กริ๊งๆ..เสียงโทรศัพท์ตอนสายๆ ลุงเอกมารับไปเที่ยวบ้านน้องจิ เราแวะไปเอาคอมพิวเตอร์ที่บ้านป้าจุ๋มไปฝากหลานแห่งชาติด้วย วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจ สบายๆไปเรื่อยแค่ครึ่งงีบก็ถึงแล้ว ป้าจุ๋มอำหลานบอกว่าจะมาคนเดียว เมื่อรู้ว่าใครมาเยี่ยมก็เอ๊ะอะมะเทิ่งกะตู้วู้ โดยมีโย้น้องชายสุดหล่อร่วมดีใจ หลังจากประกอบคอมพิวเตอร์แล้ว เป็นรายการอาหารกลางวันที่อร่อยทุกจาน คุณแม่น้องจินับเป็นเสน่ห์ปลายจวักแห่งเมืองสุพรรณ พวกเราอิ่มจนอืดครับพี่น้อง

 

ช่วงบ่ายน้องจิพาไปเที่ยวสวนผักของคุณแม่คุณป้า

ห่างออกไป3-4ซอย ระยะทางประมาณ500เมตร

เป็นสวนผักผลไม้ที่มีคูน้ำล้อมรอบ ควบคุมสูบน้ำเข้าออกได้

เราเห็นแปลงปลูกมันเทศขนาดใหญ่หลายแปลง

อีกฟากถนนปลูกคะน้าเบื้องล่าง  ข้างบนใช้ไม้สานค้างรูปจั่วปลูกมะระ

สอบถามคุณป้าน้องจิได้ข้อมูลว่า

การปลูกคะน้าปีนี้ได้ราคาดี ช่วงกินเจ น้ำท่วมที่อื่น ผักแพงขึ้นทุกชนิด

มีแม่ค้ามาเหมาราคา500,000 บาท

ลงทุน200,000บาท

 

จะมีรายได้ก่อนหน้านี้ จากการถอนต้นเล็กที่แน่นเกินไปแล้วครั้งหนึ่ง

ในเวลา2เดือน/รอบการปลูก ถ้าได้ราคานี้ก็นับว่าไม่แล้ว

ยังมีรายได้จากการปลูกมะระในแปลงเดียวกันอีกชั้นหนึ่ง

รดผักด้วยเรือพ่นน้ำออก2ข้าง

ชาวไร่ภาคกลางจึงมีรายได้หมุนเวียนต่อปีนับล้านบาท

เปอร์เซ็นต์การเสี่ยงก็น้อยกว่า

มะละกอ มะพ่ร้าว ละมุด ชมพู่ ชะอม มะม่วง เจริญงอกงามดี

แตกต่างกันลิบลับกับอีสานบ้านเฮา

 

ก่อนบ๊ายบายอำเภอสองพี่น้อง

เราแวะไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าน้องจิ

ตั้งใจไปเยี่ยมครูพิสูจน์ ที่โรงเรียนบางลี่วิทยา

ลุงเอกเอาเสื้อไปฝาก

รับปุ๊บสวมปับถ่ายรูปแช่มชื่นนะสิครับ

เรานัดหมายกันว่า..

วันที่8พฤศจิกายน พวกเราจะนัดดวลเพลงกับกลุ่มหน้าตาดี

ที่พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า

งานนี้ครูโย่ง ครูปู ครูเสียงเหน่อ กะล้มเดิมพันจอมป่วนและอัยการชาวเกาะ

จึงขอส่งข่าวถึงคอเพลงชาวเราทั้งหลายมาช่วยตีมือด้วยก็แล้วกัน

  

ช่วงเย็นเราเดินทางมาถึงบ้านป้าจุ๋ม

ลงยืดเส้นยืดสาย

ถ่ายรูปต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกรอบบ้าน

สุดท้ายก็เจอเรื่องฮาจนได้

 

ป้าแห่งชาตินะสิครับ

ปลูกกะหล่ำดอกไว้หลังครัวแปลงเล็กๆ

ถอนต้นอ่อนมาผัดไฟแดงเรื่อยมา

จนกระทั่งเมื่อวานนี้

คุณพ่อบ้านสังเกตุเห็นดอกกะหล่ำ

แม่ แม่ มาดูสิ…คะน้าทำไมมีดอกขาวๆ

คุณป้าแห่งชาติก็ต๊กกะใจ๋สิครับ

ที่เข้าใจมานานนั้นทีแท้มันเป็นต้นกะหล่ำดอก

 

ตะแหล่มๆๆๆ..อิอิ..