แซลมอนมีความอยากในปริมาณของแซลมอน วาฬก็มีความอยากในปริมาณของวาฬ หากแซลมอนมีความอยากเท่าปริมาณของวาฬ มันก็ไม่ใช่แซลมอนอีกต่อไป ดังวาฬที่มีความอยากเท่าปริมาณของปลาแซลมอน มันก็คงไม่ใช่วาฬอีกต่อไป

หลังรอมฎอน ฮ.ศ. 1428 ปีที่แล้วผมเขียนบันทึกเกี่ยวกับข้อคิดบางประการที่ได้จากเดือนรอมฎอนอาทิ บันทึกเรื่อง รอมฎอนที่จากลา และบันทึกเรื่อง บันทึกจากค่ำคืนแห่งการอิอฺติกาฟ ๑๐ คืนและ ๑๐ วันสุดท้ายรอมฎอน ๑๔๒๘

ในช่วงวันที่ 30 รอมฎอน ปีนี้ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อในภาษาไทยคือ "salmonสอนคน" เขียนโดย อันโดยฮยอน (Ahn Do-hyeon) นักเขียนชาวเกาหลี แปลเป็นไทยโดยคุณชุตินันท์ เอกอุกฤษฎ์กุล

หลังจากอ่านคำนิยมซึ่งเขียนโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้ผมสนใจอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยมีลูกสาวคนเล็กนั่งอยู่ข้างๆเธอรบเร้าให้ผมอ่านให้เธอฟังจนจบ

หลังจากอ่านหนังสือ "salmonสอนคน" จบลง ผมกลับพบว่าเรื่องราวที่ได้อ่านเชื่อมโยงกับเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดก็แง่มุมหนึ่งของรอมฎอนกับมุสลิม

ข้อความในหนังสือหน้า 28-29 เขียนไว้ว่า "กลิ่นหอมเย้ายวนเฉพาะตัวและความหวานของกุ้ง มักทำให้แซลมอนสีเงินน้ำลายสอทุกครั้งที่คิดถึง แต่ก็จะไม่กินตุนไว้มากเกินไป เพราะมันรู้สึกว่า การรู้ระดับความหิวของตนเองและกินอย่างเพียงพอแค่ให้หายยากเท่านั้นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นปลาที่ฉลาด  แซลมอนมีความอยากในปริมาณของแซลมอน วาฬก็มีความอยากในปริมาณของวาฬ  หากแซลมอนมีความอยากเท่าปริมาณของวาฬ มันก็ไม่ใช่แซลมอนอีกต่อไป ดังวาฬที่มีความอยากเท่าปริมาณของปลาแซลมอน มันก็คงไม่ใช่วาฬอีกต่อไป แซลมอนจึงควรตระหนักในการมีชีวิตแบบปลาแซลมอนเอง จึงนับได้ว่าเป็นปลาแซลมอนที่แท้จริง"

อ่านข้อความดังกล่าวทำให้นึกถึงคำกล่าวของท่านนบีมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ที่กล่าวสรุปความได้ว่า "เรากินเมื่อหิว และหยุดกินก่อนที่จะอิ่ม"

ที่จริงหนังสือเล่มดังกล่าวมีหลายๆตอนที่อ่านแล้วรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาคำสอนของอิสลาม อย่างไรก็ตามในบันทึกนี้ผมขอบันทึกเฉพาะที่ยึดโยงกับเดือนรอมฎอนที่เพิ่งผ่านไปเมื่อคืนที่ผ่านมา