อารยะขัดขืน

        ต้องยอมรับว่าคำว่า อารยะขัดขืนเป็นศัพท์ใหม่ความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร เจ้าของคำพูดเท่านั้นจะอธิบายได้คำนี้อาจตรงกับคำภาษาอังกฤษ Civil disobedienceแปลว่า การต่อต้านแบบอหิงสาเช่นการปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาล ปฏิเสธการชำระภาษีเป็นต้น

        ตัวอย่างอารยะขัดขืนที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมคือเมื่อครั้งมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหนึ่งอาจารย์ท่านหนึ่งเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่โปร่งใสกระบวนการเลือกตั้งส่อไปในทางทุจริตแต่ในฐานะเป็นประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยคือต้องออกไปเลือกตั้งตามวันและเวลาที่กำหนดไว้อาจารย์ผู้นี้เข้าไปที่คูหาเลือกตั้งและรับบัตรเลือกตั้งแต่แทนที่จะเข้าคูหาเลือกตั้ง แต่ท่านกลับฉีกบัตรเลือกตั้งถ้าว่ากันตามตัวบทกฎหมายการกระทำเช่นนี้ผิดแต่อาจารย์ผู้นี้ตั้งใจที่จะขัดขืนไม่กลัวถูกจับเพราะท่านตั้งใจที่จะต่อต้านการเลือกตั้งเพราะเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมพฤติกรรมดังกล่าวภาษาทางการเมืองเรียกว่า Civil disobedienceหรือ อารยะขัดขืนอีกตัวอย่างหนึ่งคือการเรียกร้องจากนักเคลื่อนไหวทางการเมืองบอกให้ประชาชนงดการจ่ายภาษีและงดจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟสิ่งนี้จัดอยู่ในกรอบอารยะขัดขืน

         
คริสเตียนมีทัศนคติอย่างไรกับอารยะขัดขืนผมจะไม่แปลความหมายตามภาษาทางการเมือง แต่แปลตามภาษาไทย คำว่า อารยะแปลว่า เจริญเช่นคำว่า อารยชนแปลว่า ชนที่เจริญด้านขนมธรรมเนียมอันดี ขัดขืนแปลว่าไม่ทำตามไม่ประพฤติตาม

        
เมื่อเรานำสองคำนี้มารวมกันดูเหมือนจะขัดกันอย่างสิ้นเชิงและดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าใครมีลูก มีลูกศิษย์ลูกทีมหรือพนักงานขัดขืนระเบียบกฎข้อบังคับและยังเรียกว่า อารยะคงจะลำบากหากความหมายของคำทั้งสองเป็นอย่างที่กล่าวมีความเป็นไปได้ไหมที่การขัดขืนไม่ปฏิบัติตามถือว่าเป็นความเจริญและเป็นธรรมเนียมที่ดีนั่นแสดงว่า การขัดขืนมีทั้งรูปแบบที่มีอารยะ (ความเจริญ) กับรูปแบบที่ไม่มีอารยะมีความเป็นไปได้ที่มีการขัดขืนอารยะ เช่น ถ้าพ่อแม่สั่งให้ไปซื้อเหล้าหรือพ่อแม่บางคนที่เห็นแก่เงินบอกให้ลูกสาวขายตัว นายจ้างสั่งให้ลูกน้องโกงเจ้านายสั่งให้เก็บส่วย ฯลฯการขัดขืนคำสั่งเหล่านั้นและไม่ทำตามสิ่งที่ผิดกฎหมายและศีลธรรมนั่นคือการขัดขืนที่มีอารยะตรงกันข้ามการขัดขืนที่ไม่มีอารยะคือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่มีเหตุผลเอาผลประโยชน์ตนเองเป็นศูนย์กลางแล้วนำเอาความหวาดวิตกสร้างความวุ่นวายบีบคั้นอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้ถ้าไม่ได้ก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงที่ขัดกับหลักกฎหมายหลักธรรมและความเป็นระเบียบเรียบร้อย การขัดขืนเช่นนี้ไม่มีอารยะฉะนั้นอารยะขัดขืนจะเป็นการขัดขืนที่มีอารยะหรือไม่คงขึ้นอยู่กับผู้ขัดขืนมีอารยะมากน้อยขนาดไหน

        
คริสเตียนมีคำสอนให้เคารพต่อสถาบันกษัตริย์ให้อธิษฐานเผื่อผู้มีอำนาจ ให้มีสติปัญญาในการบริหารประเทศและสัตย์ซื่อต่อการเสียภาษีและร่วมมือกับรัฐบาลสร้างสันติ ความสงบ และสามัคคีแสดงการคัดค้านในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยผ่านกระบวนการที่สร้างสรรค์และด้วยใจยุติธรรมเราขัดและค้านอย่างผู้มีอารยะ

 

 

 

ที่มา  :  http://romyenchurch.org