“กรี๊ด กรี๊ด ดดด”
“เพล้ง เพล้ง”
ทุกคนต่างวิ่งมาที่ต้นเสียง และได้เห็นภาพของแม่ที่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ มีจานแตกอยู่ข้างๆ ตัว แต่ปากก็ยัง “กรี๊ด กรี๊ดดดด” ไม่ยอมหยุด
“แม่เป็นไร”
“แม่ แม่ แม่”
ลูกจะเรียกเท่าไหร่แม่ก็ไม่ยอมหยุด จนพ่อต้องจับตัวแม่เขย่า พ่อจึงได้รู้ว่าแม่ขนลุกไปทั้งตัว กว่าแม่จะสงบสติอารมณ์ได้ และชี้ไปที่ต้นเหตุ “หม้อหุงข้าว” ซึ่งทุกคนก็ไม่เห็นมีอะไรผิด
ปกติ พ่อผู้กล้าหาญชาญชัยกว่าเพื่อนเป็นผู้ยกหม้อหุงข้าวขึ้น ก็ไม่เห็นมีอะไร แม่ก็ยังขนลุกไม่หายบอกให้พ่อยกเตาแก๊สซึ่งเป็นเตาไร้ควันและวางอยู่บนโต๊ะเดียวกับหม้อหุงข้าวขึ้นดู พ่อก็ยังไม่เห็นอะไร แต่นุตตาไว เห็นขาอะไรหลายๆ ขาอยู่ตรงซอกไม้ พ่อเขย่าให้โต๊ะสั่น เท่านั้นแหละไทยมุงก็แตกฮือ “ตะบองพลำ (พะ-ลำ) ” ตามคำเรียกของแม่ ซึ่งแท้จริงก็คือ ตะขาบ แต่ตัวมันใหญ่มาก คลานช้าๆ สง่างามออกจากซอกไม้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่พ่อบอกว่า “แม่กรี๊ดเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน”
พ่อบอกว่า “ปล่อยมันเหอะ มันก็หนีน้ำมาเหมือนกัน
ตามปกติถ้าน้ำไม่ท่วมมันก็อยู่ในดิน ธรรมชาติของสัตว์ถ้าไม่ไปกวนมัน มันก็ไม่ทำร้ายเราหรอก”
แต่แม่ไม่มีทางยอม แม่ไม่โวยวาย แต่อาการไม่ยินยอมของแม่ก็คือ ขนลุก ลุกแล้วลุกอีก น้ำตาก็ร่วงแหมะแหมะ แล้วพ่อก็ได้สร้างวีรกรรมเป็นพระเอกในบ้านอีกครั้ง
ทุกคนคอยลุ้นกันว่าพ่อจะใช้วิธีไหน จะทำสำเร็จรึเปล่า มันจะตกลงน้ำแล้วว่ายมาเกาะขาพ่อมั้ย
พ่อเดินลุยไปหาไม้ยาวๆ มาได้อันหนึ่ง แหย่ไปใกล้ๆ เจ้าตะขาบยักษ์ ตามทิศทางที่มันกำลังจะเดินไป ให้มันคลานขึ้นมาบนไม้ กว่ามันจะคลานขึ้นมาได้ เล่นเอาใจหายใจคว่ำ เพราะพอมันคลานขึ้นมาได้ครึ่งตัว พ่อก็ค่อยๆ ยกไม้ออกมันก็หล่นลงไปอีก ทำสาม สี่ครั้ง กว่าจะได้ แล้วพ่อจึงค่อยๆ เอาไม้ไปต่อกับต้นมะม่วงข้างๆ บ้าน นั่นแหละแม่จึงหายขนลุกและยิ้มออกมาได้
ทุกคนแปลกใจว่า แม่ไม่เคยกลัวอะไร ทำไมคราวนี้จึงเป็นเอามากๆ
พี่นิธอดใจไม่อยู่ถามแม่ว่า “ไอ้ ตะบองพลำ ที่แม่เรียก หนูไม่เคยได้ยิน ”
แม่ย้อนถามพี่ณัฐ พี่นันท์ ว่า “เคยได้ยินคำว่า ตะบองพลำ มั้ย”
พี่ทั้งสองบอกว่า “เหมือนจะผ่านๆ หู แต่จำไม่ได้แล้ว ว่าได้ยินมาจากไหน”
แม่เล่าให้ฟังว่า “ แม่เคยอ่านเจอจากเรื่องสัตวาภิธาน ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ท่านแต่งไว้เป็นกาพย์ฉบัง ๑๖ ตอนหนึ่งว่า
ตะบองพลำใหญ่ยง อยู่ในป่าดง
ตัวดุจตะขาบไฟแดง
มีพิษมีฤทธิ์เรี่ยวแรง พบช้างกลางแปลง
เข้าปล้ำเข้ารัดกัดกิน
แม่ก็พยายามค้นหารูปภาพของตะบองพลำว่า รูปร่างจะเป็นยังไงแน่ แต่ก็ไม่มีใครเคยพบเห็น ได้แต่สันนิษฐานกันว่าเป็นตะขาบขนาดใหญ่ มีพิษ
แม่จึงเรียกไอ้ตัวที่เจอว่า ตะบองพลำ
แล้วก็เล่าให้ฟังว่า ที่แม่กลัวตะขาบเป็นชีวิตจิตใจ มันก็มีสาเหตุ ตั้งแต่แม่เด็กๆ ประมาณ ป. ๕ ตอนกลางคืน นอนๆ อยู่บนเสื่อตามประสาพี่น้องมุ้งเดียวกัน ๕ คน ก็รู้สึกเหมือนมีตัวอะไรมาไต่แขน จึงสลัดแล้วเรียกแม่ซึ่งก็คือยายของพวกหนูให้มาดู ยายก็ไม่เชื่อแต่ก็มาเปิดๆ ผ้าห่มดู แล้วก็เจอตะขาบตัวเขื่องๆ อยู่ใต้ผ้าห่ม แม่ก็เลยฝังใจกลัวมาตั้งแต่ตอนนั้น
และซ้ำร้ายเมื่อตอนอยู่ชั้น ม.ศ. ๕ เพื่อนๆ ไม่รู้หรอกว่าแม่กลัวตะขาบ แม่กำลังนั่งฟังครูเพลินๆ เพื่อนก็เอาตะขาบที่ทำด้วยยางมาวางไว้บนบ่าแม่ แม่ก็กรี๊ดซะลั่นโรงเรียน เพื่อนอีกคนโกรธไอ้คนที่แกล้ง จับตะขาบปลอมได้ก็เขวี้ยงลงหน้าต่างไป บังเอิญครูใหญ่เดินผ่านมาพอดี จึงเป็นเรื่องได้เข้าห้องครูใหญ่ สงสารครูที่สอนชั่วโมงนั้น พลอยโดนดุไปด้วย”
ทุกคนถึงบางอ้อ แล้วต่างก็มีอารมณ์ร่วมกับแม่ แข่งกันจาระไนว่าใครกลัวอะไร สรุปได้ว่า พี่ณัฐ กับนุต กลัวเหมือนกันคือ แมงมุมยักษ์ พี่นันท์กลัวกิ้งกือ ส่วนพ่อกับพี่นิธหาไม่เจอว่ากลัวอะไร พี่นิธนอกจากจะหาไม่เจอแล้ว ยังจะเป็นเพื่อนกับไอ้ตัวที่พวกเรากลัวซะด้วย เพราะนุตเคยเห็นพี่นิธจับกิ้งกือใส่มือ ช่วยไส้เดือนที่ถูกมดตอม จับหนอนมาเลี้ยง แถมเก็บไข่จิ้งจกไว้จนฟักเป็นตัวได้ด้วย และเพราะพี่นิธเป็นมิตรกับสัตว์ทุกชนิดอย่างนี่นี่เอง วันหนึ่งเมื่อกลับจากโรงเรียนจึงได้พบว่า เจ้าแมวเหมียวที่เลี้ยงไว้มันคลอดลูกออกมาถึงเก้าตัวอยู่บนเตียงพี่นิธ
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา แม่ก็คอยระแวงตลอด ไม่ว่าจะหยิบจะจับอะไร เป็นต้องระวัง และเพราะความระวังของแม่นี่แหละ แม่จึงเป็นคนเดียวที่ส่งเสียงกรี๊ด กรี๊ด ได้ทุกวัน เพราะว่าวันรุ่งขึ้น แม่ก็เจอมันอยู่ตรงซอกมุ้งลวดขอบหน้าต่าง วันต่อมาก็ที่ไม้กระดานซึ่งพ่อเอามาต่อให้เดินเป็นสะพานในบ้าน ต่อมาก็ตรงซอกกระสอบทรายที่ตั้งกั้นน้ำหน้าประตูบ้าน จนแม้กระทั่งในเครื่องซักผ้า และท้ายสุดที่แย่มากๆ สำหรับแม่ คือ ขณะที่ทุกคนนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนเตียงนอนก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่พอแม่มานั่งปุ๊บเอามือวางแปะลงบนผ้าห่ม ปรากฏว่าบนผ้าห่มในอุ้งมือแม่มีไอ้ตัวนี่อยู่ด้วย
นับว่ายังเป็นโชคดีของแม่ที่จนถึงทุกวันนี้ แม่ยังไม่เคยไปทำร้ายมัน และมันก็ยังไม่เคยทำร้ายแม่เช่นกัน
แถมคลิปตะขาบหม่ำหนูเพิ่มให้จ้า
เกิดมาก็ไม่เคยเห็น ตะบองพลำ ที่ว่า "พบช้างกลางแปลง เข้าปล้ำเข้ารัดกัดกิน" มันตัวใหญ่ขนาดกินช้างได้เลยเหรอ ใครรู้ช่วยบอกที
สวัสดี คุณbup อย่าแต่เห็น มาได้วันนี้แหละ
อ่านเพชรพระอุมา มาหลายรอบ ก็ไมผ่านต ตะบองพลำ
ขอบคุณที่ทำให้เกิดปัญาครับ
ขอบคุณค่ะ ที่มาเยียมชม เขียนไว้ 14 ตอน ค่ะ กำลังเอาลงเรื่อยๆ ค่ะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ
ตึกจอมสุรางค์ ไม่มีนะคะ น่าจะเป็น "อาคารพระราชทาน" มากกว่าค่ะ อาคารที่สมเด็จพระศรีพัชรินทร์ฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้าง ปัจจุบันซ่อมแซมหลายหน ตอนนี้ผอ. ก็กำลังจะพัฒนาให้สง่างามกว่าเดิมค่ะ มาเยี่ยมจอมสุรางค์อีกนะคะ
มาอ่านแล้วคร้าบ
อ่านอยู่หลายตอนเหมือนกัน
วันนี้ทำหน้าที่เรื่องเรือไปแระ
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำเรื่องอื่นต่อ
สนุกดี ทุกตอน(ที่อ่าน)เลยคับ