เช้าวันจันทร์ที่ ๒๒ ก.ย. ๕๑ ผมตื่นนอนด้วยความรู้สึกเมื่อยทั่วตัวผิดปกติ   คืนนั้นนอนหลับไปผายลมและเรอไป แต่ไม่มากนัก   ผมสงสัยว่าอาจเป็นอาการของอาหารเป็นพิษ หรือจะเป็นหวัด    แต่อุจจาระเป็นปกติ

ผมออกไปวิ่งตามปกติ แต่วิ่งครึ่งเดียวของระยะทางตามปกติ    

ในช่วงกลางวันความปวดเมื่อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ    จนช่วงที่ผมประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา    ผมนั่งประชุมด้วยทุกขเวทนา   โชคดีที่การเรอไม่มากนัก และไม่ผายลม   แต่ก็แปลกที่ยังนั่งประชุมได้ด้วยอาการปกติ    และไม่มีใครสังเกตเห็นว่าผมไม่สบาย

ตกเย็นผมพยายามถ่ายอุจจาระ เพราะถ้าเป็นเพราะอาหารเป็นพิษ จะได้ปล่อยเชื้อแบคทีเรียออกไปเสียบ้าง อาการปวดเมื่อยจะได้ลดลง    เพราะมันน่าจะเกิดจากพิษของแบคทีเรีย ชนิดที่เรียกว่า exotoxin   แต่แปลกมากที่อุจจาระปกติ   และไม่รู้สึกว่าท้องอืด    ผมปวดเมื่อยมากจนต้องนอนพัก   บอกตัวเองว่าไม่เคยปวดเมื่อยมากขนาดนี้เลย   เย็นนี้ภรรยาต้มข้าวต้มให้กิน    ภรรยาเอายาแก้ท้องเดิน Norfloxaxin มาให้กิน แต่ผมไม่กิน เพราะเห็นว่าท้องไม่เดิน และไม่แน่นท้อง    ผมคิดว่าน่าจะเป็นไข้หวัดมากกว่า เพียงแต่แปลกที่ทำไมจึงเมื่อยถึงขนาดนั้น 

ตื่นเช้าวันอังคารที่ ๒๓ ภรรยาบอกว่าเมื่อคืนผมผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก   และผมก็รู้สึกว่าเรอบ่อย   แต่ก็หลับดี   อาการปวดเมื่อยลดลงกว่าเมื่อวาน    พอเข้าห้องน้ำอุจจาระ เป็นน้ำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก   เช้านี้ถ่ายเป็นน้ำ ๔ ครั้ง    ผมรีบกิน Norfloxacin   คิดในใจว่าถ้าเชื่อภรรยากินยาเสียตั้งแต่เมื่อคืน เช้านี้น่าจะสบายกว่านี้มาก    ภรรยาชงชาเขียวให้กิน ๒ แก้วใหญ่ๆ    เช้านี้งดวิ่งออกกำลัง

เป็นบันทึกว่าอาการปวดเมื่อยรุนแรงมากอาจเป็นเพราะอาหารเป็นพิษ   อาการปวดเมื่อยมาก่อนอาการท้องเดินหรืออาเจียน   ในกรณีของผมอาการปวดเมื่อยเป็นทุกขเวทนาหลัก   ไม่มีอาเจียน มีอาการผายลมและเรอด้วย   ส่วนอาการท้องเดินมาทีหลังกว่า ๒๔ ชั่วโมง

บันทึกเพิ่มเติมว่า อาการท้องเดินมีเฉพาะตอนเช้าติดๆ กัน ๔ ครั้งเท่านั้น    หลังจากนั้นไม่มีการถ่ายอุจจาระเลยตลอดวัน    และตกเย็นพยายามถ่ายอุจจาระออกมาก็พบว่าปกติ    และอาการปวดเมื่อยหายสิ้นตอนเย็นวันอังคาร

 

วิจารณ์ พานิช

๒๓ ก.ย. ๕๑