ต้องทำให้เขาเห็นว่าเราพิการแต่กาย ใจและความคิดเราไม่ได้พิการ

        งานคนพิการพัลุงได้ขับเคลื่อนมาพอสมควร  มีการจัดตั้งชมรมคนพิการอำเภอ  และมาเป็นสภาคนพิการทุกประเภทของจังหวัดพัทลุง  โดยมีชมรม ผู้พิการทางสายตาเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน  ร่วมกับไตรภาคี  มี รัฐ ราษฎ์ ผู้พิการ และทีมงาน ศวพถ  (ศูนย์ประสานงานเครือข่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น) ทำหน้ที่พี่เลี้ยงเอื้อ อำนวยตลอดมา

ชมรมปากพะยูน โดยการประสานงานของโรงบาลปากพะยูน  ได้จัดโครงการเพิ่มพูนพลังคนพิการเพื่อให้คนพิการเรียนรู้  ในจัดการกลุ่ม  จึงได้นำผู้พิการไปเยี่ยมเพื่อนต่างอำเภอ โดยการร่วมมือกันระหว่างโรงบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ไปเยี่ยมเพื่อนทีอำเภอ  ควนขนุน จังหวัดพัทลุง

   เมื่อวันที่ 24 กย.นี้  ผู้พิการและเจ้าหน้าที่ร่วม 30 คน 1 รถตู้ 2 รถกะบะ มุ่งหน้าสู่ควนขนุน

ถึง สนง สสอ.(สำนักงาน สาธารณสุข อ. ควนขนุน ทีมงานผู้พิการมายืนรอรับด้วยความปิติ  พร้อมเปิดเพลงคนพิการประจำชมรมให้ฟัง คุณ ชุติมา ผู้ประสานงานชมรม กล่าวต้อนรับแนะนำเครือข่ายชมรม

จากนั้นมอบเวทีให้ 2ฝ่าย  แลกเปลี่ยน พูดคุยกัน

//สรุปการแลกเปลี่ยนจาก  ป้าวัน ว่า  คนพิการต้องลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง    อย่าให้ถูกมองว่าเป็นภาระของสังคม ต้องทำให้เขาเห็นว่า เราพิการแต่กาย  ใจและควมคิดเราไม่ได้พิการ  ขณะนี้เราตั้งฌาปณกิจขึ้นมาดูแลพวกเรา  เราเสนอแผนให้   อบต ร่างข้อบัญญัติเข้าสู่สภา  ส่งเสริมอาชีพคนพิการแล้ว  มันอยู่ตัวเรา  มันต้องให้ระเบิดความคิดมาจากข้างใน  แล้วมีพลัง ใม่กลัวกล้าในสิ่งที่ถูกต้อง    ฝากให้น้องไหม่ปากพะยูน  ไปชวนเพื่อนคิด    ชวนเพิ่อนทำ     แล้วนำมาขยายผล

สมควรแก่เวลาทีมปากพะยูน  ก็มอบเสียงคนตรีจาก ลุง เนง เนรุด ศิลปินประจำวงดนตรีพื้นบ้าน ที่   เล่นประจำอยู่ที่เขาชัน รีสอร์ททุกวัน  เดี่ยวซออู้เพลงพม่ารำขวาน   เห็นแววตาเปี่ยมสุขที่ลุงเนงที่เล่นดนตรีแล้วพวกเราที่ไม่พิการก็มีความสุขด้วย เหมือนอย่างที่ ครูหนิง สารคามพูดไว้ดังนี้

                                  ".....เพราะโลกนี้.....

                            ประกอบขึ้นด้วยความหลากหลาย

                       โลกจึงไม่จำเป็นต้องมีแต่มนุษย์ที่สมบูรณ์

                             แต่โลกที่หลากหลายควรประกอบด้วย

                       บุคคลที่มีศักดิ์ศรี  ทางจิตรวิญญาณ ที่ทัดเทียมกัน  เสมอกัน

                            และศรัทธาในคุณค่าของกันและกัน

                        เพื่อจะเป็นสังคมที่มีทั้งคนพิการและไม่พิการ

                         อาศัยอยู่รวมกันอย่างศานติสุข