แม่คะ

 

แม่คะวันนี้หนูไม่ได้ไปทำบุญใส่บาตร ด้วยข้อแก้ตัวที่ว่าจะไปทำงานไม่ทัน แต่ตั้งใจไว้ลึกๆว่าจะไปลอยกระทงที่ท่าน้ำ ที่บอกว่าลึกๆเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครเอากระทงมาวางขาย กลัวว่าที่ท่าน้ำจะไม่มีใครไปลอยกระทง ละครเรื่อง ภูตแม่น้ำโขงกำลังดังเสียด้วย แม่คงเข้าใจ

แล้วก็จริงอย่างที่หนูคาดเดา เพราะหนูหากระทงไม่ได้เลย ตามริมแม่น้ำก็เงียบสงบหรือว่าหนูไปไม่ถูกที่ก็ไม่รู้

หนูไม่เข้าใจ ทำไมทางราชการของอำเภอไม่สนับสนุนประเพณีโบราณ กลับไปเอาอย่างภาคอื่นที่ลอยกระทงกันในวันเพ็ญเดือน 12 ทำให้เยาวชนรุ่นหลังไม่รู้เลยว่า สมัย ลุงป้าน้าอา ปู่ยาตายาย ลอยกระทงกันในวันออกพรรษา คงเหลือแต่การเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ จุดกันโครมคราม ดั่งลั่นสนั่นกันไปทั่วทุกตรอกซอกซอย หากหนูมีโอกาสหนูจะรื้อฟื้นประเพณีดั้งเดิมของเรา ให้สมกับความเป็น อิสานนิยมของหนู

 

หนูจำได้ว่า สมัยก่อนจะมีการไหลเรือไฟของคุ้มและวัดต่างๆ สวยงามมาก ผู้คนมากมายที่ริมแม่น้ำ ก่อนวันจริงก็มีการช่วยกันเตรียมช่วยกันลองว่าจะใช้การได้หรือเปล่าโคมไฟที่แขวนตามเรือ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาจากตะเกียงน้ำมันก๊าด สมัยดั้งเดิมใช้ขี้ไต้จุด เล่นเอาคนลองจุดและลองไหลเรือ รูจมูกดำไปตามๆกัน ทำให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของชาวบ้านนะคะ

 

คุณลูกเขยของแม่รายงานจากอำเภอรัตนวาปี จุดชมบั้งไฟพญานาค ว่าเห็นลูกไฟ 18 ลูกแล้ว กำลังหาทางกลับเพราะรถติดมาก สงสัยจะกลับถึงบ้านสว่าง เชื่อดีมั้ยแม่ ถ้าไม่เชื่อก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จริงมั้ยคะ หนูเอาแรงไว้ทำงานพรุ่งนี้ดีกว่านะคะ

 

เพลียและเมื่อยขาเมื่อยตัวมากค่ะ

ลูก

14 ตุลาคม 2551 : 21.14 น.