รถคันหน้าท้ายบุบ คันหลังหน้ายุบ คันกลางรถยุโรปรุ่นเกือบโบราณ ไม่เป็นไรเลย

           โอ่งดินเป็นเพื่อนรักและสนิทที่สุด เราไปกันได้ทุกหนทุกแห่ง  เพียงแค่ว่า "ไปหาอะไรทานกันนะ" โอ่งดินเป็นคนเรียบง่าย ฉลาด เก่ง ไม่กลัวเกรงอะไร ห้าวนิด ๆ พูดตรงไปตรงมา ไม่ชอบทำให้คนอื่นเสียใจหรือผิดหวัง เป็นผู้หญิงที่ไม่มีจริตอิจฉาริษยา เพราะเธอไม่เคยพูดถึงบุคคลที่สามในทางเสียหาย  ถ้าเห็นคนอื่น ๆ พูดเธอจะห้ามปรามทันที

           เวลาเกือบสองทุ่ม  โอ่งดินโทรมาหาและบอกว่า  ให้แต่งตัวรอนะจะมารับไปหาอะไรทานเหมือนเคย  เรากำชับให้โอ่งดินขับรถคันแก่ของเธอมา  เราชอบนั่งแม้จะแก่ จะเก่า จนไม่รู้จักรุ่น ก็ชอบเพราะเกิดมาไม่เคยนั่งรถยุโรป

          เรานั่งรถไปกันสองคน  ยังไม่ทราบว่าจะไปทานที่ร้านใด  จึงตกลงกันว่าตรงไปร้านเจ้าประจำกันก่อนดีกว่า  ถ้าคนแน่นเราก็ไปหาร้านอื่นต่อ  เราชอบร้านเงียบ  ไม่มีคนพลุกพล่าน  อ้อ..นิสัยของโอ่งดินที่เป็นเสน่ห์ก็คือมีอารมณ์ขัน  มีเรื่องเล่าสารพัด ไม่ทราบไปเอามาจากไหน  หัวเราะกันลั่น  เพราะแค่สองคน   ฝีมือการขับรถก็ไม่เลว

         ถึงไฟแดงพอดี  ชลอตามธรรมชาตินิสัย  แต่...อยู่ดี ๆ เราก็หน้าทิ่มตัวหลุดจากเบาะ..ว้า...โครม  กึก  ๆ  ๆ ด้านหน้า   กึก  ๆ   ๆ   ๆ  ด้านหลัง  สุภาพบุรุษ 2 สุภาพสตรี 1 เดินลงมาจากรถคันหน้า   และมองไปด้านหลัง  สุภาพบุรุษ 2 เดินลงมา  ท่าทางขึงขังเอาเรื่อง สภาพรถคันหน้าท้ายบุบ  คันหลังหน้ายุบ  แต่คันกลางไม่ทราบว่าเป็นอะไร  เพราะไม่เห็นมีอะไรยุบ สีสันก็ด่างมาแต่ไหนแต่ไร

         เรากำลังคิดหาทางออก  มองไปที่โอ่งดิน..เธอถือพวงมาลัยรถลงไปด้วย  "คุณคะ  จะให้ดิฉันทำอย่างไรคะนี่ พวงมาลัยดิฉันหลุดค่ะ"  ทุกคนที่ลงมาหัวเราะขึ้นพร้อมกัน  เราก็โล่งอกได้แต่คิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเอง ต้องช่วยกันออกค่าใช้จ่าย

        คุยกันไป  คุยกันมา รถทั้ง 2 คันมาจากต่างจังหวัด  และจะไปทานอาหารเช่นกัน  ตกลงไปทานร้านเดียวกัน  7 คน  คุยกันไปเรื่อยเปื่อยสารพัดเรื่อง  เราไม่สบายใจนัก คิดว่า "ทำไมไม่คุยเรื่องค่าเสียหายรถสักที" 

       จบลงด้วย   แต่ละคันไปซ่อมรถเองโดยบริษัทประกัน  โอ่งดินได้ญาติมาเพิ่มอีก 5 คน ไป มาหาสู่โทรศัพท์ถึงกันบ่อย ๆ