ฉันเคยถามตัวเองหลาย ๆ ครั้งว่าทำไมฉันถึงยังอยู่แบบนี้ อยู่ไปทำไม เพราะอะไรฉันจึงต้องอยู่กับ “ธรรมะ...”

ก่อนที่ฉันจะมาร่วมหัวจมท้ายกับธรรมะ ถึงแม้ว่าฉันจะเก่งแต่ฉันนั้น “ไม่ใช่คนดี...” หลาย ๆ ครั้งเป็นคนเลวเสียด้วยซ้ำ

และแล้วความเลวทั้งหลายของฉันก็นำพาฉันประสบกับ “วิบาก” ความล้มเหลว ความผิดหวัง ความท้อใจ ความคับแค้นใจ

วันนี้ที่ฉันอยู่ก็เพราะฉันต้องการที่จะแก้ไขปัญหานั่นคือความเลวทั้งหลายของฉัน

หนึ่งปีแปดเดือนที่ฉันอยู่กับธรรมะนี้ ฉันใช้เวลามองหาเหตุ หาปัจจัยทั้งหลายที่ทำให้ฉันสำเร็จและผิดพลาด

แล้วจากนั้นฉันก็พยายามแก้ไข สู้ อดทน และชนกับปัญหาทั้งหลายเหล่านั้น

ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า “แกร่ง” ขึ้นเยอะ
แกร่งที่จะไม่ทำเลว
แกร่งที่จะกระทำความดี


ความเลวทั้งหลายที่เคยทำ อยากทำ และจะทำ ฉันมี “ศีล” นั่นคือธรรมะอันประเสริฐเป็นเครื่องห้าม เครื่องหยุด เครื่องรั้ง
ความดีทั้งหลายที่ไม่เคยทำ ไม่กล้าทำ กลัวที่จะทำ ฉันตั้งมั่นในคุณพระรัตนตรัย แล้วสู้ทำไป สู้เพื่อความดี

ธรรมะนี้สดใสนะ
ธรรมะทำให้จิตใจสดใส


เมื่อก่อนจิตใจฉันขุ่นมัวด้วยความโกรธ ความโลภ และความหลง
เดี๋ยวนี้สิ่งทั้งสามก็ยังอยู่นะ ยังมีอยู่ แต่เบา บาง จาง คลาย ไปเยอะ
ธรรมะช่วยกวาดฝุ่น ละออง ความมืดมัวให้จิตใจฉันสดใสขึ้น
ตานอกและตาในสว่างขึ้น...

ทุกวันนี้ฉันมีธรรมนำใจให้สดใส
ทุกวันนี้ฉันใช้กายนำธรรมค้ำจุนจิต
ทุกวันนี้ฉันให้ธรรมกำชีวิต
ทุกวันนี้ฉันวางธรรมลงแนบใจ...