วันนี้ได้ประสบกับตัวเองว่า ภาษาเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หากใช้ฟุ่มเฟือยคนที่อยู่รอบตัวก็จะเกิดอาการตะหงิดๆอยากจะกระโดดทับให้หน้าหงาย

ภาษาไทยเรา ไม่ใช่ ภาษาละติน หรือ ภาษาบาลี ที่ตายไปแล้ว หากแต่ภาษาไทย ยังคงวนอยู่ในวัฏจักร ของการ เกิด แก่ และเจ็บ ดังนั้นตราบใดที่ภาษาไทย ยังมีการใช้อยู่ ก็ย่อมจะมีพัฒนาการ ทั้งในเรื่องที่ดี และเรื่องที่เพี้ยนๆเกิดขึ้นได้เสมอ ตามสภาพสังคมและค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เรื่องหนึ่งที่ผมยอมรับไม่ค่อยได้เลย กับพฤติกรรมการใช้ภาษาของคน(ที่คิดว่าตัวเองเกรดสูงกว่าคนอื่น)บางคน ที่มักใช้ภาษาต่างประเทศปนกับภาษาไทย อย่างฟุ่มเฟือย เกินจำเป็น เช่น

 

"ยู(You)รู้มั้ย ว่าตอนนี้ไอ(I)เนี่ยโซแซด(So Sad)มากเลย ทำอะไรก็ไม่ซักเซส(Success)สักอย่าง เนี่ยตอนนี้ไอติงค์(Think) จนเฮดเอช(Headache)ไปหมดแล้วนะยู"

 

จะบ้าหรือพวกท่าน คำไทยใช้แทนได้ ก็มีตั้งเยอะแยะ

ทำไมไม่พูดไปเล่าครับ เช่น

 

"คุณรู้มั้ย ตอนนี้ผมเนี่ยรู้สึกเสียใจมากเลย ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง ตอนนี้ผมคิด จนปวดหัวไปหมดแล้วนะคุณ"

 

แค่นี้ ทำเป็นพูดไม่ได้ แต่ถ้าอย่าง โอเค ฮัลโหล อะไรเงี้ยะ  ว่าไปอย่าง

เพราะคำไหนที่มันซึมซับอยู่แล้วก็เป็นธรรมชาติอ่ะครับ

 

บุคคลกลุ่มนี้ จำแนกได้เป็นประเภทใหญ่ๆ คือ

1) พูดอังกฤษจนติดปาก เพราะอยู่เมืองนอกแต่เล็ก หรือไปอยู่เมืองนอกมากกว่าเมืองไทย
บางคน ที่ครอบครัวมีฐานะ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกแต่ยังเล็ก อันนี้ยังพอน่าให้อภัยได้

2) เด็กไทยพลัดถิ่น ไปศึกษาต่อต่างประเทศ
พวกนี้ จะสังเกตได้ว่า ก่อนไป พูดอีพ่อ อีแม่ พอหลังไป แดดดี้ ดาร์ลิง กลับมาเป็นทิวแถว มักโชว์ภูมิ หรืออวดตน ว่าท่านไปต่างประเทศมา ท่านพูดภาษาอังกฤษได้นะโว้ย ก็ไม่รู้ว่าความเป็นไทย มันไม่น่าภูมิใจหรือน่าโอ้อวดตรงไหน ถึงได้พยายามเอาของนอกมาอวดกันนัก

3) พูดตามกระแส
พวกนี้น่าเพลียใจสุดๆ ส่วนใหญ่มักเป็นเด็กไทย อยู่เมืองไทยนี่แหละ แต่แหมเห็นพวกประเภท 1 กับ 2 เขาพูดกัน แล้วดูเท่ห์ เลยยืมมาพูดบ้าง ทั้งๆที่บางครั้ง ก็ยังไม่รู้เลยว่าคำที่พูดไปนั้น มันหมายความว่าอย่างไร เฮ้อ ไม่รู้ แล้วยังจะพูดอีกนะพวกคุณ!!!!

ที่จริงมันอาจจะมีมากกว่านี้ และบางคนที่พูดก็อาจจะไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดีก็ได้ เพียงแต่มันอาจจะติดปากไปนิด แต่ถ้าคุณคิดว่ายังเป็นคนไทย ช่วยเผื่อพื้นที่ให้ภาษาไทยไปติดอยู่ในปากของคุณสักนิดเถอะครับ แล้วช่วยพูดให้ถูกต้องตามกาลเทศะ และความหมายด้วย

 

 

ปล. ถึงแม้ว่าผมจะดูเคร่งเครียดไปสักนิด กับพฤติกรรมการพูดไทยคำอังกฤษคำของคนบางกลุ่มอย่างฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะให้เปลี่ยนมาใช้คำไทย ทั้งหมดซะทีเดียวนะครับ เพราะก็ยังมีคำในภาษาต่างประเทศบางคำ ที่เมื่อแปลเป็นไทย หรือบัญญัติเป็นภาษาไทยแล้ว ก็ดูไม่ค่อยงามสักเท่าไร ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็แนะนำให้พูดทับศัพท์ไปเลยจะดีกว่านะครับ ซึ่งผมขอยกตัวอย่างคำเหล่านั้น จาก Web: Aromdee.com มาให้อ่านกันขำๆ ทิ้งท้ายเรื่องนี้แล้วกันครับ พี่น้อง

บางคำอาจเคยได้ฟังมาบ้างแล้ว

เช่น

Joystick = แท่งหรรษา (ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติว่า ก้านควบคุม)
Software = ละมุนภัณฑ์ (ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติว่า ส่วนชุดคำสั่ง)
Hardware = กระด้างภัณฑ์ (ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติว่า ส่วนเครื่อง ส่วนอุปกรณ์)
Pop-up windows = บัญชรผลุบโผล่ (ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติว่า หน้าต่างแบบผุดขึ้น)
Windows = พหุบัญชร (ราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติว่า วินโดวส์)
Computer = คณิตกร

แต่อันนี้ ผมก็เพิ่งจะรู้เนี่ย อิอิ

Multitasking = พหุภาระ
Taskbar = แท่งภาระ
Standalone = ยืนเอกา
PowerPoint = จุดอิทธิฤทธิ์
Excel = ภัทร (ดี เจริญ)
Microsoft = จิ๋วระทวย
Visual Basic = ปฐมพิศ
Lotus Notes = พหุอุบลจารึก
Build-in = สรรค์ใน
Audio track = ลู่เสียง
Auto monitor = โปรแกรมเฝ้าสังเกตตัวเอง
Mail-bomb = ไปรษณีย์ถล่ม

อืมม ช่างรังสรรค์บัญญัติกันเหลือเกินนะครับ...