น้องตั๊ว..เป็นเด็กผอม ซีด ไม่ทานอาหาร ผู้ปกครองบอกถูกผีปราบกินกระเพาะอาหาร

             น้องตั้ว  เป็นเด็กชาย  ผิวซีด  ผอม  ท่าทางเหมือนมีโรคประจำตัว  ได้ข้อมูลจากครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ว่า  น้องตั๊วเป็นเด็กอ่อนแอ  ขี้โรค  ข้อมือเต็มไปด้วยด้านสายสิญจ์ ยายจะมาเฝ้าเป็นประจำ  วันดีคืนดีก็รับหลานกลับบ้าน ไม่ต้องเรียน  อาการก็คือนอนดิ้นทุรน ทุราย บอกว่าปวดท้อง  ไปรักษาทั้งหมอผีและหมอหลวง  อาการก็ไม่ดีขึ้น

            เมื่อขึ้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 -  3  อาการเหมือนเดิม  ในที่สุดน้องตั้วก็มีปัญหารทางการเรียนติดตามมาให้ครูต้องแก้ไข  เมื่อครูยืนยันว่าจะนำน้องตั้วไปรักษา ครวจสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาล  ปรากฏว่าตา ยาย ไม่ยินยอม  จะหาหมอผีท่าเดียว 

            ปีนี้น้องตั้วขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ทำให้ครูคิมได้ทดลองใช้วิชาปราบผี  เพราะสาระภาษาอังกฤษ มีการร้องรำ ทำเพลง เล่นปนเรียน  น้องตั้วมีความสุข  หัวเราะวิ่งไปเข้ากลุ่มโน้นกลุ่มนี้  แรก ๆ ยังไม่สั่งการบ้านและไม่มีกิจกรรมการเขียนมากมาย นอกจากเขียนเป็นคำ ในกระดาษที่ครูแจก  วาดภาพประกอบ

             แต่ปัญหาไปเกิดกับสาระคณิตศาสตร์  คุณครูที่รับผิดชอบกิจกรรมการเรียนรู้สาระคณิตศาสตร์  จูงมือน้องตั๊วมาบอกว่า ทำงานไม่ได้  ทำไม่เสร็จ นอนป่วย ไม่อยากเขียนอะไรเลยและชั่วโมงต่อไปเป็นภาษาอังกฤษ 

            ครูคิมจะทำอย่างไร  นึกถึงกลยุทธ์การใช้วิชามารขึ้นมาได้  1 เพลง  จูงมือน้องตั้วเดินไปข้างล่าง  ปล่อยเด็กทั้งชั้นอยู่ตามลำพัง  ขอเวลา  10 นาที  พาน้องต้วไปดูอ่างเลี้ยงปลาในห้อง ผอ. ไปดูอ่างบัว  ดูสวนครัว  สนทนาเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน  กอดบ้าง  ลูบหัวบ้าง (เพราะครอบครัวของน้องตั๊วเป็นเด็กบ้านแตก คุณตา คุณยายอ่านหนังสือไม่ออก เลี้ยงแบบตามใจมาตลอด) 

            เวลาเดียวกันก็หาจังหวะใช้วิชามาร  ให้น้องตั๊วเล่าอาการที่ปวดท้องบ่อย ๆ เพราะถูกผีปอบกินลำไส้ กินกระเพาะ อาหาร  และเรื่อย ๆ จะต้องกินหัวใจอีก   ต้องไปหาหมอผีเป็นประจำ  เอาน้ำมนต์มาอาบมาดื่ม

           เมื่อได้โอกาสบอกกับน้องตั๊วว่า "ครูคิมไปเรียนวิชาปราบผีมานะ  ต่อไปน้องตั๊วไม่ต้องไปหาใคร  และครูคิมปราบมามากแล้ว  ทุกคนหาย  ถ้าไม่หายก็ตายอย่างเดียว"  และตั้งคำถามให้น้องวิเคราะห์ว่าเมื่อครูคิมปราบแล้วต้องหายกับตายมีทางเลือก 2 ทางเท่านั้น

          น้องตั้วสนใจวิธีปราบผีของครูคิม  จึงบอกว่าบอก  2 คนไม่ได้ต้องบอกให้คนรู้แต่ละครั้ง 20 คนขึ้นไป  น้องตั๊วนำเสนอทันทีว่า   ...ต้องไปบอกในห้องเรียน 

           วิชามารของครูคิมได้เริ่มขึ้นที่หน้าชั้นเรียน  หลังจากเด็ก ๆ ฝึกสมาธิโดยวิธีการโยคะครั้งละ 3 นาที  จึงบอกกับเด็ก ๆ ทั้งชั้นว่า "ต่อไปถ้าใครถูกผีปอบ หรือผีอะไรก็แล้วแต่  ครูคิมจะใช้มีดหมอผ่าท้อง และตัดส่วนนั้นทิ้งไป  ไม่เชื่อครูคิมจะจัดการปราบผีปอบจากน้องตั้วเป็นคนแรก"

           อาการของน้องตั้วไม่ปรากฏอีกเลยใน 1 ภาคเรียนที่ผ่านมา  กำชับให้น้องตั๊วทานปลาทูเป็นอาหารทุกวัน ลงทุนทอดปลาทูเนื้อดีมาให้น้องตั๊วด้วย  ร่างกายที่ซูบซีดก็ลบเลือน  มีน้ำมีนวลขึ้นเห็นได้ขัด  และไม่ขาดเรียนแล้ว