ

ถ้าเปิดกระจกรถไม่ได้ เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ใช้ของแข็งที่มีหาได้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ให้เคาะกระจกหน้าต่างด้านข้าง  ห้ามเคาะกระจกด้านหน้า เพราะกระจกด้านหน้าส่วนมากจะเป็นกระจกชนิดพิเศษ กระจกแบบนี้ เวลาแตกส่วนมากจะเป็นปากฉลาม อาจพุ่งเข้าเสียบอกได้  เพราะแรงดันของนำ  จึงแนะนำให้เคาะกระจกหน้าต่างด้านข้าง เพราะกระจกนี้ก็แตกต่างกว่าด้านหน้า ตรงที่เวลาแตก จะแตกเป็นจุดๆ เป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนเมล็ดข้าวโพด  วิธีเคาะก็ใช้วัตถุที่มีมุมแหลมเช่นซ่นสูงกระแทกลงไปที่กระจกรถ  ปล่อยให้นำรินเข้ามา แต่สมองต้องมีสติและคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะทำอะไรต่อไป ให้นำรินเข้ามาในรถจนได้ระดับที่เหลือช่องว่างในรถน้อยที่สุด(เพื่อป้องกันการช็อคนำ-นำกระแทกจนหายใจไม่ทัน)แล้วทุบกระจกอีกครั้งตอนนี้อย่างแรงเลย พยายามเอาตัวลอดออกมาให้ได้  แต่ก่อนจะถึงวิกฤตินี้ ถ้าหาอะไรมาเคาะไม่ได้เลย เพราะคนนั่งข้างก็สลบอยู่ รองเท้าซ่นสูงก็ไม่มี ทำไงดี ถ้าไม่มีอะไรอีก ก็คงรอปาฏิหาริย์ จะมีปาฏิหาริย์ให้โอกาสเราอีกสักครั้ง  ไหมเนี่ย....