เหตุผลที่ต้องออกกฎหมายใหม่ แทนพรบลูกเสือพ.ศ.2507 และแก้ไขฉบับ ปี 2509 ปี2528 และปี2530 เป็น "พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑" เนื่องจาก...?...มีสาระสำคัญที่เปลี่ยนไปมี 12 ประเด็น ลูกเสือชาวบ้าน .สภาลูกเสือไทย..ปรับองค์ประกอบคณะกรรมการลูกเสือระดับจังหวัด...ต้องปรับการบริหารลูกเสืออำเภอ..ปรับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นนิติบุคคลอยู่ในกำกับของ...เพิ่มระบบการตรวจสอบ. ตำแหน่งเลขาธิการลูกเสือ...การบริหารค่าย..ลูกเสือชาวบ้าน. การกำหนดโทษ..โอนทรัพย์สิน ฯลฯ.... ค่ายเดิมที่มีอยู่

โฉมใหม่ของ พรบ.ลูกเสือ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ?  

                     เหตุผลที่ต้องออกกฎหมายใหม่ แทนพรบลูกเสือพ.ศ.2507 และแก้ไขฉบับ ปี 2509 ปี2528 และปี2530   เป็น "พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑" เนื่องจาก

1)  ต้องปรับการบริหารลูกเสือ ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของศธ. ที่ใช้มาเมื่อ7กรกฎาคม2546 ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเดิมเป็นอธิบดีกรมพลศึกษา  มาเป็นรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากได้โอนงานกองลูกเสือเดิม และงานสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมาอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

2) ต้องปรับการบริหารของคณะกรรมการลูกเสืออำเภอ เป็น เขตพื้นที่การศึกษาตามระบบกระจายอำนาจใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ         

3)  เพิ่ม หมวดว่าด้วยลูกเสือชาวบ้าน และทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติให้สอดคล้องกับสภาพจริง  และ

4)  กฎหมายนี้ใช้มานาน และไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน

                   สาระสำคัญที่เปลี่ยนไปมี 12  ประเด็น   ได้แก่

1.   เพิ่มคำนิยามลูกเสือชาวบ้านซึ่งเข้ามาเป็นคณะลูกเสือแห่งชาติในพรบ. ลูกเสือฉบับที่ 3 ปี2528 เพื่อให้ชัดเจนขึ้น       

2.  ปรับชื่อสภาลูกเสือแห่งชาติ เป็นสภาลูกเสือไทย  เพื่อให้เป็นชื่อสากลที่ประเทศสมาชิกทั่วโลกจะระบุชื่อของประเทศไว้ด้วย  และได้ปรับ องค์ประกอบของสภาลูกเสือไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนชื่อหน่วยราชการไปตามการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี2546 เช่น ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จากอธิบดีกรมพลศึกษามาเป็นรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ปรับชื่อตำแหน่งของเลขาธิการสพฐ เลขาธิการสอศ   เ ลขาธิการสกอ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ได้เปลี่ยนชื่อและภารกิจใหม่แล้ว   และปรับให้มีหน่วยงานใหม่เพิ่มเข้ามาได้แก่ได้แก่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมความมั่นคง   และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นต้น 

3.    ปรับองค์ประกอบคณะกรรมการลูกเสือระดับจังหวัด เป็น  ซึ่งต้องใช้ผอ.สพท.เขต1 เข้าไปแทนศึกษาธิการจังหวัด   ซึ่งปัจจุบันไม่มีตำแหน่งนี้     

4. ต้องปรับการบริหารลูกเสืออำเภอใช้  โดยเขตพื้นที่การศึกษาแทน ทำให้ต้อง ปรับองค์ประกอบคณะกรรมการและภารกิจของการบริหารลูกเสืออำเภอ มาเป็นการบริหารลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา

5.  เดิมคณะลูกเสือแห่งชาติเป็นนิติบุคคล ทำให้ไม่ชัดเจน เนื่องจากในกฎหมายเดิมระบุว่าคณะลูกเสือแห่งชาติประกอบด้วยลูกเสือทั้งปวง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ และระบุให้มีสำนักคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเป็นหน่วยบริหาร  จึงได้ปรับให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติซึ่งมีหน่วยงานนี้อยู่แล้ว เป็นนิติบุคคล ซึ่งจะอยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่เพิ่มงบประมาณ      

6.  เพิ่มระบบการตรวจสอบและการจัดทำบัญชี เพื่อเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล             

7.  กำหนดให้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนหนึ่งมาเป็นตำแหน่งเลขาธิการลูกเสือ โดยไม่มีเงินเดือน                     

8.  การบริหารค่ายเป็นไปตามหลักการบริหารแนวใหม่ มอบให้ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด(ผวจ.) กำกับดูแล  

9.  นำลูกเสือชาวบ้านมาอยู่ใน พ.ร.บ.ลูกเสือฉบับใหม่ เพราะใช้กระบวนการอบรม หลักสูตร จากคณะลูกเสือ              

10. เปลี่ยนแปลงการกำหนดโทษ (ให้เป็นไปตามหลักกฎหมายอาญาในเรื่องลหุโทษ)     เรื่องการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือโดยไม่มีสิทธิ์ หรือเลียนแบบ  จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 500 บาท จำคุกไม่เกิน 3 เดือน  หรือทั้งจำทั้งปรับ         ใหม่ มาเป็น    ปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท           จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือทั้งจำทั้งปรับ    เรื่องปลอมแปลงเข็มและเครื่องหมาย จากโทษเดิม  ปรับไม่เกิน2,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ    ใหม่มาเป็น ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี  หรือทั้งจำทั้งปรับ    

11. ให้โอนทรัพย์สิน ฯลฯ จากคณะลูกเสือแห่งชาติ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และ

12. ค่ายเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้คงอยู่เป็นค่ายต่อไป