คนที่มาจากแวดวงของคนทำหนังสือทั้งที่เรียนมาทางนี้หรือไม่ได้เรียนมาทางนี้ แม้แต่เราๆเองก็คงคิดอยากมีหนังสือหรืออยากเห็นหนังสือของตัวเองวางขายในชั้นหนังสือของร้านหนังสือที่มีชื่อเสียงและเฝ้าดูว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร

แม้ว่าจะมีผลสำรวจอออกมาบอกว่า คนไทยนิยมการอ่านน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามก็มักจะเห็นผู้สนใจเขียนหนังสือกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะ คนดัง หรือบุคคลมีชื่อเสียง สำนักพิมพ์เองก็คงสนใจนักเขียนเหล่านี้ เพราะหนังสือเหล่านั้นอาจจะเป็นกลายเป็นหนังสือทำเงิน พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คนที่มาจากแวดวงของคนทำหนังสือทั้งที่เรียนมาทางนี้หรือไม่ได้เรียนมาทางนี้ แม้แต่เราๆเองก็คงคิดอยากมีหนังสือหรืออยากเห็นหนังสือของตัวเองวางขายในชั้นหนังสือของร้านหนังสือที่มีชื่อเสียงและเฝ้าดูว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร

ป้าแดงเองเมื่อครั้งที่เข้าวงการอินเตอร์เนตใหม่ๆ ไปเขียนอะไรพร่ำเพ้ออยู่ในเวบไซด์แห่งหนึ่งจนจำไม่ได้แล้วละว่าที่ไหน ก็มีน้องขอบางบทความไปทำหนังสือทำมือ ไปวางขายในราคาเล่มละ 9 บาท ดูดิ! !! น่ารักซะไม่มี ข่าวแจ้งกลับมาว่า ขายดิบขายดี เกลี้ยงแผงอยากให้ทำเพิ่ม ก็น้องเล่นทำแค่ 9 เล่ม คนซื้อไปใช้แทนพัดก็หมดแล้ว อิอิอิ

แต่อย่าพูดเป็นเล่นไปนะ หากคิดจะทำให้ดีหนังสือจะมีความหมายสำหรับคนรักการเขียนมาก หลังๆได้พูดคุยกับน้อง-เนปาลี มากขึ้นเกี่ยวกับการทำหนังสือ ทำให้แค่คิดก็มีความสุขมากมาย เลยเกิดความสนใจไปค้นหาว่า การจะทำหนังสือเพื่อวางขายเค้าทำกันอย่างไร น้องต้อมเองก็ส่งเวบไซด์ที่เกี่ยวข้องมาให้ คล้ายกับว่าจะสนับสนุนกันเต็มที่ 

 การจะทำหนังสือซักเล่ม เราต้อง  กำหนดแนวการเขียนเสียก่อนว่า แนวไหน ใครคือคนอ่าน สำนักพิมพ์อะไรบ้างที่ทำหนังสือแนวนี้ ซึ่งนักเขียนคงต้องหาข้อมูล ใครมีเพื่อนในวางการก็ดีไป อย่างเราๆก็คงเหนื่อยหน่อย

ในการเขียนหนังสือที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง ภาษาแสลง ศัพท์วัยรุ่นก็คงดูไม่เหมาะ ที่สำคัญปัจจุบันคนส่วนใหญ่เขียนกันไม่ค่อยถูก ติดภาษาสมัยใหม่กันไปหมด ไม่แน่ใจว่าคำไหนจะใช้ รอเรือ คำไหนจะใช้ลอลิง หรือสระไอไม้ม้วนไม้มลาย (นี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเขียนคำว่า ไม้มลาย ถูกหรือเปล่า)

และที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการติดต่อกับสำนักพิมพ์ว่า มีสนใจกับงานเขียนของเรามากน้อยแค่ไหนรวมถึงการไปล่วงละเมิดลิขสิทธิ์หรือเรื่องเขียนของคนอื่น

รวมความคือ หากคิดจะทำหนังสือ ต้อง

1. รู้แนวหนังสือที่จะเขียน

2. รู้กลุ่มเป้าหมาย

3. รู้จักสำนักพิมพ์

4. รู้จักหลักภาษาไทย คำภาษาไทยที่ถูกต้องเหมาะสม

5. เป็นงานเขียนของเราเองไม่ได้ไปเอาของใครมา

6. ถ่ายรูปเก่ง ก็น่าจะทำให้หนังสือน่าอ่าน หากต้องมีภาพประกอบ

7. เก่งกราฟฟิกด้วย ในการทำรูปทำภาพ จัดหน้าหนังสือให้สวยงาม ก็คงจะช่วยได้ไม่น้อย

8. ยังมีอื่นๆอีกมากที่อาจจะยังไม่รู้และต้องพบเจอ

9. ข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ http://www.se-ed.com/webboard/Default.aspx?g=posts&t=88 ที่อื่นๆก็คงคล้ายๆกัน

10. ท่านที่มาผ่านมา กูรู หรือท่านครู ผู้รู้ ผู้อาวุโส กรุณาชี้แนะ กราบขอบพระคุณ

 

ขอบคุณน้องต้อม-เนปาลี ผู้จุดประกาย