ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเข้าพบผู้รู้ทางด้านหลักทรัพย์..นะค่ะ
การสัมภาษณ์ คุณ ทัศวรรณ เสวตวงษ์ (Senior Marketing : บล. ฟินันซ่า จำกัด)
บทสัมภาษณ์ โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณไพรัช สมนึกขวัญดี ผู้จัดการ / สาขาปิ่นเกล้า การศึกษาจบระดับไหน จากที่ไหน - จบจากมหาวิทยาลัยสยาม ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป หน้าที่ก่อนที่จะได้มาทำงานในตำแหน่งนี้ - เข้ามาก็มาทำตำแหน่งนี้เลย เพราะเคยทำงาน BANK มา 20 ปี จะต้องมีความรู้ในด้านไหนบ้างจึงจะมาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ - ด้านการเงินการธนาคาร ประโยชน์ของการเล่นหุ้น - มองได้ 2 มุม 1.เป็นการลงทุนลูกค้าได้ผลตอบแทน เป็นเงินออมในบัญชีเงินฝากธนาคาร 2.เป็นการลงทุนทั้งระบบเศรษฐกิจ คือเงินของลูกค้าไปลงทุนในบริษัททำให้บริษัททำธุรกิจได้ ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การเล่นหุ้นคึกคักมากน้อยแค่ไหน - ในปัจจุบันก็ถือว่าค่อนข้างซบเซา จากการพยากรณ์ VOMLUM ตลาดตอนต้นปี เฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท และ VOMLUM ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ เฉลี่ยแค่ประมาณวันละ 8,000 -12,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อย ปัญหาการเมืองในปัจจุบันมีผลต่อการลงทุนมากน้อยแค่ไหน - มีผลต่อการลงทุนมาก เพราะเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากนักลงทุน 3 กลุ่ม 1.ต่างประเทศ 2.บริษัท 3.นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดามีสัดส่วนในตลาดเยอะมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมมาก เมื่อมีปัญหาการเมืองเข้ามามีผลกระทบเยอะมีข่าวไม่ดีออกมามีการหยุดการซื้อขายทันที แนะนำว่าหุ้นตัวไหนน่าลงทุนมากที่สุด - การเล่นหุ้นต้องดูสภาพเศรษฐกิจ ช่วงนี้น้ำมันลง ควรหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ ตอนนี้คือค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไป ดูพวกส่งออกจะดีกว่านำเข้า หุ้นทั้งหมดมีกี่ตัว - มีประมาณ 400 ตัว การเล่นหุ้นควรมีเงินลงทุนสักเท่าไรจึงจะเหมาะสม - แล้วแต่ว่ามีเงินลงทุนมากน้อยเท่าไหร่ มีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ ปัจจัยที่สำคัญก็คืออายุ คนอายุน้อยรับความเสี่ยงได้มากกว่าควรลงทุนประมาณ 70% คนใกล้เกษียณรับความเสี่ยงได้น้อย ไม่มีรายได้จากการทำงาน ควรลงทุนประมาณ 20 – 30 % คนส่วนใหญ่ที่เล่นหุ้นอายุอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ - ส่วนใหญ่อายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นก็มีบ้างแต่น้อย การเล่นหุ้นใน 1 วัน ควรเล่นสักกี่ตัว และควรลงทุนในหุ้นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ดี - โดยทั่วไปมีทั้งเล่นน้อยและเล่นเยอะๆ ในการแนะนำไม่ควรเล่นเยอะเพราะจะดูแลไม่ทั่วถึงตามไม่ทัน อย่างมาก 6-7 ตัวไม่เกิน 10 ตัว เล่นพวกหุ้นของบริษัทเพราะมีพื้นฐานมั่นคงไม่ต้องติดตามมาก Downswing น้อย ส่วนหุ้นตัวเล็กก็จะเล่นเก็งกำไรกันเยอะ มีเทคนิคในการดูกราฟดูอย่างไรให้แม้นยำ - การดูมีหลายเทคนิค แต่ส่วนใหญ่จะใช้การดู เส้นRSI เส้นSTOCHSASTICS VOMLUM จะมีผลต่อปริมาณการซื้อขาย และต้องดูหลายๆอย่างประกอบ ต้องดูปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทั่วไปด้วย มีลูกค้าขอคำแนะนำในการเล่นหุ้นบ้างไหม - มีบ้าง ลูกค้าจะมี 2 ประเภท 1.มาเล่นที่ห้องค้าส่วนใหญ่จะเล่นเร็ว 2.เล่นอยู่ที่บ้านจะเล่นระยะปานกลาง ปริมาณการซ้อขายของตลาดในแต่ละวันในขณะนี้มีมากน้อยแค่ไหน - อยู่ที่ประมาณ 8,000 -12,000 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไร - ระบบจะไม่ค่อยแตกต่างกัน ส่วน Index แตกต่างกันบ้างบางประเทศขึ้นลงอย่างมีเสถียรภาพ ส่วนบ้านเราขึ้นเร็วลงเร็ว เช่น บางตัวน้ำมันขึ้น ราคาก็จะลงจะเป็นกลุ่มที่ใช้ผลิตจากน้ำมัน ในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดเจ้าหน้าที่จะทำอะไรกันบ้าง - ฝ่ายการตลาดก็จะมีการติดต่อลูกค้าและมีการสรุปยอด ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน 2551มีการซื้อขายดีไหม และคาดว่าช่วงบ่ายจะเป็นอย่างไร - ตอนเช้าค่อนข้างเงียบเหงา คาดว่าช่วงบ่ายจะมีนักลงทุนบางกลุ่มมาเล่น ส่วนใหญ่จะรอสถานการณ์(การแต่งตั้งนายกคนใหม่) ตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายสูงสุดต่อ 1 วันอยู่ที่เท่าไหร่ - ประมาณ 30% ช่วงนี้ควรเล่นหุ้นตัวไหน - เล่นหุ้นต้องดูสภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจการเมือง ช่วงนี้ราคาน้ำมันลงหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงานแนะนำให้เล่นกลุ่มธนาคารน่าจะดีขึ้น การลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะดีไหม - น่าจะดีขึ้นเพราะว่าตอนนี้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว ในการเล่นหุ้นมีการเสียภาษีไหม - ปกติจะหักอยู่แล้ว มีลูกค้าเยอะไหม - ลูกค้ารายย่อยเยอะ ลูกค้าสถาบันน้อย การฝากธนาคารกับการเล่นหุ้นอันไหนดีกว่ากัน - ถ้าไม่มีความรู้ในหลักทรัพย์ควรฝากธนาคารดีกว่า เพราะการเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่า มีความรู้สึกอย่างไรในการทำงานในตำแหน่งนี้ - มีความเครียดสูง ต้องเสี่ยงต่อผลกำไรของลูกค้า คิดว่าอาชีพโบรกเกอร์มีความสำคัญมากไหม - มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจต้องคอยให้คำแนะนำกับลูกค้าถ้าไม่แนะนำลูกค้าก็จะมีความเสี่ยงสูง ผู้สัมภาษณ์ กลุ่ม 4 การเงิน ฯ กลุ่ม 02
บทสัมภาษณ์ โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน)
ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณไพรัช สมนึกขวัญดี
ผู้จัดการ / สาขาปิ่นเกล้า
การศึกษาจบระดับไหน จากที่ไหน
- จบจากมหาวิทยาลัยสยาม ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป
หน้าที่ก่อนที่จะได้มาทำงานในตำแหน่งนี้
- เข้ามาก็มาทำตำแหน่งนี้เลย เพราะเคยทำงาน BANK มา 20 ปี
จะต้องมีความรู้ในด้านไหนบ้างจึงจะมาทำงานในตำแหน่งนี้ได้
- ด้านการเงินการธนาคาร
ประโยชน์ของการเล่นหุ้น
- มองได้ 2 มุม
1.เป็นการลงทุนลูกค้าได้ผลตอบแทน เป็นเงินออมในบัญชีเงินฝากธนาคาร
2.เป็นการลงทุนทั้งระบบเศรษฐกิจ คือเงินของลูกค้าไปลงทุนในบริษัททำให้บริษัททำธุรกิจได้
ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การเล่นหุ้นคึกคักมากน้อยแค่ไหน
- ในปัจจุบันก็ถือว่าค่อนข้างซบเซา จากการพยากรณ์ VOMLUM ตลาดตอนต้นปี เฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท และ VOMLUM ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ เฉลี่ยแค่ประมาณวันละ 8,000 -12,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อย
ปัญหาการเมืองในปัจจุบันมีผลต่อการลงทุนมากน้อยแค่ไหน
- มีผลต่อการลงทุนมาก เพราะเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากนักลงทุน 3 กลุ่ม
1.ต่างประเทศ 2.บริษัท 3.นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลธรรมดา
บุคคลธรรมดามีสัดส่วนในตลาดเยอะมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมมาก เมื่อมีปัญหาการเมืองเข้ามามีผลกระทบเยอะมีข่าวไม่ดีออกมามีการหยุดการซื้อขายทันที
แนะนำว่าหุ้นตัวไหนน่าลงทุนมากที่สุด
- การเล่นหุ้นต้องดูสภาพเศรษฐกิจ ช่วงนี้น้ำมันลง ควรหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ ตอนนี้คือค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไป ดูพวกส่งออกจะดีกว่านำเข้า
หุ้นทั้งหมดมีกี่ตัว
- มีประมาณ 400 ตัว
การเล่นหุ้นควรมีเงินลงทุนสักเท่าไรจึงจะเหมาะสม
- แล้วแต่ว่ามีเงินลงทุนมากน้อยเท่าไหร่ มีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ ปัจจัยที่สำคัญก็คืออายุ คนอายุน้อยรับความเสี่ยงได้มากกว่าควรลงทุนประมาณ 70% คนใกล้เกษียณรับความเสี่ยงได้น้อย ไม่มีรายได้จากการทำงาน ควรลงทุนประมาณ 20 – 30 %
คนส่วนใหญ่ที่เล่นหุ้นอายุอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่
- ส่วนใหญ่อายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นก็มีบ้างแต่น้อย
การเล่นหุ้นใน 1 วัน ควรเล่นสักกี่ตัว และควรลงทุนในหุ้นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ดี
- โดยทั่วไปมีทั้งเล่นน้อยและเล่นเยอะๆ ในการแนะนำไม่ควรเล่นเยอะเพราะจะดูแลไม่ทั่วถึงตามไม่ทัน อย่างมาก 6-7 ตัวไม่เกิน 10 ตัว เล่นพวกหุ้นของบริษัทเพราะมีพื้นฐานมั่นคงไม่ต้องติดตามมาก Downswing น้อย ส่วนหุ้นตัวเล็กก็จะเล่นเก็งกำไรกันเยอะ
มีเทคนิคในการดูกราฟดูอย่างไรให้แม้นยำ
- การดูมีหลายเทคนิค แต่ส่วนใหญ่จะใช้การดู เส้นRSI เส้นSTOCHSASTICS VOMLUM จะมีผลต่อปริมาณการซื้อขาย และต้องดูหลายๆอย่างประกอบ ต้องดูปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทั่วไปด้วย
มีลูกค้าขอคำแนะนำในการเล่นหุ้นบ้างไหม
- มีบ้าง ลูกค้าจะมี 2 ประเภท 1.มาเล่นที่ห้องค้าส่วนใหญ่จะเล่นเร็ว 2.เล่นอยู่ที่บ้านจะเล่นระยะปานกลาง
ปริมาณการซ้อขายของตลาดในแต่ละวันในขณะนี้มีมากน้อยแค่ไหน
- อยู่ที่ประมาณ 8,000 -12,000 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไร
- ระบบจะไม่ค่อยแตกต่างกัน ส่วน Index แตกต่างกันบ้างบางประเทศขึ้นลงอย่างมีเสถียรภาพ ส่วนบ้านเราขึ้นเร็วลงเร็ว เช่น บางตัวน้ำมันขึ้น ราคาก็จะลงจะเป็นกลุ่มที่ใช้ผลิตจากน้ำมัน
ในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดเจ้าหน้าที่จะทำอะไรกันบ้าง
- ฝ่ายการตลาดก็จะมีการติดต่อลูกค้าและมีการสรุปยอด
ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน 2551มีการซื้อขายดีไหม และคาดว่าช่วงบ่ายจะเป็นอย่างไร
- ตอนเช้าค่อนข้างเงียบเหงา คาดว่าช่วงบ่ายจะมีนักลงทุนบางกลุ่มมาเล่น ส่วนใหญ่จะรอสถานการณ์(การแต่งตั้งนายกคนใหม่)
ตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายสูงสุดต่อ 1 วันอยู่ที่เท่าไหร่
- ประมาณ 30%
ช่วงนี้ควรเล่นหุ้นตัวไหน
- เล่นหุ้นต้องดูสภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจการเมือง ช่วงนี้ราคาน้ำมันลงหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงานแนะนำให้เล่นกลุ่มธนาคารน่าจะดีขึ้น
การลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะดีไหม
- น่าจะดีขึ้นเพราะว่าตอนนี้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
ในการเล่นหุ้นมีการเสียภาษีไหม
- ปกติจะหักอยู่แล้ว
มีลูกค้าเยอะไหม
- ลูกค้ารายย่อยเยอะ ลูกค้าสถาบันน้อย
การฝากธนาคารกับการเล่นหุ้นอันไหนดีกว่ากัน
- ถ้าไม่มีความรู้ในหลักทรัพย์ควรฝากธนาคารดีกว่า เพราะการเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่า
มีความรู้สึกอย่างไรในการทำงานในตำแหน่งนี้
- มีความเครียดสูง ต้องเสี่ยงต่อผลกำไรของลูกค้า
คิดว่าอาชีพโบรกเกอร์มีความสำคัญมากไหม
- มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจต้องคอยให้คำแนะนำกับลูกค้าถ้าไม่แนะนำลูกค้าก็จะมีความเสี่ยงสูง
ผู้สัมภาษณ์
กลุ่ม 4 การเงิน ฯ กลุ่ม 02
การสัมภาษณ์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต มหาชน จำกัด
สาขา ท่าพระ
1. ก่อนอื่น ขอถาม ชื่อ – นามสกุล พี่ก่อนค่ะ - คุณ อัญญาภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
2. พี่ทำงานที่นี่มานานหรือยังค่ะ - ประมาณ 4 ปี แล้วค่ะ
3. พี่เรียนจบแล้วพี่ก็มาทำที่นี่เลยหรือเปล่าค่ะ - ใช่ค่ะ พี่เรียนจบแล้วพี่ก็มาทำที่นี่เลย
4. พี่จบทางด้านนี้โดยตรงรึเปล่าค่ะ - พี่จบเศรษฐศาสตร์ค่ะ
5. ทำไมพี่ถึงเลือกทำงานเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ค่ะ - คณะที่เรียนมาค่อนข้างที่จะตรงสาย เพราะว่าสามารถที่จะเอาเรื่องของ Economic ต่างๆ มา ประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์หุ้นได้
6. ก่อนที่จะมาทำงานที่นี่พี่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนหรือเปล่าค่ะ - ไม่เคยค่ะ เพราะว่าทำงานที่นี่เป็นที่แรกจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ
7. พี่มีการเตรียมตัวอย่างไรก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ค่ะ - ตอนแรกเราต้องดูก่อนว่าหุ้นในตลาดมีอะไรบ้าง แต่ละบริษัทเป็นยังไง แล้วก็เรื่องเครื่องมือต่างๆหลังจากที่เข้ามาแล้วก็จะมีการฝึกอีกทีนึงค่ะ
8. ระยะเวลาเท่าไรค่ะในการอบรมถึง 1 เดือนไหมค่ะ - อาจจะมากกว่านั้น เพราะว่าปกติแล้วการที่เราจะดูหุ้น เราจะไม่ได้ใช่แค่กี่ชั่วโมงแล้วเราจะดูได้เพราะมันค่อนข้างที่จะซับซ้อนเยอะ อย่างเช่น พวกเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน หรือจะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐานต่างๆ
9. งานด้านนี้ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับอะไรบ้างค่ะ - จริงๆ แล้วหน้าที่วิเคราะห์จะเป็นหน้าที่ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แต่ว่าโดยเนื้อหาแล้วของเจ้าหน้าที่การตลาดก็คือ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้กับผู้ลงทุน โดยที่จะมีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง แล้วก็อาจจะนำบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ที่วิเคราะห์มาแล้วนำไปเผยแพร่อีกทีนึง ก็พูดง่ายๆ ว่าก็เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด
10. การเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ในปัจจุบันต้องดูจากปัจจัยใดบ้าง - ปัจจัยจะดูอยู่ 2 อย่าง ก็คือ จะดูเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทค่ะ แล้วก็การวิเคราะห์ทางเทคนิค ประกอบการลงทุน อาจจะเป็นพวกกราฟที่น้องๆ เคยเรียนมา
11. คิดว่าตอนนี้เศรษฐกิจ การเมืองของไทย มีผลกระทบต่อการลงทุนในหุ้นหรือไม่ อย่างไรค่ะ - มีผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงค่ะ ช่วงนี้การเมืองด้วย เศรษฐกิจด้วย หลายๆ อย่าง นักลงทุนต่างชาติด้วย เพราะว่าถ้าถามถึงว่าช่วงนี้เศรษฐกิจในตลาดหลักทรัพย์ของเราอาจจะดูไม่ค่อยดีเท่าไร เป็นเพราะการเมือง เรื่องการประท้วง แล้วก็ส่วนเศรษฐกิจก็อาจจะเป็นพวกเพื่อนบ้านของเราก็อาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไร ในอเมริกาหรือว่ารอบๆ บ้านเรา จริงๆ ถ้าถามถึงว่าไปลงทุนในประเทศอื่นไหม ก็อาจจะใช่ เพราะว่าถ้าสมมติเรามีเงิน เราก็ต้องไปลงทุนในประเทศที่ให้ความเสี่ยงน้อยหน่อยถูกไหมค่ะ แต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มีความมั่นใจมากนัก อาจจะดูเป็นการชะลอการลงทุนก็ได้
12. หลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในปัจจุบันคือกลุ่มไหนค่ะ - อันนี้อาจจะต้องลงไปดูอีกทีนึง อาจจะดูราคาด้วยประกอบกัน อาจจะโฟกัสไม่ได้มากค่ะ
13. ปัจจุบันหลักทรัพย์ในกลุ่มพลังงานยังน่าสนใจที่จะลงทุนไหม และถ้าลงทุนตอนนี้จะมีผลอย่างไร - ถ้ามองในแง่ของราคาที่ลงมาถือว่ายังน่าสนใจอยู่ เพราะโดยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ แต่ว่า โดยรวมจะต้องดูภาวะของตลาดด้วย เพราะว่าถ้าตลาดยังไม่ดีมาก แล้วราคายังลงไปอยู่ คือจริงๆช่วงนี้ลงๆไปค่อนข้างเยอะ อาจจะสามารถที่ทยอยรับได้
14. แต่ว่าโอกาสที่จะกลับขึ้นมาอีกมีบ้างไหมค่ะ - อันนี้ต้องรอดูการเมืองและเศรษฐกิจด้วยค่ะ
15. พี่มีเทคนิคในการวิเคราะห์หลักทรัพย์อย่างไรค่ะ - เทคนิคก็จะดูปัจจัยพื้นฐานและก็ดูวิเคราะห์ทางเทคนิค อย่างราคาเหมาะสมอยู่ที่ประมาณเท่าไร ดู Ratio ต่างๆ
16. การเขียนวิเคราะห์หลักทรัพย์มีวิธีการเขียนอย่างไรค่ะ - จริงๆ ถ้าตำแหน่งไม่ได้เขียนค่ะ เพราะว่าส่วนใหญ่จะนำมาจากโบรกเกอร์อีกทีนึง
17. ถ้าสนใจที่จะทำงานด้านนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ - การเตรียมตัวก็คือ ก่อนอื่นจะต้องสนใจเกี่ยวกับหุ้นก่อน คือ เราจะต้องทำความรู้จักเกี่ยวกับหุ้นต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ก่อน แล้วเราก็มาดูว่า Sector ไหนที่เราสนใจ อาจจะเป็นพลังงาน สื่อสาร แล้วเราก็ค่อยมาดูว่า Sector นั้นมีตัวไหนบ้าง แล้วก็ทำความรู้จักหุ้นแต่ละตัวก่อน
18. อย่างนั้นเราก็ต้องรู้จักหุ้นทุกตัวเลยหรือเปล่าค่ะ - เกือบทุกตัวดีกว่าค่ะ แต่ว่าถ้าโดยเริ่มต้น เราอาจจะรู้จัก Sector หลักๆก่อนว่าแต่ละ Sector เป็นยังไง หุ้นแต่ละตัวเป็นยังไง หลังจากนั้นเราอาจจะไปลองสอบ License ถ้าพูดถึงว่าจะเข้าทำอาชีพนี้ก็จะมีสอบ License หรือสอบใบอนุญาตค่ะ
19. สอบที่ไหนค่ะ - เข้า www.tsi Thailand.com เข้าไปสมัคร แล้วก็ไปซื้อหนังสือมาอ่าน แล้วก็ไปสอบ ซึ่งการสอบก็จะประกอบด้วยหลายๆ อย่าง อาจจะเป็นเกี่ยวกับการซื้อ – ขาย หรือว่าเกี่ยวกับจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่การตลาดจะมีโดยรวมๆ ค่ะ ก็คือพอสอบผ่านแล้วถึงจะมาเป็นผู้แทนขายได้
การเงิน 01
กลุ่ม 3 ( Freedom )
การสัมภาษณ์ คุณกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุธโส บริษัท หลักทรัพญ์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการวางแผนกลยุทธ์ - ปัจจัยด้านมหาภาค ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ทิศทางดอกเบี้ย ทิศทางอัตราเงินเพ้อ อัตราการขยายตัวทางธุรกิจ นโยบายการเงิน – การคลัง และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น - ปัจจัยด้านการเมือง ส่วนใหญ่เป็นมุมเชิงลบที่มีผลต่อการวางแผนกลยุทธ์ - ภาวะอุตสาหกรรม = วัฏจักรอุสาหกรรม - ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น - ปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม - ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดอนุพันธ์ - ทฤษฎีเกมส์ - การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค หลักการวางกลยุทธ์ที่สำคัญ - ต้องรู้สไตล์การลงทุนของลูกค้าแต่ละกลุ่ม - “รู้เขารู้เรา” ตลาดส่วนใหญ่คิดอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น - ต้อง A Head The Game เสมอ - ภาวะตลาดที่ผันผวนต้องทำตัวเงิน “ชาวสวน” - แต่ภาวะตลาดที่เป็นขาขึ้นเราต้องเป็น “ชาวไร่” - เมื่อทิศทางตลาดและ/หรือภาวะอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงต้องกล้าตัดสินใจ ผิดทางแล้วกล้าที่จะเปลี่ยน - ควรแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน : ระยะสั้น – ระยะยาว ผลกระทบที่มีต่อการลงทุน นักลงทุนดูจากปัจจัยหลายอย่าง โดยดูความเสี่ยงต่าง ๆ การเมืองบ่งบอกว่าเศรษฐกิจจะไปทิศทางไหน ทำให้การลงทุนต่าง ๆ วางแผนได้ยาก เนื่องจากความคิดของแต่ละผู้นำแต่ละรัฐบาลไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่าผู้นำจะชี้นำเศรษฐกิจไปในทิศทางไหน การเลือกลงทุนในหุ้นต้องดูจากผลตอบแทนดูว่าตัวไหนที่สามารถทำผลกำไรได้ มองไปต้องมีการปรับเปลี่ยนได้เสมอ ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน ปัญหาซับไพรม เศรษฐกิจที่ชะลอตัว นักลงทุนต่างชาติ ความเสี่ยงทางด้านตลาด มูลค่าหุ้น จังหวะการลงทุน กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ กลุ่มพลังงานก็อาจเติบโตได้ อสังหา หากพลังงานลดกลุ่มขนส่งจะดีขึ้นและน่าลงทุน การเลือกลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะลงทุนในหุ้นใหญ่ เช่น หุ้น 50 ตัวหลัก เนื่องจากมีสภาพคล่องของการซื้อขาย หากต้องการขายจะได้ขายได้เลย ส่วนตลาดหุ้นไทยจะมีลักษณะใกล้เคียงตลาดฮ่องกงมากที่สุด การทำ Shot again เช่น หากเราซื้อหุ้นมาราคา 100 พอหุ้นตกเราขายที่ราคา 80 ขาดทุน 20 แต่เราก็อาจไปซื้อกลับที่ราคา 50 ก็มีกำไร 30 และก็จะเป็นกำไรสุทธ์ 10 บาท สิ่งที่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากที่สุด คือ ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา
การสัมภาษณ์
คุณกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุธโส บริษัท หลักทรัพญ์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการวางแผนกลยุทธ์
- ปัจจัยด้านมหาภาค ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ทิศทางดอกเบี้ย ทิศทางอัตราเงินเพ้อ อัตราการขยายตัวทางธุรกิจ นโยบายการเงิน – การคลัง และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น
- ปัจจัยด้านการเมือง ส่วนใหญ่เป็นมุมเชิงลบที่มีผลต่อการวางแผนกลยุทธ์
- ภาวะอุตสาหกรรม = วัฏจักรอุสาหกรรม
- ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น
- ปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม
- ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดอนุพันธ์
- ทฤษฎีเกมส์
- การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค
หลักการวางกลยุทธ์ที่สำคัญ
- ต้องรู้สไตล์การลงทุนของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
- “รู้เขารู้เรา” ตลาดส่วนใหญ่คิดอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- ต้อง A Head The Game เสมอ
- ภาวะตลาดที่ผันผวนต้องทำตัวเงิน “ชาวสวน”
- แต่ภาวะตลาดที่เป็นขาขึ้นเราต้องเป็น “ชาวไร่”
- เมื่อทิศทางตลาดและ/หรือภาวะอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงต้องกล้าตัดสินใจ ผิดทางแล้วกล้าที่จะเปลี่ยน
- ควรแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน : ระยะสั้น – ระยะยาว
ผลกระทบที่มีต่อการลงทุน
นักลงทุนดูจากปัจจัยหลายอย่าง โดยดูความเสี่ยงต่าง ๆ การเมืองบ่งบอกว่าเศรษฐกิจจะไปทิศทางไหน ทำให้การลงทุนต่าง ๆ วางแผนได้ยาก เนื่องจากความคิดของแต่ละผู้นำแต่ละรัฐบาลไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่าผู้นำจะชี้นำเศรษฐกิจไปในทิศทางไหน
การเลือกลงทุนในหุ้นต้องดูจากผลตอบแทนดูว่าตัวไหนที่สามารถทำผลกำไรได้ มองไปต้องมีการปรับเปลี่ยนได้เสมอ
ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน
ปัญหาซับไพรม เศรษฐกิจที่ชะลอตัว นักลงทุนต่างชาติ ความเสี่ยงทางด้านตลาด มูลค่าหุ้น จังหวะการลงทุน
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ
กลุ่มพลังงานก็อาจเติบโตได้ อสังหา หากพลังงานลดกลุ่มขนส่งจะดีขึ้นและน่าลงทุน
การเลือกลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะลงทุนในหุ้นใหญ่ เช่น หุ้น 50 ตัวหลัก เนื่องจากมีสภาพคล่องของการซื้อขาย หากต้องการขายจะได้ขายได้เลย ส่วนตลาดหุ้นไทยจะมีลักษณะใกล้เคียงตลาดฮ่องกงมากที่สุด
การทำ Shot again เช่น หากเราซื้อหุ้นมาราคา 100 พอหุ้นตกเราขายที่ราคา 80 ขาดทุน 20 แต่เราก็อาจไปซื้อกลับที่ราคา 50 ก็มีกำไร 30 และก็จะเป็นกำไรสุทธ์ 10 บาท
สิ่งที่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากที่สุด คือ ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา
สัมภาษณ์บทวิเคราะห์หุ้นโดย คุณ ปิติ เกตุศิริ (Senior Sales Executive Branch Securities Trading Department:บริษัท BT Securities)
เกี่ยวกับการเป็น Senior Sales Executiveและการทำงานในการวิเคราะห์หุ้น
การที่จะเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จะต้องมีการผ่านหลักสูตรCISA หรือCertified Investment and Securities Analyst Programเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการวิเคราะห์และบริหารการลงทุนทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประเมินค่าสินทรัพย์เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาลงทุน ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการลงทุน รวมทั้งเปรียบเทียบการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเรียนรู้วิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณและหลักปฏิบัติวิชาชีพของการวิเคราะห์ เพื่อยกระดับมาตรฐานบุคลากรด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และการจัดการลงทุนสู่สากล จะต้องไปสอบที่สถาบัน TSI เพื่อขึ้นทะเบียนในการรับใบอนุญาตในการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
ลักษณะของงานในตำแหน่งSenior Sales Executive คือ จะเป็นผู้แนะนำการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าและติดตามข่าวสารตลอดเวลาเพื่อคอยรายงานให้กับลูกค้าที่ดูแลอยู่ในขณะนั้นพร้อมทั้งยังเป็นตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าอีกด้วย
ต้องดูกลุ่มลูกค้าว่าอยู่ในกลุ่มใดก่อนแล้วเราจึงจะวิเคราะห์ว่าควรซื้อหรือขายพร้อมทั้งดูสถานการณ์ในปัจจุบันโดยปกติจะแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ
กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มการลงทุนระยะสั้นหรือมีการซื้อเพื่อเก็งกำไรซึ่งจะต้องอาศัยข่าวรายวันในการวิเคราะห์หุ้น เช่น หุ้น SC ของเจ๊แดง หุ้นของตระกูลวงศ์สวัสดิ์ เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มการลงทุนระยะปานกลาง คือ จะมีทั้งการเก็งกำไรและการลงทุน
กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มการลงทุนระยะยาว ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นประเภทเงินเย็น คือ แทบจะรับความเสี่ยงไม่ได้เลย เช่น จะนำเงินส่วนใหญ่ฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดีตลอดมีความเสี่ยงต่ำมาก
1. หุ้น Esso มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 14.48 %
2. หุ้น PTTAR มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 12.20%
3. หุ้น SCC มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 11.11 %
4. หุ้น TOP มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 10.29 %
5. หุ้น TISCO มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 12.32 %
6. หุ้น UVAN มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 6.22 %
7. หุ้น PDI มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 15.57%
สัมภาษณ์ Broker
บริษัทหลักทรัพย์ บีที จำกัด
คุณแทนคุณ อ่อนสัมฤทธิ์
หัวข้อและคำตอบในการสัมภาษณ์
1. ตำแหน่งหน้าที่การงาน
- Marketing
2. ความรับผิดชอบในหน้าที่
- หาข้อมูลข่าวสาร,ให้ข่าวสารลูกค้า,รับ Order จาดลูกค้า,รับรองลูกค้า เป็นต้น
3. หาข้อมูลข่าวสารได้จากอะไร
- มาจากนักวิเคราะห์,อ่านหนังสือพิมพ์,ดูกราฟหุ้น,แนวโน้มตลาด,ราคาน้ำมัน,ราคาทองคำ,ตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นต้น
4. ต้องจบสาขาอะไรถึงได้มาทำงานตำแหน่งนี้
- ไม่จำเป็นจบสาขาอะไรก็สามารถทำงาน เพราะต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ แต่ถ้าจบสาขาการเงินมาก็จะง่ายต่อการเรียนรู้
5. ถ้าอยากทำงานในตำแหน่งนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง
- 1. เข้าอบรมกับตลาดหลักทรัพย์
2. สอบใบอนุญาต เช่น เรื่องตราสารอนุพันธ์
3. เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ยื่นสมัครงานได้เลย
6. ต้องมีความรู้ด้านใดบ้าง
- ต้องมีความรู้รอบตัวทุกด้าน ดูจากหนังสือพิมพ์ ข่าว รู้รอบโลก
7. การหาลูกค้าหาได้จากไหน
- การหาลูกค้าส่วนมากหาด้วยตัวเอง ก้าวแรกแห่งการทำงานรุ่นพี่จะเป็นคนแนะนำให้และลูกค้าจะเป็นคนพิจารณาเองโดยดูจากพฤติกรรมของตัวเรา
8. ลักษณะของโบรกเกอร์ที่ดีควรเป็นอย่างไร
- ควรมีความอดทน อดกลั้น และต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ต้อง Update ข่าวสารอยู่เสมอและที่สำคัญต้องมีความตั้งใจ รักในงานที่ทำ
9. ทำงานมานานเท่าไรแล้ว
- 17 ปี
10. เงินเดือนจะพิจารณาจากอะไร
- ต้องบริหารตัวเอง เพราะบริษัทจะไม่ช่วยเหลือไม่ว่าในด้านใดและบริษัทจะมีการตั้งฐานเงินเดือนไว้แต่ก็ต้องพิจารณาจากผลงานถ้าผลงานไม่บรรลุเป้าก็อาจจะได้เงินเดือนน้อยกว่าฐานเงินเดือนที่ตั้งไว้และมีการบวกค่าคอมมิสชั่นให้ด้วย
11. ในความคิดของพี่คิดว่าในอนาคตข้างหน้าอาชีพโบรกเกอร์จะเป็นอย่างไร
- ทำงานยากขึ้น เพราะมีการแข่งขันสูงบวกกับเศรษฐกิจไม่ดีในทั่วโลก ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับการลงทุน อาจหันไปลงทุนในวิธีอื่น เช่น ซื้อทอง ฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย เป็นต้น
12. ปัญหาบ้านเมืองมีอิทธิพลกับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน/อย่างไร
- มีมาก เพราะต่างชาติไม่ไว้ใจสถานการณ์บ้านเมือง ขาดความเชื่อมั่นและไม่มั่นใจในความปลอดภัย ต่างชาติจึงทำการขายหุ้นตลอดเวลาและหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองนิ่ง เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ต่างชาติจะหันกับมาลงทุนอีกครั้ง
13. ตลาดหลักทรัพย์มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาหรือไม่
- เมื่อก่อนมีโดยผู้จัดการจะมีการจัดตั้งกองทุน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะ นักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพราะมีความเสี่ยงมาก
14. หุ้นตัวไหนที่น่าสนใจลงทุนในตอนนี้
- หุ้นในกลุ่มธนาคาร เช่น กรุงเทพ,ไทยพาณิชย์
หุ้นในกลุ่มพลังงาน เช่น Pttep,Banpu
15. ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ เมื่อต่างชาติเกิดผลกระทบก็จะส่งผลถึงประเทศไทยโดยตรง เช่น อเมริกาลดอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อประเทศไทยโดยต่างชาติจะกระจายเงินออกสู่ทั่วโลกเป็นผลพลอยได้
16. ควรทำการซื้อขายหุ้นตอนไหน
- ดูกราฟประกอบโดยดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อกราฟขึ้นสูงสุดให้รีบขาย ถ้านิยมลงทุนระยะยาวก็ควรที่จะซื้อตอนที่หุ้นลงต่ำสุด การจะขายต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ
17. การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
- การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะหุ้นมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาเปลี่ยนแปลงตลอดรอบเช้าหุ้นอาจจะขึ้นแต่พอตกเย็นหุ้นกับลงต่ำสุดของวันก็เป็นได้
18. มีลูกค้าโทรมาให้พี่แนะนำบ้างหรือเปล่า/และเคยแนะนำผิดพลาดบ้างหรือป่าวและมีวิธีแก้ไขอย่างไร
- เรื่องการแนะนำเป็นหนี่หลักอยู่แล้ว บางครั้งก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นบางครั้ง เช่น ลูกค้ามีหุ้น 100,000 หุ้น ต้องการขายที่ราคา 110 บาท แต่ทางเราคีย์ผิดเป็นส่งคำขอซื้อแทนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น วิธีแก้ไขคือ ต้องรีบทำการขายทันทีแต่อาจจะเกิดส่วนต่างจากการขายขาดทุน ตัวพนักงานเองต้องรับผิดชอบ 50% บริษัทรับผิดชอบ 50%
19. หุ้นมีทั้งหมดกี่ตัว
- ประมาณ 400 ตัว
20. การลงทุนในหุ้นแตกต่างจากการฝากเงินกับธนาคาร การซื้อทอง อย่างไรและถ้าคนหันไปลงทุนในทองจะส่งผลอย่างไรบ้าง
- การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่ามากและได้เงินเยอะกว่า การหันไปเกณฑ์กำไรในทองเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย มีผลกระทบแต่ไม่เยอะเพราะลงทุนในทองก็มีความเสี่ยงเหมือนกันแต่ไม่มากเท่าการเล่นหุ้น
21.ในแต่ละวันควรซื้อหุ้นมากน้อยแค่ไหน
- ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตัวลูกค้าเองว่ากล้าที่จะเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
22.การเล่นหุ้นควรจะมีเงินฝากอยู่ที่ระดับใด
- มีเงินฝาก 15% ของเงินลงทุน เช่น คิดจะลงทุน 1 ล้านบาท ควรมีเงิน 150,000 บาท เป็นเงินหรือว่าหุ้นก็ได้
23. คิดว่า พ.ร.บ. คุ้มครองเงินฝาก มีผลต่อการลงทุนอย่างไร
- มีผลสูงคนจะหันมาเล่นหุ้นเพิ่มมากขึ้น เพราะส่วนที่รัฐบาลไม่คุ้มครองจะนำมาลงทุนในหุ้น
บทสัมภาษณ์นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาติ จำกัด
ผู้ให้สัมภาษณ์ : คุณ อมรรัตน์ เหลืองวิไล (พี่อ้อย)
ถาม: ไม่ทราบว่าตอนนี้พี่ดำรงตำแหน่งอะไรอยู่คะ
ตอบ: Broker ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยให้คำแนะนำในการลงทุนใน หลักทรัพย์
ถาม: แล้วพี่ทำงานที่นี่มานานเท่าไรแล้วคะ
ตอบ: ก็ทำมา 3 ปีแล้วค่ะ
ถาม: แล้วในส่วนของงานที่พี่ทำอยู่นี้มีความยากมากน้อยแค่ไหนคะ
ตอบ: จะว่ายากไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่ความชอบของแต่ละคนนะคะแล้วก็รวมถึง ความสามารถและไหวพริบของตัวแต่ละคนด้วยนะคะ แต่ถ้าสำหรับพี่แล้ว มันก็ไม่ยากค่ะ
ถาม: ต้องเรียนในด้านใดมาคะถึงจะสามารถที่จะประกอบอาชีพด้านนี้ได้คะ
ตอบ: ได้ทุกสาขาค่ะ เพียงแต่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพในการเป็น Broker
ถาม: แล้วพี่อ้อยเรียนด้านใดมาคะถึงมาทำงานเป็น Broker ได้
ตอบ: Marketing
ถาม: ก่อนที่พี่จะมาทำงานด้านนี้พี่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: ก่อนที่เราจะมาทำงานด้านวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้ได้ ต้องสอบใบประกอบ วิชาชีพก่อนคือการสอบ ลายเส้นFK
ถาม : ก่อนที่พี่จะมาทำงานเป็น Broker พี่ต้องมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน รึเปล่าคะ
ตอบ: ก็ต้องมีนะคะ พอดีว่าพี่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา มาแล้วก็ยังมีประสบการณ์ในด้านของการขายมาด้วยค่ะ
ถาม: ถ้าหากว่ามีความสนใจที่จะทำงานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้อง เตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ตอบ: อันดับแรกอย่างที่พี่บอกนะคะก็คือเราต้องสอบให้ได้ใบประกอบวิชาชีพ ซะก่อนแล้วก็ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานเป็นอย่างดีรวมถึงไหวพริบ ด้วยเพราะว่าบางบริษัทนั้น การที่จะรับสมัครพนักงานเข้าทำงานใน ตำแหน่งนี้จะค่อนข้างที่จะสกรีน คนเข้าทำงานเนื่องจากต้องการพนักงานที่มี ความชำนาญในงาน
ถาม: แล้วในส่วนของการสมัครเข้าทำงานในด้านนี้ล่ะคะ มีการแบบใดบ้างคะ
ตอบ: การสมัครเข้าทำงานก็จะเหมือนกับการสมัครเข้าทำงานทั่วไป ไม่มีการสอบข้อเขียนแต่มีการสอบสัมภาษณ์และก็ดูที่ประสบการณ์ของ การทำงานด้วยค่ะ
ถาม: การทำงานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องมีความรู้หรือทักษะมากน้อย แค่ไหนคะ
ตอบ: การทำงานในด้านนี้จำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานมาเป็นอย่างดี และต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
ถาม: งานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้จะต้องรับผิดชอบหรือว่ามีหน้าที่ อย่างไรบ้างคะ
ตอบ: หน้าที่หลักๆเลยนะคะก็คือ การส่งคำสั่งซื้อขายให้กับลูกค้าแล้วก็รวมถึง การวิเคราะห์งบการเงินและงบกำไรขาดทุน
ถาม: รบกวนให้พี่อ้อยช่วยแนะนำเทคนิคที่จะใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วยค่ะ
ตอบ: เทคนิคที่จะใช้ในการวิเคราะห์นั้นจริงๆแล้วมันไม่มีนะคะแต่เราจะใช้หลัก ที่วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะหรือสภาวะของตลาดใน ขณะนั้นแล้วก็ภาพรวมของตลาดค่ะ
ถาม: แล้วในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สำคัญมีอะไรบ้างคะ
ตอบ: ก็จะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ดูจังหวะการซื้อขาย สภาพตลาดความต้องการของลูกค้า ลูกค้าบางท่าน ก็จะชอบที่จะใช้ปัจจัยพื้นฐานในการวิเคราะห์และบางท่านก็อาจจะใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ถาม: คิดว่าเศรษฐกิจการเมืองของไทยในตอนนี้มีผลกระทบต่อหุ้นไทย มากน้อยแค่ไหน
ตอบ: คิดว่ามีผลกระทบอย่างมากเลยนะคะกับการลงทุน เพราะว่าเพียงแค่มี ข่าวออกมาเพียงเล็กน้อยในเรื่องต่างๆไม่ว่าข่าวนั้นจะเป็นเพียงแค่ข่าวลวง ก็สามารถที่จะทำให้ตลาดมีความผันผวนเนื่องจากนักลงทุนไม่กล้าที่ จะเสี่ยงลงทุน
ถาม: คิดว่ากลุ่มหลักทรัพย์ใดที่น่าลงทุนที่สุดในขณะนี้คะ
ตอบ: กลุ่มพลังงานกับกลุ่มธนาคาร -กลุ่มพลังงานค่ะ เพราะว่าอนาคตน้ำมันนั้นจะไปได้อีกไกล มีโอกาสที่จะก้าวหน้าก็ยกตัวอย่างหุ้นกลุ่มพลังงานที่มาแรงนะก็ เช่น PTT , TOP -กลุ่มธนาคาร เพราะว่ามีความมั่นคง ส่วนใหญ่จะอยู่ในเรื่องของ สินเชื่อหุ้นที่น่าลงทุนของ กลุ่มธนาคารก็เช่น BBL, SCB, KBANK เป็นต้น
ถาม: หุ้นแบบไหนที่ควรลงทุนระยะยาวและแบบไหนที่ควรลงทุนระยะสั้น
ตอบ: หุ้นที่ควรลงทุนในระยะยาวก็จะอยู่ในกลุ่มหุ้นที่ใหญ่ๆหรือไม่ก็กลุ่ม พลังงานส่วนหุ้นตัวเล็กๆหรือที่ราคาน้อยๆสักประมาณ 2 – 3 บาท ควรเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เราก็ต้องดูจังหวะและโอกาสควบคู่ไปด้วย
ถาม: ใบประกอบวิชาชีพที่พี่แนะนำให้สอบนี้ต้องทำอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: จะเป็นข้อสอบแบบปรนัยจำนวน 100 ข้อ สอบด้วยตนเองกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถที่จะรู้ผลได้ทันทีที่สอบเสร็จ ข้อสอบจะแบ่งเป็นในเรื่องของ จรรยาบรรณจำนวน 10 ข้อ ต้องทำข้อสอบเรื่องของจรรยาบรรณให้ได้ 90 % (คือทำให้ได้ 9 ข้อใน 10 ข้อ)จึงจะผ่าน ถ้าหากทำข้อสอบอื่น ผ่านแต่ไม่สามารถที่จะทำข้อสอบในเรื่องของจรรยาบรรณให้ผ่านได้ตามที่ กำหนด ข้อสอบอันที่ผ่านก็จะไม่มีผลก็ถือว่าสอบไม่ผ่านนั่นเอง แล้วก็ไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพแต่การสอบนี้สามารถสอบกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าเราจะผ่าน
ถาม: รายได้จากการทำงานในด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้เป็นอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: รายได้จากอาชีพนี้มีรายได้ที่ดีมาก แล้วก็ที่สำคัญจะขึ้นอยู่กับจังหวะและ โอกาสของเราด้วย คือถ้าเราสามารถที่จะจับลูกค้ารายใหญ่ได้มัน ก็จะส่งผลที่ดีกับเราด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณพี่ อมรรัตน์ เหลืองวิไล (พี่อ้อย) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ บริษัท หลักทรัพย์ธนชาติ ที่กรุณาสละเวลาให้พวกเรานักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการเงินการธนาคารของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ในเรื่องของการทำงานในด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และรวมถึงคำแนะนำต่างๆที่พี่ได้ให้คำแนะนำมาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7 คือความคิดเห็นของกลุ่มที่1 การเงิน01 Never Dies Alone
การสัมภาษณ์ BROKER
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจำกัด(มหาชน)
สาขาปิ่นเกล้า
ประวัติผู้ให้สัมภาษณ์
พี่ยิ่งดาว ประพันธ์พัฒน์ ตำแหน่ง BROKER
เรียนจบปริญญาตรี การเงินการธนาคารที่ ธุรกิจบัณฑิต และปริญญาโท การเงิน ที่ NIDAปัจจุบันเป็น BROKER บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจำกัด (มหาชน) อายุการทำงานกับบริษัท 2 ปี
ข้อมูลการสัมภาษณ์
การเตรียมตัวในการทำงานเป็น BROKER ในระหว่างที่เรียนปริญญาตรีสาขาการเงิน ก็จะมีพอร์ตจำลองสำหรับการซื้อขายหุ้น ทำให้ได้สัมผัสกับราคาหุ้น และลักษณะพื้นฐานของตัวหุ้นมา และจะมีวิชาที่ จะมีลักษณะที่จับเอาบริษัทใดบริษัทหนึ่งมาที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาวิเคราะห์ซึ่งวิเคราะห์อยู่แล้ว ในส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศด้วย ดั้งนั้นจึงต้องมีความพร้อมทางข้อมูล และนักลงทุนที่ติดต่อด้วยนั้น มีความสนใจการลงทุนด้านไหน เพราะจะมีการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ตลาดที่เป็นการลงทุนในหุ้น และการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ รวมถึงดูความพร้อมของนักลงทุน
การทำงานเป็น BROKER เริ่มต้นด้วย ความรู้พื้นฐานที่เรียนมา ความคุ้นเคยต่างๆ ที่ได้ศึกษามา ทำให้สนใจทางด้านหลักทรัพย์ ซึ่งสถาบันการเงินต่างๆแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนการค้าหลักทรัพย์ ส่วนวานิชธนกิจ ส่วนอนุพันธ์ ส่วนกองทุน ก็ต้องเลือกว่าสนใจในตลาดแบบไหน
การทำงานด้านนี้ก็คือ จะทำหน้าที่แนะนำ ตัวสินค้า สินค้านี้ก็คือหุ้นที่น่าสนใจ เหมาะสมกับสภาพตลาด และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น และสามารถทำกำไรให้กับลูกค้า จะเป็นในระยะสั้นหรือระยะยาวต้องดูที่ภาวะของตลาด ลูกค้าหรือนักลงทุนที่มาลงทุนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ที่ต้องการส่วนต่างของราคา หรือต้องการกำไร 2. ต้องการเงินปันผล เพราะฉะนั้นเลือกโปร์ดัก ให้ตรงตามความต้องการของผู้ลงทุน
เทคนิควิธีในการ แนะนำตามความเป็นจริงในแนวโน้มที่ดีที่จะเป็นไปได้และทำกำไรสูงสุดให้กับผู้ลงทุน “ตระหนักเสมอว่าเงินของลูกค้า ก็คือเงินของเรา” และทุกเวลาจะมีค่าเป็นตัวเงิน และไม่ควรทำให้ลูกค้าหรือผู้ลงทุนเกิดความสูญเสียในการลงทุน หัวใจของการทำงานที่ดีสำหรับการเป็น BROKER คือ ทำกำไรให้กับผู้ลงทุนให้ได้ และ Cut Loss ให้เป็น ซึ่งการทำกำไรเป็นหัวใจหลักส่วน การ Cut Loss คือการทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนน้อยที่สุด หากว่าหุ้นที่ผู้ลงทุนถืออยู่ตกและคาดว่าอีกเป็นระยะเวลานานกว่าจะขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น เราจะมีวิธีการพูดกับผู้ลงทุนอย่างไร เพื่อจะให้ลูกค้า ขายไปก่อนที่จะขาดทุนมากกว่านี้ และเตรียมการสำหรับหุ้นตัวอื่นแทน วิธีดังกล่าวนี้เรียกว่า การ Cut Loss
ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดสะท้อนถึงราคาของหลักทรัพย์ รวมถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ โดยภาพรวมหุ้นเป็นสับเซตของเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีก็จะส่งผลต่อภาวะของราคาตลาดและภาวะการลงทุน
ตอนนี้หุ้นกลุ่มไหนน่าสนใจที่สุดในสภาวการณ์แบบนี้ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า บริษัทเลห์แมน บราเทอร์ เป็นสถาบันการเงินวานิชธนกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะล้มละลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน ในสภาวการณ์ดังกล่าว มีแนวโน้มว่าหุ้นในกลุ่ม 3G หรือกลุ่มสื่อสาร ซึ่งได้รับผลกระทบน้อย เช่น Advance ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าว สามารถซื้อ เก็งกำไรในระยะสั้น ในการลงทุนระยะยาว แนะนำหุ้นที่มีเงินปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำเก็บกันคือ TISCO เพราะว่า TISCO มีเงินปันผลสูง แต่ว่าหุ้นในกลุ่ม BROKER ยังไม่น่าสนใจเพราะในขณะนี้ยังประสบปัญหาในขณะนี้ รอให้ถึงระยะที่ควรจะเก็บ
ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างๆ ว่าตัวไหนน่าสนใจ หรือ ควรลงทุนมากที่สุด ต้องศึกษาและบริโภคข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้มากๆ และใช้วิจารณญาณ ของตนเองเป็นที่ตั้ง เพราะไม่มีใครสามารถบอกหรือพูดได้อย่างมั่นใจได้ว่าหลักทรัพย์ตัวไหนดีที่สุดหรือ ตัวไหนขึ้นหรือลง ดังนั้น จึงต้องใช้วิจารณญาณ ผนวกกับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของตนเองเป็นหลักในการตัดสินใจ
สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานคือความตรงไปตรงมาซื่อสัตย์ ต่อตนเอง และลูกค้าหรืผู้ลงทุน ทั้งเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ของลูกค้า เสมือนเงินของเรา ซึ่งเรามีหน้าที่ ดูแลเงินดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้ได้กำไรสูงสุด จึงจะประสบความสำเร็จ ในการเป็น BROKER
.....กลุ่ม Set Mon ถูกจุดครับ.....
******(องค์ชายใหญ่)*******
การสัมภาษณ์ คุณศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์ (supervisor : บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง)เกี่ยวกับการเป็น Broker และการทำงาน
นักศึกษา: สวัสดีครับ พี่ชื่ออะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่ชื่อ ศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์
นักศึกษา: พี่ทำงานเกี่ยวกับอะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่เป็น supervisor งานของพี่เกี่ยวกับหุ้นซื้อขายหุ้นและตราสารอนุพันธ์
นักศึกษา: พี่มีกลยุทธ์ยังไงในการหาผู้ลงทุนครับ
ศิริภัสสร: เดี๋ยวนี้หายากนะก็ต้องอาศัยลูกค้าเก่าแล้วแนะนำต่อๆกันมา
นักศึกษา: แล้วพี่มีการให้คำแนะนำกับลูกค้ายังไงบ้าง
ศิริภัสสร: ตอนนี้หุ้นมันเล่นยากนะก็แล้วแต่ลูกค้าว่าเค้าต้องการแบบไหน ลงทุนระยะยาว เงินปันผล หรือเก็ง กำไรระยะสั้น
นักศึกษา: แล้วที่ผ่านๆมาพี่มีเทคนิคอย่างไรที่แนะนำให้กับผู้ลงทุน
ศิริภัสสร: ถ้าถึงแนวต้านก็แนะนำให้ขาย
นักศึกษา: ในตอนนี้หุ้นตัวไหนน่าสนใจที่สุดครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องดูว่าต้องการลงทุนแบบไหน
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงทุนแบบเพื่อผลกำไร
ศิริภัสสร: ตอนนี้ยังไม่น่าลงทุน ถ้าเล่นควรเล่นระยะสั้นมากกว่า ซื้อมา 2-3 วันแล้วค่อยขาย
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงแบบต้องการเงินปันผล
ศิริภัสสร: ก็ให้ลงทุนในกลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ ในตอนนี้กลุ่มแบงค์ก็ยังผันผวนอยู่ถึงแนวต้านก็ให้ขายก่อน
นักศึกษา: ช่วงนี้ถ้าเป็นหุ้นรายวันหรือกองทุนรวม ลงทุนในไหนได้กำไรดีกว่ากันครับ
ศิริภัสสร: ของพี่ตอนนี้ยังไม่มีกองทุนรวมนะ มีแต่หุ้นรายวัน
นักศึกษา: หุ้นที่น่าสนใจตอนนี้ก็ยังเป็นหลุ่มแบงค์อยู่ใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: แบงค์ตอนนี้ก็น่าสนใจทุกตัวนะ ถ้าเกิดผ่านแนวต้านก็ขายแต่แนะนำให้เล่นสั้นมากกว่า
นักศึกษา: แล้วถ้าเกิดลูกค้าสนใจที่จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: หุ้นต่างประเทศของพี่ยังไม่มีนะตอนนี้
นักศึกษา: พี่ทำงานมากี่ปีแล้วครับ
ศิริภัสสร: ถ้าสายนี้ก็ประมาณ 6 ปีแล้ว ถ้าmarketing ก็ประมาณ 2 ปี
นักศึกษา: ลูกค้าที่พี่ให้บริการอยู่มีทั้งหมดกี่รายครับ
ศิริภัสสร: ก็ 40 กว่าราย
นักศึกษา: แล้วลูกค้าของพี่มีการซื้อขายทุกวันไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ทุกวันนะ มีประมาณวันละ 2-3 รายก็ไม่อยากให้เขาพักหุ้น อยากให้เขาเล่นจะได้มีเงินบ้าง
นักศึกษา: พี่ทำยังไงถึงได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องสอบ single license แล้วมาสอบของ TFEX
นักศึกษา: แล้วพี่สอบกี่ครั้งครับ ถึงจะผ่าน
ศิริภัสสร: ของพี่สอบ 2 ครั้ง ก็แล้วแต่นะบางครนก็สอบแค่ครั้งเดี่ยว
นักศึกษา: แล้วข้อมูลในการสอบนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: ใช่ มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
นักศึกษา: แล้วเวลาไปสอบ single license ทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: เค้าจะมีตารางมาให้ ลองไป search ดูในเว็ปไซต์ก็ได้ ตอนพี่สมัครเสียครั้งละ 700 บาท แล้วมีใครไป สอบมาบ้างไหม
นักศึกษา: ไม่มีครับ
ศิริภัสสร: น้องเรียนอะไรมาหรอ
นักศึกษา: เรียนการเงินการธนาคารครับ
ศิริภัสสร: น้องคิดว่าจะมาทำงานแบบนี้ไหม
นักศึกษา: ก็อยากทำครับ ถ้ามีโอกาส
ศิริภัสสร: แล้วได้มีการเล่นหุ้นจำลองกันบ้างไหม
นักศึกษา: ก็เล่นของ click 2 win อยู่ครับ
ศิริภัสสร: เป็นอย่างไรบ้างแล้วได้กำไรบ้างไหม
นักศึกษา: ตอนนี้จับตัวไหนก็แดงทุกตัวเลยครับ
ศิริภัสสร: แล้วน้องเล่นหุ้นอะไรกันบ้าง
นักศึกษา: ก็เล่นหุ้น กลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นตัวใหญ่ๆครับ
นักศึกษา: พี่คิดว่า AIG มีผลกระทบไหม
ศิริภัสสร: เค้าบอกว่าตอนนี้บริษัทแม่ได้ส่งเงินมาให้ 40,000 ล้าน เพื่อที่จะมาสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าแต่เห็นว่าทิ่สิงคโปร์ไปถอนกรมธรรณ์ 20 รายต่อวัน แต่คิดว่าไม่น่ามีผลกระทบกับประเทศไทย
นักศึกษา: ปัญหาของบริษัทแม่จะส่งผลต่อบริษัทลูกไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ไม่มีผลกระทบนะเพราะประเทศไทยไม่ค่อยได้ไปลงทุนใน AIG
นักศึกษา: พี่คิดว่าเศษฐกิจการเมืองตอนนี้มีผลต่อตลาดหุ้นไหมครับ
ศิริภัสสร: ตอนนี้ปัจจัยพื้อนฐานของหุ้นมันต่ำมากถ้าการเมืองคลี่คลายก็คงจะดีขึ้น แต่ว่าเราก็ต้องดูเพื่อนบ้านด้วยอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่น
สิ้นสุดการสัมภาษณ์กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึก
ความคิดเห็นที่ 1 คือ
กลุ่ม 4 (2s) นะค่ะ ไม่ช่ายกลุ่ม 1
พอดีเพื่อนพิมผิด
ขอนคุณค่ะ
บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด ในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนเป็น
บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว
ที่อยู่ : 1693 อาคารเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ชั้น 7 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900
บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด ในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนเป็น บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว
ได้มีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาด คือ คุณพุฒิพัฒน์ มิลินธราพงศ์ (พี่บอล)
Q : ประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ทำงานมาแล้วเกือบ 2 ปี
Q : การทำงานในด้านนี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานอย่างไร
A : ต้องมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Q : ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาติดต่อจะปรึกษาในด้านใดบ้าง
A : ส่วนมากจะปรึกษาในเรื่องของหุ้น ตราสารหนี้ และอื่น ๆ
Q : ถ้าจะเข้ามาทำงานในฝ่ายนี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง
A : ต้องสอบใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์
Q : ผลที่ได้รับจากการทำหน้าที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่การตลาด คิดว่าเป็นอย่างไร
A : ได้ติดตามข่าวสาร เศรษฐกิจ การเมือง มีความรอบรู้ทางด้านข่าวสารการเงิน
Q : การแนะนำในเรื่องของการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ มีวิธีการแนะนำอย่างไร
A : สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ควรดูหุ้นที่มีเงินปันผลสูง มีพื้นฐานดีในด้านผลประกอบการในไตรมาสต่อไป หรือปีต่อไปที่มีแนวโน้มว่าจะดี
Q : ถ้าเป็นลูกค้าเดิมของบริษัท จะให้คำแนะนำอย่างไร
A : ติดตามข่าวสารเป็นประจำ ที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของหุ้น ในช่วงนี้ว่าหุ้นตัวใดมีแนวโน้มขึ้นหรือลง เช่น ช่วงนี้ข่าวหวยออนไลน์กำลังมาแรง นักลงทุนจึงหันมาสนใจในหุ้น Loxley และในช่วงนี้หุ้นพลังงานอยู่ในช่วงขาลง จึงควรชะลอหุ้นพลังงาน
Q : ได้อะไรจากการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ได้รับความรู้ในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก การทำงานไม่น่าเบื่อ ไม่เหมือนงานอื่น ๆ ที่มีการทำงานจำเจ มีการติดตามข่าวสารทุกวัน มีข่าวสารใหม่ ๆ มาตลอด
Q : ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน มีอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
A : มีปัญหาในเรื่องการคีย์ Order และส่งคำสั่งผิด ลูกค้าที่มาซื้อหุ้นไม่ชำระเงิน และมีวิธีแก้ไข คือ หากมีการส่งคำสั่งผิด ก็จะทำการ Cancel แล้วทำการส่งคำสั่งซื้อใหม่ให้ถูกต้อง
Q : อยากให้แนะนำว่า ถ้าจะมาทำงานในด้านนี้ ควรเตรียมพร้อมอย่างไร
A : อันดับแรกต้องมีใจรักในการทำงานด้านนี้ สนใจที่จะติดตามข่าวสารตลอดเวลา และที่สำคัญคือเมื่อได้มาทำงานในด้านนี้แล้ว ควรตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้
จากการที่สมาชิกกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว ทำให้ทางกลุ่มได้รับข้อมูลความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ได้รับรู้ถึงการทำงานในส่วนนี้ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น พร้อมกับวิธีการที่จะนำมาแก้ไข จึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะนำประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้ ไปประยุกต์ใช้ทั้งในห้องเรียนและในชีวิตประจำวัน
บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด (มหาชน) สาขาปิ่นเกล้า
ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณฤทธิ์รงค์ ดลเฉลิมพรรค เจ้าหน้าที่การตลาด
คุณเพ็ญจันทร์ เกตุวงศ์วิริยะ ผู้ช่วยผู้จัดการ
ถาม : วิธีการดำเนินงานของโบรคเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ เป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ : โบรคเกอร์จะคอยให้คำปรึกษาและข้อมูลต่างๆ กับผู้ที่เข้ามาลงทุนซื้อหุ้น
ถาม : เพราะเหตุใดลูกค้าจึงเลือกที่จะเข้ามาเปิดพอร์ตกับบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ในสาขานี้
ตอบ : เป็นเพราะทำเลที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ของสาขานี้ อยู่ใกล้และเป็นย่านธุรกิจ
ถาม : บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร ที่จะทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าจะลงทุนที่นี่
ตอบ : ค่อนข้างมาก เนื่องจากจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ก็เป็นบริษัทนึงที่ผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ ทำให้ให้บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติดูมั่งคงขึ้นในสายตาประชาชน และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติมีหลากหลายธุรกิจอยู่ในบริษัทเดียว จึงช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี รวมถึงการมีบุคลากรที่มีคุณภาพ
ถาม : การเข้ามาเป็นโบรคเกอร์ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ตอบ : ก็จะมีการสอบลายเซ็น ความรู้ทางด้านตลาดทุน
การที่จะเป็นนักการตลาดที่ดี ประมาณนี้
ถาม : ช่วยแนะนำหุ้นกลุ่มใดที่เหมาะสมกับนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเล่น
ตอบ : ก็ขึ้นอยู่กับตัวลูกค้าเองว่าชอบแบบไหน เพราะบางคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน เมื่อรู้ว่าตัวเองชอบแบบไหนแล้วโบรคกอร์ก็จะช่วยแนะนำต่อไปได้
ถาม : ช่วยแนะนำการเล่นหุ้นที่ทำให้ได้กำไรมากๆ
ตอบ : เวลาที่เราจะเล่นหุ้น เราต้องดูเวลาซื้อ เวลาขาย ซึ่งเวลาในการซื้อขายหุ้นมีความสำคัญมากกว่าตัวของหุ้นเองด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อตัวไหนก็ได้ก็ต้องมีการศึกษาหุ้นตัวที่จะเล่นเสียก่อน
ถาม : คู่แข่งที่สำคัญของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ คือบริษัทใด
ตอบ : กิมเฮง เป็นบริษัทโบรคเกอร์ขนาดใหญ่ รองมาก็เป็นบริษัทเอเชียพลัส
ถาม : อุปสรรคในการดำเนินงานของโบรคเกอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ สาขาปิ่นเกล้า คืออะไรบ้าง
ตอบ : 1. คู่แข่งทั้งภายในและภายนอก
2. ถ้าเป็นคู่แข่งภายในก็จะเป็นโบรเกอร์ด้วยกัน คือจะมีการแข่งขันกันทางด้านค่าคองมิชชั่น เป็นต้น
ถาม : ในภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ณ ตอนนี้ มีผลต่อการขึ้น – ลงของหุ้นบ้างหรือไม่
ตอบ : มีผลโดยตรง เพราะหุ้นจะขึ้นหรือลงนั้น ขั้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและตลาดต่างประเทศ คือ หุ้นในประเทศไทยจะมีการอิงหุ้น Hangseng ของประเทศจีน ตัวหุ้นของแต่ละประเทศจะมีการอิงต่อๆ กันเป็นทอดๆ
ถาม : ลูกค้าที่นี่งอยู่ในบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ส่วนมากเค้าเล่นหุ้นอะไรกันบ้าง
ตอบ : ส่วนมากลูกค้าที่มานั่งมักจะเล่นหุ้นปั่น คือ เป็นหุ้นเล็กๆ ที่มีราคา หุ้นละ ไม่ถึง 1 บาท เช่น หุ้นละ 0.28 บาท เหตุที่เค้าเล่นหุ้นแบบนี้เพราะพวกเค้าคิดว่าหุ้นมีราคาน้อยซื้อได้หลายหุ้น และมีความเสี่ยงน้อยกว่า
สัมภาษณ์บริษัท Broker
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จํากัด
ภาพบรรยากาศการสัมภาษณ์
ผู้ให้สัมภาษณ์
ชื่อ : คุณศิริพร รอดเจริญ
ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ฝ่าย Marketing
บริษัท : หลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด
บทสัมภาษณ์
คำตอบ : 3 ปี
คำตอบ : ไม่ตรงค่ะ ! พี่จบสาขาวารสารศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แต่ตอนนี้ กำลังเรียนโทอยู่ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาการเงิน
คำตอบ : ไม่ค่ะ ! พี่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย Marketing
คำตอบ: สอบค่ะ ! ต้องสอบ Single Licence
คำตอบ : ยากค่ะ ! เพราะพี่ไม่ได้เรียนด้านการเงินมาโดยตรง จะมีหนังสือให้อ่านที่ตลาดหลักทรัพย์ ห้องสมุดมารวย เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเงินและการลงทุน
คำตอบ : ให้คำแนะนำและปรึกษาลูกค้าในการซื้อขายหุ้น
คำตอบ : ก็ยากค่ะ ! เพราะว่าไม่รู้ว่าหุ้นแต่ละวันจะขึ้นหรือลงอย่างไร เราต้องอาศัยข้อมูล แต่ในบางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามข้อมูลที่มีอยู่
คำตอบ : ต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายหุ้น และการวิเคราะห์เป็นบ้าง
คำตอบ : ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าต่อไปจะมีการเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่น ทำให้มีผลกระทบด้านรายได้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ คือ การแนะนำให้ลูกค้าซื้อหุ้น เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อขาย และถ้าเปิดเสรีแล้ว จะลดค่าคอมมิชชั่น และลดลงไปเรื่อยๆ จน Broker รายได้น้อยลง และคนที่จะทำงานนี้ต่อไปได้ จะต้องทำยอดให้กับเท่ากับเงินเดือน และถ้ายอดไม่ถึง เราต้องพิจารณาตัวเอง ซึ่งไม่เหมือนกับแผนกอื่นๆ ที่ทำงานได้เงินเดือนเป็นเดือนๆ
คำตอบ : ถ้ามีลูกค้ารายใหญ่ๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีก็อันตราย
คำตอบ : ที่นี่จะมี 2 แบบ คือ 1. Front จะเป็นแผนกรับลูกค้า และ 2. Back จะเป็นแผนก แคชเชียร์ ทำเอกสารต่างๆ ดูรายการซื้อขายของลูกค้า
คำตอบ : ลูกค้า Walk in ไม่เยอะ เราต้องออกไปตามงานออก Booth ที่ตลาดหลักทรัพย์ หรือว่ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ก็จะไปออก Booth
คำตอบ : จะมีโปรโมชั่น ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดบัญชี และรับเอกสารครบ ก็จะให้กระเป๋า เป็นของขวัญ
คำตอบ : ที่นี่จะโหดกว่าที่อื่น ถ้าเป็นบัญชีอินเตอร์เน็ต วงเงินขั้นต่ำอนุมัติขั้นต้น 3 แสนบาท แต่ถ้าเป็นบัญชี Marketing อนุมัติเริ่มต้น 5 แสนบาท แต่ถ้าลูกค้าคนไหนสะดวกโชว์ Statement ก็จะให้ลูกค้า ใช้วิธีชำระแบบฝากเงิน คือ การโอนเข้ามาก่อน แล้วค่อยซื้อหุ้น โอนมาเท่าไหร่ ได้ซื้อเท่านั้น
คำตอบ : ถ้าเป็นวงเงิน Credit Line บริษัทจะ Require Statement ลูกค้า อย่างน้อยลูกค้าต้องแสดงเงินให้ Clover กับเงินขั้นต่ำ เมื่อบริษัทได้รับเงินจากลูกค้า จำนวน 3 แสนบาทแล้ว ลูกค้าจะซื้อเท่าไรก็ได้ ไม่มีปัญหา และเมื่อลูกค้าจะซื้อหุ้น เราจะให้เครดิต คือ ให้ลูกค้าซื้อหุ้นได้ก่อน แล้วอีก 3 วัน จะตัดเงินในบัญชี
คำตอบ : เพราะว่า บริษัทต้องการลูกค้าที่มีเครดิตดี เพราะเราจะมีความเสี่ยง ในกรณีที่ลูกค้าไม่ชำระค่าซื้อ
คำตอบ : หุ้นที่น่าลงทุน คือ หุ้นเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งถ้าเม็ดเงินนี้ไหลออกมา แล้วกลุ่มไหนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ เราต้องพิจารณาดูที่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะมีโครงการ Megaproject เช่น โครงการทำถนน แล้วเราก็ดูว่าหุ้นของบริษัทไหนที่ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง อาทิเช่น ธุรกิจเกี่ยวกับยางมะตอย , ก่อสร้าง และหุ้นของกลุ่มธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่น่าลงทุนตอนนี้ ก็จะมี TUSCO, ITD, CK เป็นต้น
คำตอบ : ก็ได้ค่ะ ! แต่ตอนนี้ ปูนใหญ่ หุ้นขึ้นมาเยอะ ควรจะดูที่ปูนกลาง เช่น หุ้น SCC
คำตอบ : ช่วงนี้ควรลงทุน เพราะถ้ามีข่าวออกมาแน่ๆ ว่าจะขึ้น คือ เม็ดเงินยังไม่ไหลเข้าสู่ระบบ หุ้นจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องขึ้น เพราะฉะนั้น ใครที่จะรอให้เงินไหลเข้ามาก่อน แล้วค่อยซื้อหุ้น ก็จะไม่ทันแล้ว เพราะช่วงนั้นจะเป็นจุดที่สูงที่สุด
คำตอบ : ในกรณีคนที่เล่นเป็น ก็จะให้เขาเลือก Broker ก่อนว่า เค้าชอบบทวิเคราะห์ Broker ไหน แม่นยำหรือไม่ และให้ลูกค้าศึกษาแต่ละ Broker ก่อนการเปิดบัญชี
คำตอบ : บริษัท KIMENG ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด
คำตอบ : ด้านไหนก็ได้ค่ะ ! แต่อย่างน้อยควรมีพื้นฐานเกี่ยวกับด้านการเงิน และควรรู้เกี่ยวกับการลงทุน การซื้อขายหุ้น แต่ถ้าไม่รู้อะไรเลย จะเหนื่อยนิดนึง แต่เมื่อเข้ามาทำงานแล้ว ก็จะมีพี่ๆ ช่วยสอนให้
คำตอบ : ไม่เครียดกับ Volume นะค่ะ ! แต่เครียดกับลูกค้า เพราะลูกค้ามีหลายประเภท เช่น เวลาขายไป พอหุ้นขึ้นต่อไปอีก ก็บ่น บางคนพอซื้อไปแล้ว คิดว่าหุ้นถูก แล้วหุ้นก็ตกลงไปอีก ก็บ่น อารมณ์ของลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน
คำตอบ : จากข่าวเศรษฐกิจ ข่าวหุ้น อ่านทุกวัน และดูตลาดหุ้น DOWN JONE เพราะเป็น INDICATOR ในตลาดหุ้นของเราว่าจะเปิดตลาดเป็นบวกหรือลบ แม้ว่าตลาดหุ้น DOWN JONE จะติดลบไม่เยอะ เราก็ควรติดลบเล็กน้อย และระหว่างเขตเราก็จะมี MONITOR INDEX ต่างประเทศแถวแทบเอเชีย มันควรจะเป็นลักษณะเดียวกันกับประเทศอื่นๆ นอกจากว่าเราจะมีปัจจัยเด่นๆ ในประเทศเรื่องการเมือง ถ้าประเทศอื่นๆ ตลาดหุ้นลงกัน แต่ทำไมตลาดหุ้นของเราขึ้น เราต้องหาเหตุผลมาว่าเพราะอะไร ลูกค้าจะถามว่าทำไมตลาดหุ้นของเราขึ้น แล้วทำไมตลาดหุ้นของประเทศอื่นลง คือความสัมพันธ์ของตลาดหุ้นต้องคล้ายๆกันกับตลาดหุ้นของต่างประเทศด้วย
บทวิเคราะห์หุ้น BANPU
BANPU PUBLIC COMPANY LIMITED
กลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร
หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค
ลักษณะการดำเนินธุรกิจ
ประกอบกิจการหลัก คือ การทำเหมืองถ่านหิน เพื่อจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิง ลักษณะการดำเนินงานเป็นการสำรวจหา และพัฒนาเอาถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมซีเมนต์ และผลิตไฟฟ้า โดยมีเหมืองถ่านหินในประเทศไทย อินโดนีเซีย และไทย
ในกราฟเกิด Divergence แบบ Bearish Divergence คือการที่ราคาหุ้นสามารถสร้างจุดสูงใหม่ แต่ STOCHASTICS ไม่สามารถสร้างจุดสูงใหม่ ถือเป็นสัญญาณขาย
1.สัญญาณการขายจะมีอยู่ 3 ช่วง
1.1เมื่อเส้น RSI อยู่เหนือเส้น 70 ที่ยอดสูง
1.2เมื่อเส้น RSI ไม่ทะลุเส้นต้าน
1.3เมื่อเส้น RSI ทะลุเส้นหนุน
2.สัญญาณการซื้อจะมีอยู่ 3 ช่วง
2.1เมื่อเส้น RSI อยู่ต่ำกว่าเส้น 30 ที่จุดฐาน
2.2เมื่อเส้น RSI ไม่ทะลุเส้นหนุน
2.3เมื่อเส้น RSI ทะลุเส้นต้าน
ในกราฟเกิด Divergence แบบ Negative Divergence เกิดในตลาดที่มีแนวโน้มขึ้น เมื่อเกิดลักษณะการเคลื่อนที่แยกทางกัน (Divergence) โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาใหม่ขึ้นสูงกว่ายอดสูงของราคาเก่า แต่ RSI ยอดใหม่ อยู่ต่ำกว่า RSI ยอดเก่า ตรงจุดนี้จะเป็นสัญญาณเตือนว่าการวิ่งขึ้นของราคาจะวิ่งต่อไปได้อีกไม่นาน แล้วจะปรับตัวลงมาตาม RSI
1.Top Failure Swing เกิดขึ้นเมื่อยอดแหลมของ RSI อยู่เหนือเส้น 70 และยอดสูงใหม่อยู่ต่ำกว่ายอดสูงเก่า
2.Bottom Failure Swing เกิดขึ้นเมื่อยอดแหลมของ RSI อยู่ใต้เส้น 30 และยอดต่ำใหม่อยู่สูงกว่ายอดต่ำเก่า
1. เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน และปริมาณการซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นการสนับสนุนการขึ้นของราคา
2.เมื่อราคาที่พุ่งสูงขึ้น ต่อมามีการปรับตัวลดลง หากปริมาณการซื้อขายปรับตัวลดลงด้วย จะเป็นการแสดงถึงการลดลงชั่วคราวของราคา ก่อนที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอีกครั้งหนึ่ง
3.เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน แต่ปริมาณการซื้อขายกลับลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา
4.เมื่อราคาที่ลดลง ต่อมามีการปรับตัวขึ้น แต่หากปริมาณการซื้อขายลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นราคาในขณะนั้น
5.เมื่อราคาวิ่งขึ้นกลับไปถึงจุดสูงเก่า แต่ Volume ไม่มากเท่ากับ Volume ของจุดสูงเก่า จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา และอาจนำไปสู่การปรับตัวลงของราคาในช่วงต่อไป
อนาคตหุ้นตัวนี้มีแนวโน้มลดลง เพราะ RSI ตัดเส้น OVERBOUGHT ที่บริเวณระดับ 70 % ลงมา และมี Top Failure Swing ยืนยัน ดังนั้นเราควรเตรียมขายหุ้นตัวนี้ เพราะในอนาคตหุ้นตัวนี้จะมีการปรับตัวของราคาลดลง
น.ส. อัญชลี อำพันพงษ์ รหัส 49473120089 เอกการเงิน - การธนาคาร
การสัมภาษณ์ คุณ ศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์ supervisor บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
Q : พี่สำเร็จการศึกษาจากที่ไหน ระดับอะไรค่ะ
A : ปริญาตรี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ
Q : ก่อนที่พี่จะมาทำงานด้านนี้พี่เคยทำงานอะไรมาก่อนค่ะ
A : - เป็นผู้จัดการร้านมือถือ
- เป็น Bangk offices 5 ปี
Q : ตอนนี้พี่ดำรงตำแหน่งอะไรค่ะ
A : Supervisor
Q : การที่เราจะเข้ามาทำงานด้านนี้เราต้องมีความรู้ด้านไหนบ้างค่ะ
A : ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน เพื่อที่จะได้เป็นพื้นฐานที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน
Q : พี่มีประสบการในการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดกี่ปีค่ะ
A : 2 ปี
Q : ในส่วนที่พี่ทำงานมีความยากมากน้อยแค่ไหนค่ะ
A : ยากมากเพราะต้องคอยติดตามข่าวสารต่างๆตลอดเวลา ทั้งข่าวเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งข่าวการเมืองเพราะว่าจะมีผลต่อการขึ้นลงของราคาหุ้น
Q : ทำไมพี่ถึงเลือกทำงานด้านนี้ค่ะ
A : เพราะพี่เคยเป็น Bangk offices
Q : ถ้าจะมาทำงานด้านนี้จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
A : ก็ต้องสอบ single license แล้วมาสอบของ TFEX
Q : การทำงานในด้านนี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรบ้างค่ะ
A : ก็ต้องมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Q : พี่มีวิธีการแนะนำในการลงทุนสำหรับนักลงทุนอย่างไรค่ะ
A : ซื้อขายตามภาวะตลาดและดูนักลงทุนว่าชอบลงทุนในระยะสั้น ปานกลางหรือยาว
Q : ในสภาวะเศรษฐกิจการเมืองปัจจุบัน มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไรค่ะ
A : จากสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังไม่มั่นคงในปัจจุบันก็จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขาย
Q : พี่คิดว่าในปัจจุบันหุ้นไหนน่าลงทุนมากที่สุดค่ะ
A : หุ้นกลุ่มพลังงาน
Q : ปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นในแต่ละวันมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ
A : มีมากและน้อยแตกต่างกัน แต่วันที่ 8 กันยายน มีมากที่สุดถือเป็นจุดสูงสุด
Q : ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไรค่ะ
A : ไม่แตกต่างมากนัก ตลาดหุ้นไทยจะอิงกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศ
Q : พี่มีความรู้สึกอย่างไรกับการทำงานในตำแหน่งนี้ค่ะ
A : รู้สึกดีค่ะที่ได้ทำงานนี้เพราะทำให้เราต้องมีการหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
Q : ถ้าจะมาทำงานในด้านนี้ ควรจะเตรียมความพร้อมอย่างไรค่ะ
A : ก็คือต้องมีใจรักในการทำงานด้านนี้ แล้วก็สนใจที่จะติดตามข่าวสารต่างๆอยู่ตลอดเวลา
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
การสัมภาษณ์ คุณ ทัศวรรณ เสวตวงษ์ (Senior Marketing : บล. ฟินันซ่า จำกัด)
เกี่ยวกับการเป็น Broker และการทำงาน
การที่จะเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ หรือ Broker ก่อนอื่นต้องมีการสอบ Single license อันดับแรก โดยสถานที่สอบคือ TSI จากนั้นทำการเลือกหลักทรัพย์ที่มีการทำธุรกิจที่ด้านการเงินอย่างครบวงจร คือ บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเงินทุน บริษัทประกันภัย และบริษัท ฟินันซ่า จำกัด ก็เป็น บล.หนึ่งที่มีธุรกิจด้านการเงินครบวงจร
ลักษณะงานในตำแหน่งนี้คือ การเป็นตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์โดยที่ลูกค้าจะเป็นคนกำหนดจำนวน และราคาที่ต้องการซื้อขายมาที่เจ้าหน้าที่การตลาดเป็นคนซื้อขายให้ และอีกหน้าที่หนึ่งคือ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวหลักทรัพย์ต่างๆ ให้ลูกค้า ทราบเพื่อพิจารณาและตัดสินใจซื้อขาย
เทคนิคในการเลือกหลักทรัพย์ให้ลูกค้า
อันดับแรกต้องดูพอร์ดการงทุนของลูกค้า เพื่อศึกษาการเล่นหุ้นของลูกค้าว่ามีความกล้าเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน และดูจากสถานการณ์ปัจจุบันประกอบการตัดสินใจ
กลุ่มหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ
กลุ่มพลังงาน เป็นที่น่าสนใจตลอดปี เพราะว่ามี Market cap เยอะ
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และส่งออก ช่วงปลายปีจะน่าสนใจเพราะเป็นช่วงของการส่งออก
กลุ่มแบงค์ เป็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน เพราะมีอัตราดอกเบี้ยให้ได้เล่น แต่ที่จริงแล้ว ณ ขณะนี้ควรจะชะลอการลงทุนออกไปก่อนเพราะจากความไม่แน่นอนในสถานการณ์การเมือง
บทสัมภาษณ์ โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน)
ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณไพรัช สมนึกขวัญดี
ผู้จัดการ / สาขาปิ่นเกล้า
การศึกษาจบระดับไหน จากที่ไหน
- จบจากมหาวิทยาลัยสยาม ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป
หน้าที่ก่อนที่จะได้มาทำงานในตำแหน่งนี้
- เข้ามาก็มาทำตำแหน่งนี้เลย เพราะเคยทำงาน BANK มา 20 ปี
จะต้องมีความรู้ในด้านไหนบ้างจึงจะมาทำงานในตำแหน่งนี้ได้
- ด้านการเงินการธนาคาร
ประโยชน์ของการเล่นหุ้น
- มองได้ 2 มุม
1.เป็นการลงทุนลูกค้าได้ผลตอบแทน เป็นเงินออมในบัญชีเงินฝากธนาคาร
2.เป็นการลงทุนทั้งระบบเศรษฐกิจ คือเงินของลูกค้าไปลงทุนในบริษัททำให้บริษัททำธุรกิจได้
ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การเล่นหุ้นคึกคักมากน้อยแค่ไหน
- ในปัจจุบันก็ถือว่าค่อนข้างซบเซา จากการพยากรณ์ VOMLUM ตลาดตอนต้นปี เฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท และ VOMLUM ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ เฉลี่ยแค่ประมาณวันละ 8,000 -12,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อย
ปัญหาการเมืองในปัจจุบันมีผลต่อการลงทุนมากน้อยแค่ไหน
- มีผลต่อการลงทุนมาก เพราะเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากนักลงทุน 3 กลุ่ม
1.ต่างประเทศ 2.บริษัท 3.นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลธรรมดา
บุคคลธรรมดามีสัดส่วนในตลาดเยอะมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมมาก เมื่อมีปัญหาการเมืองเข้ามามีผลกระทบเยอะมีข่าวไม่ดีออกมามีการหยุดการซื้อขายทันที
แนะนำว่าหุ้นตัวไหนน่าลงทุนมากที่สุด
- การเล่นหุ้นต้องดูสภาพเศรษฐกิจ ช่วงนี้น้ำมันลง ควรหาหุ้นที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ ตอนนี้คือค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไป ดูพวกส่งออกจะดีกว่านำเข้า
หุ้นทั้งหมดมีกี่ตัว
- มีประมาณ 400 ตัว
การเล่นหุ้นควรมีเงินลงทุนสักเท่าไรจึงจะเหมาะสม
- แล้วแต่ว่ามีเงินลงทุนมากน้อยเท่าไหร่ มีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ ปัจจัยที่สำคัญก็คืออายุ คนอายุน้อยรับความเสี่ยงได้มากกว่าควรลงทุนประมาณ 70% คนใกล้เกษียณรับความเสี่ยงได้น้อย ไม่มีรายได้จากการทำงาน ควรลงทุนประมาณ 20 – 30 %
คนส่วนใหญ่ที่เล่นหุ้นอายุอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่
- ส่วนใหญ่อายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นก็มีบ้างแต่น้อย
การเล่นหุ้นใน 1 วัน ควรเล่นสักกี่ตัว และควรลงทุนในหุ้นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ดี
- โดยทั่วไปมีทั้งเล่นน้อยและเล่นเยอะๆ ในการแนะนำไม่ควรเล่นเยอะเพราะจะดูแลไม่ทั่วถึงตามไม่ทัน อย่างมาก 6-7 ตัวไม่เกิน 10 ตัว เล่นพวกหุ้นของบริษัทเพราะมีพื้นฐานมั่นคงไม่ต้องติดตามมาก Downswing น้อย ส่วนหุ้นตัวเล็กก็จะเล่นเก็งกำไรกันเยอะ
มีเทคนิคในการดูกราฟดูอย่างไรให้แม้นยำ
- การดูมีหลายเทคนิค แต่ส่วนใหญ่จะใช้การดู เส้นRSI เส้นSTOCHSASTICS VOMLUM จะมีผลต่อปริมาณการซื้อขาย และต้องดูหลายๆอย่างประกอบ ต้องดูปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทั่วไปด้วย
มีลูกค้าขอคำแนะนำในการเล่นหุ้นบ้างไหม
- มีบ้าง ลูกค้าจะมี 2 ประเภท 1.มาเล่นที่ห้องค้าส่วนใหญ่จะเล่นเร็ว 2.เล่นอยู่ที่บ้านจะเล่นระยะปานกลาง
ปริมาณการซ้อขายของตลาดในแต่ละวันในขณะนี้มีมากน้อยแค่ไหน
- อยู่ที่ประมาณ 8,000 -12,000 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไร
- ระบบจะไม่ค่อยแตกต่างกัน ส่วน Index แตกต่างกันบ้างบางประเทศขึ้นลงอย่างมีเสถียรภาพ ส่วนบ้านเราขึ้นเร็วลงเร็ว เช่น บางตัวน้ำมันขึ้น ราคาก็จะลงจะเป็นกลุ่มที่ใช้ผลิตจากน้ำมัน
ในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดเจ้าหน้าที่จะทำอะไรกันบ้าง
- ฝ่ายการตลาดก็จะมีการติดต่อลูกค้าและมีการสรุปยอด
ในช่วงเช้าของวันที่ 12 กันยายน 2551มีการซื้อขายดีไหม และคาดว่าช่วงบ่ายจะเป็นอย่างไร
- ตอนเช้าค่อนข้างเงียบเหงา คาดว่าช่วงบ่ายจะมีนักลงทุนบางกลุ่มมาเล่น ส่วนใหญ่จะรอสถานการณ์(การแต่งตั้งนายกคนใหม่)
ตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายสูงสุดต่อ 1 วันอยู่ที่เท่าไหร่
- ประมาณ 30%
ช่วงนี้ควรเล่นหุ้นตัวไหน
- เล่นหุ้นต้องดูสภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจการเมือง ช่วงนี้ราคาน้ำมันลงหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงานแนะนำให้เล่นกลุ่มธนาคารน่าจะดีขึ้น
การลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะดีไหม
- น่าจะดีขึ้นเพราะว่าตอนนี้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
ในการเล่นหุ้นมีการเสียภาษีไหม
- ปกติจะหักอยู่แล้ว
มีลูกค้าเยอะไหม
- ลูกค้ารายย่อยเยอะ ลูกค้าสถาบันน้อย
การฝากธนาคารกับการเล่นหุ้นอันไหนดีกว่ากัน
- ถ้าไม่มีความรู้ในหลักทรัพย์ควรฝากธนาคารดีกว่า เพราะการเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่า
มีความรู้สึกอย่างไรในการทำงานในตำแหน่งนี้
- มีความเครียดสูง ต้องเสี่ยงต่อผลกำไรของลูกค้า
คิดว่าอาชีพโบรกเกอร์มีความสำคัญมากไหม
- มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจต้องคอยให้คำแนะนำกับลูกค้าถ้าไม่แนะนำลูกค้าก็จะมีความเสี่ยงสูง
ผู้สัมภาษณ์
กลุ่ม 4 การเงิน ฯ กลุ่ม 02
การสัมภาษณ์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต มหาชน จำกัด
สาขา ท่าพระ
1. ก่อนอื่น ขอถาม ชื่อ – นามสกุล พี่ก่อนค่ะ
- คุณ อัญญาภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
2. พี่ทำงานที่นี่มานานหรือยังค่ะ
- ประมาณ 4 ปี แล้วค่ะ
3. พี่เรียนจบแล้วพี่ก็มาทำที่นี่เลยหรือเปล่าค่ะ
- ใช่ค่ะ พี่เรียนจบแล้วพี่ก็มาทำที่นี่เลย
4. พี่จบทางด้านนี้โดยตรงรึเปล่าค่ะ
- พี่จบเศรษฐศาสตร์ค่ะ
5. ทำไมพี่ถึงเลือกทำงานเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ค่ะ
- คณะที่เรียนมาค่อนข้างที่จะตรงสาย เพราะว่าสามารถที่จะเอาเรื่องของ Economic ต่างๆ มา ประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์หุ้นได้
6. ก่อนที่จะมาทำงานที่นี่พี่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนหรือเปล่าค่ะ
- ไม่เคยค่ะ เพราะว่าทำงานที่นี่เป็นที่แรกจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ
7. พี่มีการเตรียมตัวอย่างไรก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ค่ะ
- ตอนแรกเราต้องดูก่อนว่าหุ้นในตลาดมีอะไรบ้าง แต่ละบริษัทเป็นยังไง แล้วก็เรื่องเครื่องมือต่างๆหลังจากที่เข้ามาแล้วก็จะมีการฝึกอีกทีนึงค่ะ
8. ระยะเวลาเท่าไรค่ะในการอบรมถึง 1 เดือนไหมค่ะ
- อาจจะมากกว่านั้น เพราะว่าปกติแล้วการที่เราจะดูหุ้น เราจะไม่ได้ใช่แค่กี่ชั่วโมงแล้วเราจะดูได้เพราะมันค่อนข้างที่จะซับซ้อนเยอะ อย่างเช่น พวกเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน หรือจะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐานต่างๆ
9. งานด้านนี้ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับอะไรบ้างค่ะ
- จริงๆ แล้วหน้าที่วิเคราะห์จะเป็นหน้าที่ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แต่ว่าโดยเนื้อหาแล้วของเจ้าหน้าที่การตลาดก็คือ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้กับผู้ลงทุน โดยที่จะมีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง แล้วก็อาจจะนำบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ที่วิเคราะห์มาแล้วนำไปเผยแพร่อีกทีนึง ก็พูดง่ายๆ ว่าก็เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด
10. การเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ในปัจจุบันต้องดูจากปัจจัยใดบ้าง
- ปัจจัยจะดูอยู่ 2 อย่าง ก็คือ จะดูเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทค่ะ แล้วก็การวิเคราะห์ทางเทคนิค ประกอบการลงทุน อาจจะเป็นพวกกราฟที่น้องๆ เคยเรียนมา
11. คิดว่าตอนนี้เศรษฐกิจ การเมืองของไทย มีผลกระทบต่อการลงทุนในหุ้นหรือไม่ อย่างไรค่ะ
- มีผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงค่ะ ช่วงนี้การเมืองด้วย เศรษฐกิจด้วย หลายๆ อย่าง นักลงทุนต่างชาติด้วย เพราะว่าถ้าถามถึงว่าช่วงนี้เศรษฐกิจในตลาดหลักทรัพย์ของเราอาจจะดูไม่ค่อยดีเท่าไร เป็นเพราะการเมือง เรื่องการประท้วง แล้วก็ส่วนเศรษฐกิจก็อาจจะเป็นพวกเพื่อนบ้านของเราก็อาจจะยังไม่ค่อยดีเท่าไร ในอเมริกาหรือว่ารอบๆ บ้านเรา จริงๆ ถ้าถามถึงว่าไปลงทุนในประเทศอื่นไหม ก็อาจจะใช่ เพราะว่าถ้าสมมติเรามีเงิน เราก็ต้องไปลงทุนในประเทศที่ให้ความเสี่ยงน้อยหน่อยถูกไหมค่ะ แต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มีความมั่นใจมากนัก อาจจะดูเป็นการชะลอการลงทุนก็ได้
12. หลักทรัพย์ที่น่าลงทุนในปัจจุบันคือกลุ่มไหนค่ะ
- อันนี้อาจจะต้องลงไปดูอีกทีนึง อาจจะดูราคาด้วยประกอบกัน อาจจะโฟกัสไม่ได้มากค่ะ
13. ปัจจุบันหลักทรัพย์ในกลุ่มพลังงานยังน่าสนใจที่จะลงทุนไหม และถ้าลงทุนตอนนี้จะมีผลอย่างไร
- ถ้ามองในแง่ของราคาที่ลงมาถือว่ายังน่าสนใจอยู่ เพราะโดยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ แต่ว่า โดยรวมจะต้องดูภาวะของตลาดด้วย เพราะว่าถ้าตลาดยังไม่ดีมาก แล้วราคายังลงไปอยู่ คือจริงๆช่วงนี้ลงๆไปค่อนข้างเยอะ อาจจะสามารถที่ทยอยรับได้
14. แต่ว่าโอกาสที่จะกลับขึ้นมาอีกมีบ้างไหมค่ะ
- อันนี้ต้องรอดูการเมืองและเศรษฐกิจด้วยค่ะ
15. พี่มีเทคนิคในการวิเคราะห์หลักทรัพย์อย่างไรค่ะ
- เทคนิคก็จะดูปัจจัยพื้นฐานและก็ดูวิเคราะห์ทางเทคนิค อย่างราคาเหมาะสมอยู่ที่ประมาณเท่าไร ดู Ratio ต่างๆ
16. การเขียนวิเคราะห์หลักทรัพย์มีวิธีการเขียนอย่างไรค่ะ
- จริงๆ ถ้าตำแหน่งไม่ได้เขียนค่ะ เพราะว่าส่วนใหญ่จะนำมาจากโบรกเกอร์อีกทีนึง
17. ถ้าสนใจที่จะทำงานด้านนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ
- การเตรียมตัวก็คือ ก่อนอื่นจะต้องสนใจเกี่ยวกับหุ้นก่อน คือ เราจะต้องทำความรู้จักเกี่ยวกับหุ้นต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ก่อน แล้วเราก็มาดูว่า Sector ไหนที่เราสนใจ อาจจะเป็นพลังงาน สื่อสาร แล้วเราก็ค่อยมาดูว่า Sector นั้นมีตัวไหนบ้าง แล้วก็ทำความรู้จักหุ้นแต่ละตัวก่อน
18. อย่างนั้นเราก็ต้องรู้จักหุ้นทุกตัวเลยหรือเปล่าค่ะ
- เกือบทุกตัวดีกว่าค่ะ แต่ว่าถ้าโดยเริ่มต้น เราอาจจะรู้จัก Sector หลักๆก่อนว่าแต่ละ Sector เป็นยังไง หุ้นแต่ละตัวเป็นยังไง หลังจากนั้นเราอาจจะไปลองสอบ License ถ้าพูดถึงว่าจะเข้าทำอาชีพนี้ก็จะมีสอบ License หรือสอบใบอนุญาตค่ะ
19. สอบที่ไหนค่ะ
- เข้า www.tsi Thailand.com เข้าไปสมัคร แล้วก็ไปซื้อหนังสือมาอ่าน แล้วก็ไปสอบ ซึ่งการสอบก็จะประกอบด้วยหลายๆ อย่าง อาจจะเป็นเกี่ยวกับการซื้อ – ขาย หรือว่าเกี่ยวกับจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่การตลาดจะมีโดยรวมๆ ค่ะ ก็คือพอสอบผ่านแล้วถึงจะมาเป็นผู้แทนขายได้
การเงิน 01
กลุ่ม 3 ( Freedom )
การสัมภาษณ์
คุณกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุธโส บริษัท หลักทรัพญ์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการวางแผนกลยุทธ์
- ปัจจัยด้านมหาภาค ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ทิศทางดอกเบี้ย ทิศทางอัตราเงินเพ้อ อัตราการขยายตัวทางธุรกิจ นโยบายการเงิน – การคลัง และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น
- ปัจจัยด้านการเมือง ส่วนใหญ่เป็นมุมเชิงลบที่มีผลต่อการวางแผนกลยุทธ์
- ภาวะอุตสาหกรรม = วัฏจักรอุสาหกรรม
- ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น
- ปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม
- ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดอนุพันธ์
- ทฤษฎีเกมส์
- การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค
หลักการวางกลยุทธ์ที่สำคัญ
- ต้องรู้สไตล์การลงทุนของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
- “รู้เขารู้เรา” ตลาดส่วนใหญ่คิดอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- ต้อง A Head The Game เสมอ
- ภาวะตลาดที่ผันผวนต้องทำตัวเงิน “ชาวสวน”
- แต่ภาวะตลาดที่เป็นขาขึ้นเราต้องเป็น “ชาวไร่”
- เมื่อทิศทางตลาดและ/หรือภาวะอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงต้องกล้าตัดสินใจ ผิดทางแล้วกล้าที่จะเปลี่ยน
- ควรแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 ส่วน : ระยะสั้น – ระยะยาว
ผลกระทบที่มีต่อการลงทุน
นักลงทุนดูจากปัจจัยหลายอย่าง โดยดูความเสี่ยงต่าง ๆ การเมืองบ่งบอกว่าเศรษฐกิจจะไปทิศทางไหน ทำให้การลงทุนต่าง ๆ วางแผนได้ยาก เนื่องจากความคิดของแต่ละผู้นำแต่ละรัฐบาลไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่าผู้นำจะชี้นำเศรษฐกิจไปในทิศทางไหน
การเลือกลงทุนในหุ้นต้องดูจากผลตอบแทนดูว่าตัวไหนที่สามารถทำผลกำไรได้ มองไปต้องมีการปรับเปลี่ยนได้เสมอ
ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน
ปัญหาซับไพรม เศรษฐกิจที่ชะลอตัว นักลงทุนต่างชาติ ความเสี่ยงทางด้านตลาด มูลค่าหุ้น จังหวะการลงทุน
กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ
กลุ่มพลังงานก็อาจเติบโตได้ อสังหา หากพลังงานลดกลุ่มขนส่งจะดีขึ้นและน่าลงทุน
การเลือกลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะลงทุนในหุ้นใหญ่ เช่น หุ้น 50 ตัวหลัก เนื่องจากมีสภาพคล่องของการซื้อขาย หากต้องการขายจะได้ขายได้เลย ส่วนตลาดหุ้นไทยจะมีลักษณะใกล้เคียงตลาดฮ่องกงมากที่สุด
การทำ Shot again เช่น หากเราซื้อหุ้นมาราคา 100 พอหุ้นตกเราขายที่ราคา 80 ขาดทุน 20 แต่เราก็อาจไปซื้อกลับที่ราคา 50 ก็มีกำไร 30 และก็จะเป็นกำไรสุทธ์ 10 บาท
สิ่งที่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากที่สุด คือ ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา
สัมภาษณ์บทวิเคราะห์หุ้นโดย คุณ ปิติ เกตุศิริ (Senior Sales Executive Branch Securities Trading Department:บริษัท BT Securities)
เกี่ยวกับการเป็น Senior Sales Executiveและการทำงานในการวิเคราะห์หุ้น
การที่จะเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จะต้องมีการผ่านหลักสูตรCISA หรือCertified Investment and Securities Analyst Programเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการวิเคราะห์และบริหารการลงทุนทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประเมินค่าสินทรัพย์เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาลงทุน ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการลงทุน รวมทั้งเปรียบเทียบการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเรียนรู้วิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณและหลักปฏิบัติวิชาชีพของการวิเคราะห์ เพื่อยกระดับมาตรฐานบุคลากรด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และการจัดการลงทุนสู่สากล จะต้องไปสอบที่สถาบัน TSI เพื่อขึ้นทะเบียนในการรับใบอนุญาตในการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
ลักษณะของงานในตำแหน่งSenior Sales Executive คือ จะเป็นผู้แนะนำการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าและติดตามข่าวสารตลอดเวลาเพื่อคอยรายงานให้กับลูกค้าที่ดูแลอยู่ในขณะนั้นพร้อมทั้งยังเป็นตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าอีกด้วย
เทคนิคในการเลือกหลักทรัพย์ให้ลูกค้า
ต้องดูกลุ่มลูกค้าว่าอยู่ในกลุ่มใดก่อนแล้วเราจึงจะวิเคราะห์ว่าควรซื้อหรือขายพร้อมทั้งดูสถานการณ์ในปัจจุบันโดยปกติจะแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ
กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มการลงทุนระยะสั้นหรือมีการซื้อเพื่อเก็งกำไรซึ่งจะต้องอาศัยข่าวรายวันในการวิเคราะห์หุ้น เช่น หุ้น SC ของเจ๊แดง หุ้นของตระกูลวงศ์สวัสดิ์ เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มการลงทุนระยะปานกลาง คือ จะมีทั้งการเก็งกำไรและการลงทุน
กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มการลงทุนระยะยาว ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นประเภทเงินเย็น คือ แทบจะรับความเสี่ยงไม่ได้เลย เช่น จะนำเงินส่วนใหญ่ฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดีตลอดมีความเสี่ยงต่ำมาก
หลักทรัพย์ที่น่าลงทุนมากที่สุดในขณะนี้
1. หุ้น Esso มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 14.48 %
2. หุ้น PTTAR มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 12.20%
3. หุ้น SCC มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 11.11 %
4. หุ้น TOP มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 10.29 %
5. หุ้น TISCO มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 12.32 %
6. หุ้น UVAN มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 6.22 %
7. หุ้น PDI มี Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 15.57%
สัมภาษณ์ Broker
บริษัทหลักทรัพย์ บีที จำกัด
คุณแทนคุณ อ่อนสัมฤทธิ์
หัวข้อและคำตอบในการสัมภาษณ์
1. ตำแหน่งหน้าที่การงาน
- Marketing
2. ความรับผิดชอบในหน้าที่
- หาข้อมูลข่าวสาร,ให้ข่าวสารลูกค้า,รับ Order จาดลูกค้า,รับรองลูกค้า เป็นต้น
3. หาข้อมูลข่าวสารได้จากอะไร
- มาจากนักวิเคราะห์,อ่านหนังสือพิมพ์,ดูกราฟหุ้น,แนวโน้มตลาด,ราคาน้ำมัน,ราคาทองคำ,ตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นต้น
4. ต้องจบสาขาอะไรถึงได้มาทำงานตำแหน่งนี้
- ไม่จำเป็นจบสาขาอะไรก็สามารถทำงาน เพราะต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ แต่ถ้าจบสาขาการเงินมาก็จะง่ายต่อการเรียนรู้
5. ถ้าอยากทำงานในตำแหน่งนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง
- 1. เข้าอบรมกับตลาดหลักทรัพย์
2. สอบใบอนุญาต เช่น เรื่องตราสารอนุพันธ์
3. เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ยื่นสมัครงานได้เลย
6. ต้องมีความรู้ด้านใดบ้าง
- ต้องมีความรู้รอบตัวทุกด้าน ดูจากหนังสือพิมพ์ ข่าว รู้รอบโลก
7. การหาลูกค้าหาได้จากไหน
- การหาลูกค้าส่วนมากหาด้วยตัวเอง ก้าวแรกแห่งการทำงานรุ่นพี่จะเป็นคนแนะนำให้และลูกค้าจะเป็นคนพิจารณาเองโดยดูจากพฤติกรรมของตัวเรา
8. ลักษณะของโบรกเกอร์ที่ดีควรเป็นอย่างไร
- ควรมีความอดทน อดกลั้น และต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ต้อง Update ข่าวสารอยู่เสมอและที่สำคัญต้องมีความตั้งใจ รักในงานที่ทำ
9. ทำงานมานานเท่าไรแล้ว
- 17 ปี
10. เงินเดือนจะพิจารณาจากอะไร
- ต้องบริหารตัวเอง เพราะบริษัทจะไม่ช่วยเหลือไม่ว่าในด้านใดและบริษัทจะมีการตั้งฐานเงินเดือนไว้แต่ก็ต้องพิจารณาจากผลงานถ้าผลงานไม่บรรลุเป้าก็อาจจะได้เงินเดือนน้อยกว่าฐานเงินเดือนที่ตั้งไว้และมีการบวกค่าคอมมิสชั่นให้ด้วย
11. ในความคิดของพี่คิดว่าในอนาคตข้างหน้าอาชีพโบรกเกอร์จะเป็นอย่างไร
- ทำงานยากขึ้น เพราะมีการแข่งขันสูงบวกกับเศรษฐกิจไม่ดีในทั่วโลก ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับการลงทุน อาจหันไปลงทุนในวิธีอื่น เช่น ซื้อทอง ฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย เป็นต้น
12. ปัญหาบ้านเมืองมีอิทธิพลกับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน/อย่างไร
- มีมาก เพราะต่างชาติไม่ไว้ใจสถานการณ์บ้านเมือง ขาดความเชื่อมั่นและไม่มั่นใจในความปลอดภัย ต่างชาติจึงทำการขายหุ้นตลอดเวลาและหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองนิ่ง เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ต่างชาติจะหันกับมาลงทุนอีกครั้ง
13. ตลาดหลักทรัพย์มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาหรือไม่
- เมื่อก่อนมีโดยผู้จัดการจะมีการจัดตั้งกองทุน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะ นักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพราะมีความเสี่ยงมาก
14. หุ้นตัวไหนที่น่าสนใจลงทุนในตอนนี้
- หุ้นในกลุ่มธนาคาร เช่น กรุงเทพ,ไทยพาณิชย์
หุ้นในกลุ่มพลังงาน เช่น Pttep,Banpu
15. ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ เมื่อต่างชาติเกิดผลกระทบก็จะส่งผลถึงประเทศไทยโดยตรง เช่น อเมริกาลดอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อประเทศไทยโดยต่างชาติจะกระจายเงินออกสู่ทั่วโลกเป็นผลพลอยได้
16. ควรทำการซื้อขายหุ้นตอนไหน
- ดูกราฟประกอบโดยดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อกราฟขึ้นสูงสุดให้รีบขาย ถ้านิยมลงทุนระยะยาวก็ควรที่จะซื้อตอนที่หุ้นลงต่ำสุด การจะขายต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ
17. การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
- การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะหุ้นมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาเปลี่ยนแปลงตลอดรอบเช้าหุ้นอาจจะขึ้นแต่พอตกเย็นหุ้นกับลงต่ำสุดของวันก็เป็นได้
18. มีลูกค้าโทรมาให้พี่แนะนำบ้างหรือเปล่า/และเคยแนะนำผิดพลาดบ้างหรือป่าวและมีวิธีแก้ไขอย่างไร
- เรื่องการแนะนำเป็นหนี่หลักอยู่แล้ว บางครั้งก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นบางครั้ง เช่น ลูกค้ามีหุ้น 100,000 หุ้น ต้องการขายที่ราคา 110 บาท แต่ทางเราคีย์ผิดเป็นส่งคำขอซื้อแทนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น วิธีแก้ไขคือ ต้องรีบทำการขายทันทีแต่อาจจะเกิดส่วนต่างจากการขายขาดทุน ตัวพนักงานเองต้องรับผิดชอบ 50% บริษัทรับผิดชอบ 50%
19. หุ้นมีทั้งหมดกี่ตัว
- ประมาณ 400 ตัว
20. การลงทุนในหุ้นแตกต่างจากการฝากเงินกับธนาคาร การซื้อทอง อย่างไรและถ้าคนหันไปลงทุนในทองจะส่งผลอย่างไรบ้าง
- การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่ามากและได้เงินเยอะกว่า การหันไปเกณฑ์กำไรในทองเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย มีผลกระทบแต่ไม่เยอะเพราะลงทุนในทองก็มีความเสี่ยงเหมือนกันแต่ไม่มากเท่าการเล่นหุ้น
21.ในแต่ละวันควรซื้อหุ้นมากน้อยแค่ไหน
- ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตัวลูกค้าเองว่ากล้าที่จะเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
22.การเล่นหุ้นควรจะมีเงินฝากอยู่ที่ระดับใด
- มีเงินฝาก 15% ของเงินลงทุน เช่น คิดจะลงทุน 1 ล้านบาท ควรมีเงิน 150,000 บาท เป็นเงินหรือว่าหุ้นก็ได้
23. คิดว่า พ.ร.บ. คุ้มครองเงินฝาก มีผลต่อการลงทุนอย่างไร
- มีผลสูงคนจะหันมาเล่นหุ้นเพิ่มมากขึ้น เพราะส่วนที่รัฐบาลไม่คุ้มครองจะนำมาลงทุนในหุ้น
บทสัมภาษณ์นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาติ จำกัด
ผู้ให้สัมภาษณ์ : คุณ อมรรัตน์ เหลืองวิไล (พี่อ้อย)
ถาม: ไม่ทราบว่าตอนนี้พี่ดำรงตำแหน่งอะไรอยู่คะ
ตอบ: Broker ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยให้คำแนะนำในการลงทุนใน หลักทรัพย์
ถาม: แล้วพี่ทำงานที่นี่มานานเท่าไรแล้วคะ
ตอบ: ก็ทำมา 3 ปีแล้วค่ะ
ถาม: แล้วในส่วนของงานที่พี่ทำอยู่นี้มีความยากมากน้อยแค่ไหนคะ
ตอบ: จะว่ายากไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่ความชอบของแต่ละคนนะคะแล้วก็รวมถึง ความสามารถและไหวพริบของตัวแต่ละคนด้วยนะคะ แต่ถ้าสำหรับพี่แล้ว มันก็ไม่ยากค่ะ
ถาม: ต้องเรียนในด้านใดมาคะถึงจะสามารถที่จะประกอบอาชีพด้านนี้ได้คะ
ตอบ: ได้ทุกสาขาค่ะ เพียงแต่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพในการเป็น Broker
ถาม: แล้วพี่อ้อยเรียนด้านใดมาคะถึงมาทำงานเป็น Broker ได้
ตอบ: Marketing
ถาม: ก่อนที่พี่จะมาทำงานด้านนี้พี่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: ก่อนที่เราจะมาทำงานด้านวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้ได้ ต้องสอบใบประกอบ วิชาชีพก่อนคือการสอบ ลายเส้นFK
ถาม : ก่อนที่พี่จะมาทำงานเป็น Broker พี่ต้องมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน รึเปล่าคะ
ตอบ: ก็ต้องมีนะคะ พอดีว่าพี่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา มาแล้วก็ยังมีประสบการณ์ในด้านของการขายมาด้วยค่ะ
ถาม: ถ้าหากว่ามีความสนใจที่จะทำงานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้อง เตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ตอบ: อันดับแรกอย่างที่พี่บอกนะคะก็คือเราต้องสอบให้ได้ใบประกอบวิชาชีพ ซะก่อนแล้วก็ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานเป็นอย่างดีรวมถึงไหวพริบ ด้วยเพราะว่าบางบริษัทนั้น การที่จะรับสมัครพนักงานเข้าทำงานใน ตำแหน่งนี้จะค่อนข้างที่จะสกรีน คนเข้าทำงานเนื่องจากต้องการพนักงานที่มี ความชำนาญในงาน
ถาม: แล้วในส่วนของการสมัครเข้าทำงานในด้านนี้ล่ะคะ มีการแบบใดบ้างคะ
ตอบ: การสมัครเข้าทำงานก็จะเหมือนกับการสมัครเข้าทำงานทั่วไป ไม่มีการสอบข้อเขียนแต่มีการสอบสัมภาษณ์และก็ดูที่ประสบการณ์ของ การทำงานด้วยค่ะ
ถาม: การทำงานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องมีความรู้หรือทักษะมากน้อย แค่ไหนคะ
ตอบ: การทำงานในด้านนี้จำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานมาเป็นอย่างดี และต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
ถาม: งานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้จะต้องรับผิดชอบหรือว่ามีหน้าที่ อย่างไรบ้างคะ
ตอบ: หน้าที่หลักๆเลยนะคะก็คือ การส่งคำสั่งซื้อขายให้กับลูกค้าแล้วก็รวมถึง การวิเคราะห์งบการเงินและงบกำไรขาดทุน
ถาม: รบกวนให้พี่อ้อยช่วยแนะนำเทคนิคที่จะใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วยค่ะ
ตอบ: เทคนิคที่จะใช้ในการวิเคราะห์นั้นจริงๆแล้วมันไม่มีนะคะแต่เราจะใช้หลัก ที่วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะหรือสภาวะของตลาดใน ขณะนั้นแล้วก็ภาพรวมของตลาดค่ะ
ถาม: แล้วในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่สำคัญมีอะไรบ้างคะ
ตอบ: ก็จะเป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ดูจังหวะการซื้อขาย สภาพตลาดความต้องการของลูกค้า ลูกค้าบางท่าน ก็จะชอบที่จะใช้ปัจจัยพื้นฐานในการวิเคราะห์และบางท่านก็อาจจะใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ถาม: คิดว่าเศรษฐกิจการเมืองของไทยในตอนนี้มีผลกระทบต่อหุ้นไทย มากน้อยแค่ไหน
ตอบ: คิดว่ามีผลกระทบอย่างมากเลยนะคะกับการลงทุน เพราะว่าเพียงแค่มี ข่าวออกมาเพียงเล็กน้อยในเรื่องต่างๆไม่ว่าข่าวนั้นจะเป็นเพียงแค่ข่าวลวง ก็สามารถที่จะทำให้ตลาดมีความผันผวนเนื่องจากนักลงทุนไม่กล้าที่ จะเสี่ยงลงทุน
ถาม: คิดว่ากลุ่มหลักทรัพย์ใดที่น่าลงทุนที่สุดในขณะนี้คะ
ตอบ: กลุ่มพลังงานกับกลุ่มธนาคาร -กลุ่มพลังงานค่ะ เพราะว่าอนาคตน้ำมันนั้นจะไปได้อีกไกล มีโอกาสที่จะก้าวหน้าก็ยกตัวอย่างหุ้นกลุ่มพลังงานที่มาแรงนะก็ เช่น PTT , TOP -กลุ่มธนาคาร เพราะว่ามีความมั่นคง ส่วนใหญ่จะอยู่ในเรื่องของ สินเชื่อหุ้นที่น่าลงทุนของ กลุ่มธนาคารก็เช่น BBL, SCB, KBANK เป็นต้น
ถาม: หุ้นแบบไหนที่ควรลงทุนระยะยาวและแบบไหนที่ควรลงทุนระยะสั้น
ตอบ: หุ้นที่ควรลงทุนในระยะยาวก็จะอยู่ในกลุ่มหุ้นที่ใหญ่ๆหรือไม่ก็กลุ่ม พลังงานส่วนหุ้นตัวเล็กๆหรือที่ราคาน้อยๆสักประมาณ 2 – 3 บาท ควรเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เราก็ต้องดูจังหวะและโอกาสควบคู่ไปด้วย
ถาม: ใบประกอบวิชาชีพที่พี่แนะนำให้สอบนี้ต้องทำอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: จะเป็นข้อสอบแบบปรนัยจำนวน 100 ข้อ สอบด้วยตนเองกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถที่จะรู้ผลได้ทันทีที่สอบเสร็จ ข้อสอบจะแบ่งเป็นในเรื่องของ จรรยาบรรณจำนวน 10 ข้อ ต้องทำข้อสอบเรื่องของจรรยาบรรณให้ได้ 90 % (คือทำให้ได้ 9 ข้อใน 10 ข้อ)จึงจะผ่าน ถ้าหากทำข้อสอบอื่น ผ่านแต่ไม่สามารถที่จะทำข้อสอบในเรื่องของจรรยาบรรณให้ผ่านได้ตามที่ กำหนด ข้อสอบอันที่ผ่านก็จะไม่มีผลก็ถือว่าสอบไม่ผ่านนั่นเอง แล้วก็ไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพแต่การสอบนี้สามารถสอบกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าเราจะผ่าน
ถาม: รายได้จากการทำงานในด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์นี้เป็นอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: รายได้จากอาชีพนี้มีรายได้ที่ดีมาก แล้วก็ที่สำคัญจะขึ้นอยู่กับจังหวะและ โอกาสของเราด้วย คือถ้าเราสามารถที่จะจับลูกค้ารายใหญ่ได้มัน ก็จะส่งผลที่ดีกับเราด้วยเช่นกัน
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณพี่ อมรรัตน์ เหลืองวิไล (พี่อ้อย) นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ บริษัท หลักทรัพย์ธนชาติ ที่กรุณาสละเวลาให้พวกเรานักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการเงินการธนาคารของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ในเรื่องของการทำงานในด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และรวมถึงคำแนะนำต่างๆที่พี่ได้ให้คำแนะนำมาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7 คือความคิดเห็นของกลุ่มที่1 การเงิน01 Never Dies Alone
การสัมภาษณ์ BROKER
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจำกัด(มหาชน)
สาขาปิ่นเกล้า
ประวัติผู้ให้สัมภาษณ์
พี่ยิ่งดาว ประพันธ์พัฒน์ ตำแหน่ง BROKER
เรียนจบปริญญาตรี การเงินการธนาคารที่ ธุรกิจบัณฑิต และปริญญาโท การเงิน ที่ NIDAปัจจุบันเป็น BROKER บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจำกัด (มหาชน) อายุการทำงานกับบริษัท 2 ปี
ข้อมูลการสัมภาษณ์
การเตรียมตัวในการทำงานเป็น BROKER ในระหว่างที่เรียนปริญญาตรีสาขาการเงิน ก็จะมีพอร์ตจำลองสำหรับการซื้อขายหุ้น ทำให้ได้สัมผัสกับราคาหุ้น และลักษณะพื้นฐานของตัวหุ้นมา และจะมีวิชาที่ จะมีลักษณะที่จับเอาบริษัทใดบริษัทหนึ่งมาที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาวิเคราะห์ซึ่งวิเคราะห์อยู่แล้ว ในส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศด้วย ดั้งนั้นจึงต้องมีความพร้อมทางข้อมูล และนักลงทุนที่ติดต่อด้วยนั้น มีความสนใจการลงทุนด้านไหน เพราะจะมีการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ตลาดที่เป็นการลงทุนในหุ้น และการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ รวมถึงดูความพร้อมของนักลงทุน
การทำงานเป็น BROKER เริ่มต้นด้วย ความรู้พื้นฐานที่เรียนมา ความคุ้นเคยต่างๆ ที่ได้ศึกษามา ทำให้สนใจทางด้านหลักทรัพย์ ซึ่งสถาบันการเงินต่างๆแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนการค้าหลักทรัพย์ ส่วนวานิชธนกิจ ส่วนอนุพันธ์ ส่วนกองทุน ก็ต้องเลือกว่าสนใจในตลาดแบบไหน
การทำงานด้านนี้ก็คือ จะทำหน้าที่แนะนำ ตัวสินค้า สินค้านี้ก็คือหุ้นที่น่าสนใจ เหมาะสมกับสภาพตลาด และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น และสามารถทำกำไรให้กับลูกค้า จะเป็นในระยะสั้นหรือระยะยาวต้องดูที่ภาวะของตลาด ลูกค้าหรือนักลงทุนที่มาลงทุนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ที่ต้องการส่วนต่างของราคา หรือต้องการกำไร 2. ต้องการเงินปันผล เพราะฉะนั้นเลือกโปร์ดัก ให้ตรงตามความต้องการของผู้ลงทุน
เทคนิควิธีในการ แนะนำตามความเป็นจริงในแนวโน้มที่ดีที่จะเป็นไปได้และทำกำไรสูงสุดให้กับผู้ลงทุน “ตระหนักเสมอว่าเงินของลูกค้า ก็คือเงินของเรา” และทุกเวลาจะมีค่าเป็นตัวเงิน และไม่ควรทำให้ลูกค้าหรือผู้ลงทุนเกิดความสูญเสียในการลงทุน หัวใจของการทำงานที่ดีสำหรับการเป็น BROKER คือ ทำกำไรให้กับผู้ลงทุนให้ได้ และ Cut Loss ให้เป็น ซึ่งการทำกำไรเป็นหัวใจหลักส่วน การ Cut Loss คือการทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนน้อยที่สุด หากว่าหุ้นที่ผู้ลงทุนถืออยู่ตกและคาดว่าอีกเป็นระยะเวลานานกว่าจะขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น เราจะมีวิธีการพูดกับผู้ลงทุนอย่างไร เพื่อจะให้ลูกค้า ขายไปก่อนที่จะขาดทุนมากกว่านี้ และเตรียมการสำหรับหุ้นตัวอื่นแทน วิธีดังกล่าวนี้เรียกว่า การ Cut Loss
ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดสะท้อนถึงราคาของหลักทรัพย์ รวมถึงการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ โดยภาพรวมหุ้นเป็นสับเซตของเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีก็จะส่งผลต่อภาวะของราคาตลาดและภาวะการลงทุน
ตอนนี้หุ้นกลุ่มไหนน่าสนใจที่สุดในสภาวการณ์แบบนี้ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า บริษัทเลห์แมน บราเทอร์ เป็นสถาบันการเงินวานิชธนกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะล้มละลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน ในสภาวการณ์ดังกล่าว มีแนวโน้มว่าหุ้นในกลุ่ม 3G หรือกลุ่มสื่อสาร ซึ่งได้รับผลกระทบน้อย เช่น Advance ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าว สามารถซื้อ เก็งกำไรในระยะสั้น ในการลงทุนระยะยาว แนะนำหุ้นที่มีเงินปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำเก็บกันคือ TISCO เพราะว่า TISCO มีเงินปันผลสูง แต่ว่าหุ้นในกลุ่ม BROKER ยังไม่น่าสนใจเพราะในขณะนี้ยังประสบปัญหาในขณะนี้ รอให้ถึงระยะที่ควรจะเก็บ
ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างๆ ว่าตัวไหนน่าสนใจ หรือ ควรลงทุนมากที่สุด ต้องศึกษาและบริโภคข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้มากๆ และใช้วิจารณญาณ ของตนเองเป็นที่ตั้ง เพราะไม่มีใครสามารถบอกหรือพูดได้อย่างมั่นใจได้ว่าหลักทรัพย์ตัวไหนดีที่สุดหรือ ตัวไหนขึ้นหรือลง ดังนั้น จึงต้องใช้วิจารณญาณ ผนวกกับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของตนเองเป็นหลักในการตัดสินใจ
สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานคือความตรงไปตรงมาซื่อสัตย์ ต่อตนเอง และลูกค้าหรืผู้ลงทุน ทั้งเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ของลูกค้า เสมือนเงินของเรา ซึ่งเรามีหน้าที่ ดูแลเงินดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้ได้กำไรสูงสุด จึงจะประสบความสำเร็จ ในการเป็น BROKER
.....กลุ่ม Set Mon ถูกจุดครับ.....
******(องค์ชายใหญ่)*******
การสัมภาษณ์ คุณศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์ (supervisor : บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง)เกี่ยวกับการเป็น Broker และการทำงาน
นักศึกษา: สวัสดีครับ พี่ชื่ออะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่ชื่อ ศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์
นักศึกษา: พี่ทำงานเกี่ยวกับอะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่เป็น supervisor งานของพี่เกี่ยวกับหุ้นซื้อขายหุ้นและตราสารอนุพันธ์
นักศึกษา: พี่มีกลยุทธ์ยังไงในการหาผู้ลงทุนครับ
ศิริภัสสร: เดี๋ยวนี้หายากนะก็ต้องอาศัยลูกค้าเก่าแล้วแนะนำต่อๆกันมา
นักศึกษา: แล้วพี่มีการให้คำแนะนำกับลูกค้ายังไงบ้าง
ศิริภัสสร: ตอนนี้หุ้นมันเล่นยากนะก็แล้วแต่ลูกค้าว่าเค้าต้องการแบบไหน ลงทุนระยะยาว เงินปันผล หรือเก็ง กำไรระยะสั้น
นักศึกษา: แล้วที่ผ่านๆมาพี่มีเทคนิคอย่างไรที่แนะนำให้กับผู้ลงทุน
ศิริภัสสร: ถ้าถึงแนวต้านก็แนะนำให้ขาย
นักศึกษา: ในตอนนี้หุ้นตัวไหนน่าสนใจที่สุดครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องดูว่าต้องการลงทุนแบบไหน
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงทุนแบบเพื่อผลกำไร
ศิริภัสสร: ตอนนี้ยังไม่น่าลงทุน ถ้าเล่นควรเล่นระยะสั้นมากกว่า ซื้อมา 2-3 วันแล้วค่อยขาย
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงแบบต้องการเงินปันผล
ศิริภัสสร: ก็ให้ลงทุนในกลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ ในตอนนี้กลุ่มแบงค์ก็ยังผันผวนอยู่ถึงแนวต้านก็ให้ขายก่อน
นักศึกษา: ช่วงนี้ถ้าเป็นหุ้นรายวันหรือกองทุนรวม ลงทุนในไหนได้กำไรดีกว่ากันครับ
ศิริภัสสร: ของพี่ตอนนี้ยังไม่มีกองทุนรวมนะ มีแต่หุ้นรายวัน
นักศึกษา: หุ้นที่น่าสนใจตอนนี้ก็ยังเป็นหลุ่มแบงค์อยู่ใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: แบงค์ตอนนี้ก็น่าสนใจทุกตัวนะ ถ้าเกิดผ่านแนวต้านก็ขายแต่แนะนำให้เล่นสั้นมากกว่า
นักศึกษา: แล้วถ้าเกิดลูกค้าสนใจที่จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: หุ้นต่างประเทศของพี่ยังไม่มีนะตอนนี้
นักศึกษา: พี่ทำงานมากี่ปีแล้วครับ
ศิริภัสสร: ถ้าสายนี้ก็ประมาณ 6 ปีแล้ว ถ้าmarketing ก็ประมาณ 2 ปี
นักศึกษา: ลูกค้าที่พี่ให้บริการอยู่มีทั้งหมดกี่รายครับ
ศิริภัสสร: ก็ 40 กว่าราย
นักศึกษา: แล้วลูกค้าของพี่มีการซื้อขายทุกวันไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ทุกวันนะ มีประมาณวันละ 2-3 รายก็ไม่อยากให้เขาพักหุ้น อยากให้เขาเล่นจะได้มีเงินบ้าง
นักศึกษา: พี่ทำยังไงถึงได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องสอบ single license แล้วมาสอบของ TFEX
นักศึกษา: แล้วพี่สอบกี่ครั้งครับ ถึงจะผ่าน
ศิริภัสสร: ของพี่สอบ 2 ครั้ง ก็แล้วแต่นะบางครนก็สอบแค่ครั้งเดี่ยว
นักศึกษา: แล้วข้อมูลในการสอบนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: ใช่ มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
นักศึกษา: แล้วเวลาไปสอบ single license ทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: เค้าจะมีตารางมาให้ ลองไป search ดูในเว็ปไซต์ก็ได้ ตอนพี่สมัครเสียครั้งละ 700 บาท แล้วมีใครไป สอบมาบ้างไหม
นักศึกษา: ไม่มีครับ
ศิริภัสสร: น้องเรียนอะไรมาหรอ
นักศึกษา: เรียนการเงินการธนาคารครับ
ศิริภัสสร: น้องคิดว่าจะมาทำงานแบบนี้ไหม
นักศึกษา: ก็อยากทำครับ ถ้ามีโอกาส
ศิริภัสสร: แล้วได้มีการเล่นหุ้นจำลองกันบ้างไหม
นักศึกษา: ก็เล่นของ click 2 win อยู่ครับ
ศิริภัสสร: เป็นอย่างไรบ้างแล้วได้กำไรบ้างไหม
นักศึกษา: ตอนนี้จับตัวไหนก็แดงทุกตัวเลยครับ
ศิริภัสสร: แล้วน้องเล่นหุ้นอะไรกันบ้าง
นักศึกษา: ก็เล่นหุ้น กลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นตัวใหญ่ๆครับ
นักศึกษา: พี่คิดว่า AIG มีผลกระทบไหม
ศิริภัสสร: เค้าบอกว่าตอนนี้บริษัทแม่ได้ส่งเงินมาให้ 40,000 ล้าน เพื่อที่จะมาสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าแต่เห็นว่าทิ่สิงคโปร์ไปถอนกรมธรรณ์ 20 รายต่อวัน แต่คิดว่าไม่น่ามีผลกระทบกับประเทศไทย
นักศึกษา: ปัญหาของบริษัทแม่จะส่งผลต่อบริษัทลูกไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ไม่มีผลกระทบนะเพราะประเทศไทยไม่ค่อยได้ไปลงทุนใน AIG
นักศึกษา: พี่คิดว่าเศษฐกิจการเมืองตอนนี้มีผลต่อตลาดหุ้นไหมครับ
ศิริภัสสร: ตอนนี้ปัจจัยพื้อนฐานของหุ้นมันต่ำมากถ้าการเมืองคลี่คลายก็คงจะดีขึ้น แต่ว่าเราก็ต้องดูเพื่อนบ้านด้วยอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่น
สิ้นสุดการสัมภาษณ์กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึก
การสัมภาษณ์ คุณศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์ (supervisor : บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง)เกี่ยวกับการเป็น Broker และการทำงาน
นักศึกษา: สวัสดีครับ พี่ชื่ออะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่ชื่อ ศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์
นักศึกษา: พี่ทำงานเกี่ยวกับอะไรครับ
ศิริภัสสร: พี่เป็น supervisor งานของพี่เกี่ยวกับหุ้นซื้อขายหุ้นและตราสารอนุพันธ์
นักศึกษา: พี่มีกลยุทธ์ยังไงในการหาผู้ลงทุนครับ
ศิริภัสสร: เดี๋ยวนี้หายากนะก็ต้องอาศัยลูกค้าเก่าแล้วแนะนำต่อๆกันมา
นักศึกษา: แล้วพี่มีการให้คำแนะนำกับลูกค้ายังไงบ้าง
ศิริภัสสร: ตอนนี้หุ้นมันเล่นยากนะก็แล้วแต่ลูกค้าว่าเค้าต้องการแบบไหน ลงทุนระยะยาว เงินปันผล หรือเก็ง กำไรระยะสั้น
นักศึกษา: แล้วที่ผ่านๆมาพี่มีเทคนิคอย่างไรที่แนะนำให้กับผู้ลงทุน
ศิริภัสสร: ถ้าถึงแนวต้านก็แนะนำให้ขาย
นักศึกษา: ในตอนนี้หุ้นตัวไหนน่าสนใจที่สุดครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องดูว่าต้องการลงทุนแบบไหน
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงทุนแบบเพื่อผลกำไร
ศิริภัสสร: ตอนนี้ยังไม่น่าลงทุน ถ้าเล่นควรเล่นระยะสั้นมากกว่า ซื้อมา 2-3 วันแล้วค่อยขาย
นักศึกษา: แล้วถ้าต้องการลงแบบต้องการเงินปันผล
ศิริภัสสร: ก็ให้ลงทุนในกลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ ในตอนนี้กลุ่มแบงค์ก็ยังผันผวนอยู่ถึงแนวต้านก็ให้ขายก่อน
นักศึกษา: ช่วงนี้ถ้าเป็นหุ้นรายวันหรือกองทุนรวม ลงทุนในไหนได้กำไรดีกว่ากันครับ
ศิริภัสสร: ของพี่ตอนนี้ยังไม่มีกองทุนรวมนะ มีแต่หุ้นรายวัน
นักศึกษา: หุ้นที่น่าสนใจตอนนี้ก็ยังเป็นหลุ่มแบงค์อยู่ใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: แบงค์ตอนนี้ก็น่าสนใจทุกตัวนะ ถ้าเกิดผ่านแนวต้านก็ขายแต่แนะนำให้เล่นสั้นมากกว่า
นักศึกษา: แล้วถ้าเกิดลูกค้าสนใจที่จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศต้องทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: หุ้นต่างประเทศของพี่ยังไม่มีนะตอนนี้
นักศึกษา: พี่ทำงานมากี่ปีแล้วครับ
ศิริภัสสร: ถ้าสายนี้ก็ประมาณ 6 ปีแล้ว ถ้าmarketing ก็ประมาณ 2 ปี
นักศึกษา: ลูกค้าที่พี่ให้บริการอยู่มีทั้งหมดกี่รายครับ
ศิริภัสสร: ก็ 40 กว่าราย
นักศึกษา: แล้วลูกค้าของพี่มีการซื้อขายทุกวันไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ทุกวันนะ มีประมาณวันละ 2-3 รายก็ไม่อยากให้เขาพักหุ้น อยากให้เขาเล่นจะได้มีเงินบ้าง
นักศึกษา: พี่ทำยังไงถึงได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ครับ
ศิริภัสสร: ก็ต้องสอบ single license แล้วมาสอบของ TFEX
นักศึกษา: แล้วพี่สอบกี่ครั้งครับ ถึงจะผ่าน
ศิริภัสสร: ของพี่สอบ 2 ครั้ง ก็แล้วแต่นะบางครนก็สอบแค่ครั้งเดี่ยว
นักศึกษา: แล้วข้อมูลในการสอบนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ
ศิริภัสสร: ใช่ มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
นักศึกษา: แล้วเวลาไปสอบ single license ทำอย่างไรบ้างครับ
ศิริภัสสร: เค้าจะมีตารางมาให้ ลองไป search ดูในเว็ปไซต์ก็ได้ ตอนพี่สมัครเสียครั้งละ 700 บาท แล้วมีใครไป สอบมาบ้างไหม
นักศึกษา: ไม่มีครับ
ศิริภัสสร: น้องเรียนอะไรมาหรอ
นักศึกษา: เรียนการเงินการธนาคารครับ
ศิริภัสสร: น้องคิดว่าจะมาทำงานแบบนี้ไหม
นักศึกษา: ก็อยากทำครับ ถ้ามีโอกาส
ศิริภัสสร: แล้วได้มีการเล่นหุ้นจำลองกันบ้างไหม
นักศึกษา: ก็เล่นของ click 2 win อยู่ครับ
ศิริภัสสร: เป็นอย่างไรบ้างแล้วได้กำไรบ้างไหม
นักศึกษา: ตอนนี้จับตัวไหนก็แดงทุกตัวเลยครับ
ศิริภัสสร: แล้วน้องเล่นหุ้นอะไรกันบ้าง
นักศึกษา: ก็เล่นหุ้น กลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงค์ส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นตัวใหญ่ๆครับ
นักศึกษา: พี่คิดว่า AIG มีผลกระทบไหม
ศิริภัสสร: เค้าบอกว่าตอนนี้บริษัทแม่ได้ส่งเงินมาให้ 40,000 ล้าน เพื่อที่จะมาสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าแต่เห็นว่าทิ่สิงคโปร์ไปถอนกรมธรรณ์ 20 รายต่อวัน แต่คิดว่าไม่น่ามีผลกระทบกับประเทศไทย
นักศึกษา: ปัญหาของบริษัทแม่จะส่งผลต่อบริษัทลูกไหมครับ
ศิริภัสสร: ก็ไม่มีผลกระทบนะเพราะประเทศไทยไม่ค่อยได้ไปลงทุนใน AIG
นักศึกษา: พี่คิดว่าเศษฐกิจการเมืองตอนนี้มีผลต่อตลาดหุ้นไหมครับ
ศิริภัสสร: ตอนนี้ปัจจัยพื้อนฐานของหุ้นมันต่ำมากถ้าการเมืองคลี่คลายก็คงจะดีขึ้น แต่ว่าเราก็ต้องดูเพื่อนบ้านด้วยอย่าง อเมริกา และญี่ปุ่น
สิ้นสุดการสัมภาษณ์กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึก
ความคิดเห็นที่ 1 คือ
กลุ่ม 4 (2s) นะค่ะ ไม่ช่ายกลุ่ม 1
พอดีเพื่อนพิมผิด
ขอนคุณค่ะ
บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด ในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนเป็น
บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว
ที่อยู่ : 1693 อาคารเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ชั้น 7 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900
บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด ในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนเป็น บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว
ที่อยู่ : 1693 อาคารเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ชั้น 7 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900
ได้มีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาด คือ คุณพุฒิพัฒน์ มิลินธราพงศ์ (พี่บอล)
Q : ประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ทำงานมาแล้วเกือบ 2 ปี
Q : การทำงานในด้านนี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานอย่างไร
A : ต้องมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Q : ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาติดต่อจะปรึกษาในด้านใดบ้าง
A : ส่วนมากจะปรึกษาในเรื่องของหุ้น ตราสารหนี้ และอื่น ๆ
Q : ถ้าจะเข้ามาทำงานในฝ่ายนี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง
A : ต้องสอบใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์
Q : ผลที่ได้รับจากการทำหน้าที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่การตลาด คิดว่าเป็นอย่างไร
A : ได้ติดตามข่าวสาร เศรษฐกิจ การเมือง มีความรอบรู้ทางด้านข่าวสารการเงิน
Q : การแนะนำในเรื่องของการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ มีวิธีการแนะนำอย่างไร
A : สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ควรดูหุ้นที่มีเงินปันผลสูง มีพื้นฐานดีในด้านผลประกอบการในไตรมาสต่อไป หรือปีต่อไปที่มีแนวโน้มว่าจะดี
Q : ถ้าเป็นลูกค้าเดิมของบริษัท จะให้คำแนะนำอย่างไร
A : ติดตามข่าวสารเป็นประจำ ที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของหุ้น ในช่วงนี้ว่าหุ้นตัวใดมีแนวโน้มขึ้นหรือลง เช่น ช่วงนี้ข่าวหวยออนไลน์กำลังมาแรง นักลงทุนจึงหันมาสนใจในหุ้น Loxley และในช่วงนี้หุ้นพลังงานอยู่ในช่วงขาลง จึงควรชะลอหุ้นพลังงาน
Q : ได้อะไรจากการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ได้รับความรู้ในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก การทำงานไม่น่าเบื่อ ไม่เหมือนงานอื่น ๆ ที่มีการทำงานจำเจ มีการติดตามข่าวสารทุกวัน มีข่าวสารใหม่ ๆ มาตลอด
Q : ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน มีอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
A : มีปัญหาในเรื่องการคีย์ Order และส่งคำสั่งผิด ลูกค้าที่มาซื้อหุ้นไม่ชำระเงิน และมีวิธีแก้ไข คือ หากมีการส่งคำสั่งผิด ก็จะทำการ Cancel แล้วทำการส่งคำสั่งซื้อใหม่ให้ถูกต้อง
Q : อยากให้แนะนำว่า ถ้าจะมาทำงานในด้านนี้ ควรเตรียมพร้อมอย่างไร
A : อันดับแรกต้องมีใจรักในการทำงานด้านนี้ สนใจที่จะติดตามข่าวสารตลอดเวลา และที่สำคัญคือเมื่อได้มาทำงานในด้านนี้แล้ว ควรตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้
จากการที่สมาชิกกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว ทำให้ทางกลุ่มได้รับข้อมูลความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ได้รับรู้ถึงการทำงานในส่วนนี้ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น พร้อมกับวิธีการที่จะนำมาแก้ไข จึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะนำประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้ ไปประยุกต์ใช้ทั้งในห้องเรียนและในชีวิตประจำวัน
บริษัท หลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด ในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนเป็น บริษัท หลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว
ที่อยู่ : 1693 อาคารเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ชั้น 7 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900
ได้มีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาด คือ คุณพุฒิพัฒน์ มิลินธราพงศ์ (พี่บอล)
Q : ประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ทำงานมาแล้วเกือบ 2 ปี
Q : การทำงานในด้านนี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานอย่างไร
A : ต้องมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Q : ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาติดต่อจะปรึกษาในด้านใดบ้าง
A : ส่วนมากจะปรึกษาในเรื่องของหุ้น ตราสารหนี้ และอื่น ๆ
Q : ถ้าจะเข้ามาทำงานในฝ่ายนี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง
A : ต้องสอบใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์
Q : ผลที่ได้รับจากการทำหน้าที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่การตลาด คิดว่าเป็นอย่างไร
A : ได้ติดตามข่าวสาร เศรษฐกิจ การเมือง มีความรอบรู้ทางด้านข่าวสารการเงิน
Q : การแนะนำในเรื่องของการลงทุนสำหรับนักลงทุนมือใหม่ มีวิธีการแนะนำอย่างไร
A : สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ควรดูหุ้นที่มีเงินปันผลสูง มีพื้นฐานดีในด้านผลประกอบการในไตรมาสต่อไป หรือปีต่อไปที่มีแนวโน้มว่าจะดี
Q : ถ้าเป็นลูกค้าเดิมของบริษัท จะให้คำแนะนำอย่างไร
A : ติดตามข่าวสารเป็นประจำ ที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของหุ้น ในช่วงนี้ว่าหุ้นตัวใดมีแนวโน้มขึ้นหรือลง เช่น ช่วงนี้ข่าวหวยออนไลน์กำลังมาแรง นักลงทุนจึงหันมาสนใจในหุ้น Loxley และในช่วงนี้หุ้นพลังงานอยู่ในช่วงขาลง จึงควรชะลอหุ้นพลังงาน
Q : ได้อะไรจากการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
A : ได้รับความรู้ในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก การทำงานไม่น่าเบื่อ ไม่เหมือนงานอื่น ๆ ที่มีการทำงานจำเจ มีการติดตามข่าวสารทุกวัน มีข่าวสารใหม่ ๆ มาตลอด
Q : ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน มีอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
A : มีปัญหาในเรื่องการคีย์ Order และส่งคำสั่งผิด ลูกค้าที่มาซื้อหุ้นไม่ชำระเงิน และมีวิธีแก้ไข คือ หากมีการส่งคำสั่งผิด ก็จะทำการ Cancel แล้วทำการส่งคำสั่งซื้อใหม่ให้ถูกต้อง
Q : อยากให้แนะนำว่า ถ้าจะมาทำงานในด้านนี้ ควรเตรียมพร้อมอย่างไร
A : อันดับแรกต้องมีใจรักในการทำงานด้านนี้ สนใจที่จะติดตามข่าวสารตลอดเวลา และที่สำคัญคือเมื่อได้มาทำงานในด้านนี้แล้ว ควรตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้
จากการที่สมาชิกกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว ทำให้ทางกลุ่มได้รับข้อมูลความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ได้รับรู้ถึงการทำงานในส่วนนี้ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น พร้อมกับวิธีการที่จะนำมาแก้ไข จึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะนำประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้ ไปประยุกต์ใช้ทั้งในห้องเรียนและในชีวิตประจำวัน
บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด (มหาชน) สาขาปิ่นเกล้า
ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณฤทธิ์รงค์ ดลเฉลิมพรรค เจ้าหน้าที่การตลาด
คุณเพ็ญจันทร์ เกตุวงศ์วิริยะ ผู้ช่วยผู้จัดการ
ถาม : วิธีการดำเนินงานของโบรคเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ เป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ : โบรคเกอร์จะคอยให้คำปรึกษาและข้อมูลต่างๆ กับผู้ที่เข้ามาลงทุนซื้อหุ้น
ถาม : เพราะเหตุใดลูกค้าจึงเลือกที่จะเข้ามาเปิดพอร์ตกับบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ในสาขานี้
ตอบ : เป็นเพราะทำเลที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ของสาขานี้ อยู่ใกล้และเป็นย่านธุรกิจ
ถาม : บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร ที่จะทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าจะลงทุนที่นี่
ตอบ : ค่อนข้างมาก เนื่องจากจากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ก็เป็นบริษัทนึงที่ผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ ทำให้ให้บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติดูมั่งคงขึ้นในสายตาประชาชน และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติมีหลากหลายธุรกิจอยู่ในบริษัทเดียว จึงช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี รวมถึงการมีบุคลากรที่มีคุณภาพ
ถาม : การเข้ามาเป็นโบรคเกอร์ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ตอบ : ก็จะมีการสอบลายเซ็น ความรู้ทางด้านตลาดทุน
การที่จะเป็นนักการตลาดที่ดี ประมาณนี้
ถาม : ช่วยแนะนำหุ้นกลุ่มใดที่เหมาะสมกับนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเล่น
ตอบ : ก็ขึ้นอยู่กับตัวลูกค้าเองว่าชอบแบบไหน เพราะบางคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน เมื่อรู้ว่าตัวเองชอบแบบไหนแล้วโบรคกอร์ก็จะช่วยแนะนำต่อไปได้
ถาม : ช่วยแนะนำการเล่นหุ้นที่ทำให้ได้กำไรมากๆ
ตอบ : เวลาที่เราจะเล่นหุ้น เราต้องดูเวลาซื้อ เวลาขาย ซึ่งเวลาในการซื้อขายหุ้นมีความสำคัญมากกว่าตัวของหุ้นเองด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อตัวไหนก็ได้ก็ต้องมีการศึกษาหุ้นตัวที่จะเล่นเสียก่อน
ถาม : คู่แข่งที่สำคัญของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ คือบริษัทใด
ตอบ : กิมเฮง เป็นบริษัทโบรคเกอร์ขนาดใหญ่ รองมาก็เป็นบริษัทเอเชียพลัส
ถาม : อุปสรรคในการดำเนินงานของโบรคเกอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ สาขาปิ่นเกล้า คืออะไรบ้าง
ตอบ : 1. คู่แข่งทั้งภายในและภายนอก
2. ถ้าเป็นคู่แข่งภายในก็จะเป็นโบรเกอร์ด้วยกัน คือจะมีการแข่งขันกันทางด้านค่าคองมิชชั่น เป็นต้น
ถาม : ในภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ณ ตอนนี้ มีผลต่อการขึ้น – ลงของหุ้นบ้างหรือไม่
ตอบ : มีผลโดยตรง เพราะหุ้นจะขึ้นหรือลงนั้น ขั้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและตลาดต่างประเทศ คือ หุ้นในประเทศไทยจะมีการอิงหุ้น Hangseng ของประเทศจีน ตัวหุ้นของแต่ละประเทศจะมีการอิงต่อๆ กันเป็นทอดๆ
ถาม : ลูกค้าที่นี่งอยู่ในบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ส่วนมากเค้าเล่นหุ้นอะไรกันบ้าง
ตอบ : ส่วนมากลูกค้าที่มานั่งมักจะเล่นหุ้นปั่น คือ เป็นหุ้นเล็กๆ ที่มีราคา หุ้นละ ไม่ถึง 1 บาท เช่น หุ้นละ 0.28 บาท เหตุที่เค้าเล่นหุ้นแบบนี้เพราะพวกเค้าคิดว่าหุ้นมีราคาน้อยซื้อได้หลายหุ้น และมีความเสี่ยงน้อยกว่า
สัมภาษณ์บริษัท Broker
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จํากัด
ภาพบรรยากาศการสัมภาษณ์
ผู้ให้สัมภาษณ์
ชื่อ : คุณศิริพร รอดเจริญ
ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ฝ่าย Marketing
บริษัท : หลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด
บทสัมภาษณ์
คำตอบ : 3 ปี
คำตอบ : ไม่ตรงค่ะ ! พี่จบสาขาวารสารศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แต่ตอนนี้ กำลังเรียนโทอยู่ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาการเงิน
คำตอบ : ไม่ค่ะ ! พี่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย Marketing
คำตอบ: สอบค่ะ ! ต้องสอบ Single Licence
คำตอบ : ยากค่ะ ! เพราะพี่ไม่ได้เรียนด้านการเงินมาโดยตรง จะมีหนังสือให้อ่านที่ตลาดหลักทรัพย์ ห้องสมุดมารวย เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเงินและการลงทุน
คำตอบ : ให้คำแนะนำและปรึกษาลูกค้าในการซื้อขายหุ้น
คำตอบ : ก็ยากค่ะ ! เพราะว่าไม่รู้ว่าหุ้นแต่ละวันจะขึ้นหรือลงอย่างไร เราต้องอาศัยข้อมูล แต่ในบางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามข้อมูลที่มีอยู่
คำตอบ : ต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายหุ้น และการวิเคราะห์เป็นบ้าง
คำตอบ : ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าต่อไปจะมีการเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่น ทำให้มีผลกระทบด้านรายได้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ คือ การแนะนำให้ลูกค้าซื้อหุ้น เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อขาย และถ้าเปิดเสรีแล้ว จะลดค่าคอมมิชชั่น และลดลงไปเรื่อยๆ จน Broker รายได้น้อยลง และคนที่จะทำงานนี้ต่อไปได้ จะต้องทำยอดให้กับเท่ากับเงินเดือน และถ้ายอดไม่ถึง เราต้องพิจารณาตัวเอง ซึ่งไม่เหมือนกับแผนกอื่นๆ ที่ทำงานได้เงินเดือนเป็นเดือนๆ
คำตอบ : ถ้ามีลูกค้ารายใหญ่ๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีก็อันตราย
คำตอบ : ที่นี่จะมี 2 แบบ คือ 1. Front จะเป็นแผนกรับลูกค้า และ 2. Back จะเป็นแผนก แคชเชียร์ ทำเอกสารต่างๆ ดูรายการซื้อขายของลูกค้า
คำตอบ : ลูกค้า Walk in ไม่เยอะ เราต้องออกไปตามงานออก Booth ที่ตลาดหลักทรัพย์ หรือว่ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ก็จะไปออก Booth
คำตอบ : จะมีโปรโมชั่น ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดบัญชี และรับเอกสารครบ ก็จะให้กระเป๋า เป็นของขวัญ
คำตอบ : ที่นี่จะโหดกว่าที่อื่น ถ้าเป็นบัญชีอินเตอร์เน็ต วงเงินขั้นต่ำอนุมัติขั้นต้น 3 แสนบาท แต่ถ้าเป็นบัญชี Marketing อนุมัติเริ่มต้น 5 แสนบาท แต่ถ้าลูกค้าคนไหนสะดวกโชว์ Statement ก็จะให้ลูกค้า ใช้วิธีชำระแบบฝากเงิน คือ การโอนเข้ามาก่อน แล้วค่อยซื้อหุ้น โอนมาเท่าไหร่ ได้ซื้อเท่านั้น
คำตอบ : ถ้าเป็นวงเงิน Credit Line บริษัทจะ Require Statement ลูกค้า อย่างน้อยลูกค้าต้องแสดงเงินให้ Clover กับเงินขั้นต่ำ เมื่อบริษัทได้รับเงินจากลูกค้า จำนวน 3 แสนบาทแล้ว ลูกค้าจะซื้อเท่าไรก็ได้ ไม่มีปัญหา และเมื่อลูกค้าจะซื้อหุ้น เราจะให้เครดิต คือ ให้ลูกค้าซื้อหุ้นได้ก่อน แล้วอีก 3 วัน จะตัดเงินในบัญชี
คำตอบ : เพราะว่า บริษัทต้องการลูกค้าที่มีเครดิตดี เพราะเราจะมีความเสี่ยง ในกรณีที่ลูกค้าไม่ชำระค่าซื้อ
คำตอบ : หุ้นที่น่าลงทุน คือ หุ้นเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งถ้าเม็ดเงินนี้ไหลออกมา แล้วกลุ่มไหนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ เราต้องพิจารณาดูที่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะมีโครงการ Megaproject เช่น โครงการทำถนน แล้วเราก็ดูว่าหุ้นของบริษัทไหนที่ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง อาทิเช่น ธุรกิจเกี่ยวกับยางมะตอย , ก่อสร้าง และหุ้นของกลุ่มธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่น่าลงทุนตอนนี้ ก็จะมี TUSCO, ITD, CK เป็นต้น
คำตอบ : ก็ได้ค่ะ ! แต่ตอนนี้ ปูนใหญ่ หุ้นขึ้นมาเยอะ ควรจะดูที่ปูนกลาง เช่น หุ้น SCC
คำตอบ : ช่วงนี้ควรลงทุน เพราะถ้ามีข่าวออกมาแน่ๆ ว่าจะขึ้น คือ เม็ดเงินยังไม่ไหลเข้าสู่ระบบ หุ้นจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องขึ้น เพราะฉะนั้น ใครที่จะรอให้เงินไหลเข้ามาก่อน แล้วค่อยซื้อหุ้น ก็จะไม่ทันแล้ว เพราะช่วงนั้นจะเป็นจุดที่สูงที่สุด
คำตอบ : ในกรณีคนที่เล่นเป็น ก็จะให้เขาเลือก Broker ก่อนว่า เค้าชอบบทวิเคราะห์ Broker ไหน แม่นยำหรือไม่ และให้ลูกค้าศึกษาแต่ละ Broker ก่อนการเปิดบัญชี
คำตอบ : บริษัท KIMENG ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด
คำตอบ : ด้านไหนก็ได้ค่ะ ! แต่อย่างน้อยควรมีพื้นฐานเกี่ยวกับด้านการเงิน และควรรู้เกี่ยวกับการลงทุน การซื้อขายหุ้น แต่ถ้าไม่รู้อะไรเลย จะเหนื่อยนิดนึง แต่เมื่อเข้ามาทำงานแล้ว ก็จะมีพี่ๆ ช่วยสอนให้
คำตอบ : ไม่เครียดกับ Volume นะค่ะ ! แต่เครียดกับลูกค้า เพราะลูกค้ามีหลายประเภท เช่น เวลาขายไป พอหุ้นขึ้นต่อไปอีก ก็บ่น บางคนพอซื้อไปแล้ว คิดว่าหุ้นถูก แล้วหุ้นก็ตกลงไปอีก ก็บ่น อารมณ์ของลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน
คำตอบ : จากข่าวเศรษฐกิจ ข่าวหุ้น อ่านทุกวัน และดูตลาดหุ้น DOWN JONE เพราะเป็น INDICATOR ในตลาดหุ้นของเราว่าจะเปิดตลาดเป็นบวกหรือลบ แม้ว่าตลาดหุ้น DOWN JONE จะติดลบไม่เยอะ เราก็ควรติดลบเล็กน้อย และระหว่างเขตเราก็จะมี MONITOR INDEX ต่างประเทศแถวแทบเอเชีย มันควรจะเป็นลักษณะเดียวกันกับประเทศอื่นๆ นอกจากว่าเราจะมีปัจจัยเด่นๆ ในประเทศเรื่องการเมือง ถ้าประเทศอื่นๆ ตลาดหุ้นลงกัน แต่ทำไมตลาดหุ้นของเราขึ้น เราต้องหาเหตุผลมาว่าเพราะอะไร ลูกค้าจะถามว่าทำไมตลาดหุ้นของเราขึ้น แล้วทำไมตลาดหุ้นของประเทศอื่นลง คือความสัมพันธ์ของตลาดหุ้นต้องคล้ายๆกันกับตลาดหุ้นของต่างประเทศด้วย
บทวิเคราะห์หุ้น BANPU
BANPU PUBLIC COMPANY LIMITED
กลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร
หมวดธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค
ลักษณะการดำเนินธุรกิจ
ประกอบกิจการหลัก คือ การทำเหมืองถ่านหิน เพื่อจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิง ลักษณะการดำเนินงานเป็นการสำรวจหา และพัฒนาเอาถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมซีเมนต์ และผลิตไฟฟ้า โดยมีเหมืองถ่านหินในประเทศไทย อินโดนีเซีย และไทย
บทวิเคราะห์หุ้น BANPU
ในกราฟเกิด Divergence แบบ Bearish Divergence คือการที่ราคาหุ้นสามารถสร้างจุดสูงใหม่ แต่ STOCHASTICS ไม่สามารถสร้างจุดสูงใหม่ ถือเป็นสัญญาณขาย
1.สัญญาณการขายจะมีอยู่ 3 ช่วง
1.1เมื่อเส้น RSI อยู่เหนือเส้น 70 ที่ยอดสูง
1.2เมื่อเส้น RSI ไม่ทะลุเส้นต้าน
1.3เมื่อเส้น RSI ทะลุเส้นหนุน
2.สัญญาณการซื้อจะมีอยู่ 3 ช่วง
2.1เมื่อเส้น RSI อยู่ต่ำกว่าเส้น 30 ที่จุดฐาน
2.2เมื่อเส้น RSI ไม่ทะลุเส้นหนุน
2.3เมื่อเส้น RSI ทะลุเส้นต้าน
ในกราฟเกิด Divergence แบบ Negative Divergence เกิดในตลาดที่มีแนวโน้มขึ้น เมื่อเกิดลักษณะการเคลื่อนที่แยกทางกัน (Divergence) โดยเกิดขึ้นเมื่อราคาใหม่ขึ้นสูงกว่ายอดสูงของราคาเก่า แต่ RSI ยอดใหม่ อยู่ต่ำกว่า RSI ยอดเก่า ตรงจุดนี้จะเป็นสัญญาณเตือนว่าการวิ่งขึ้นของราคาจะวิ่งต่อไปได้อีกไม่นาน แล้วจะปรับตัวลงมาตาม RSI
1.Top Failure Swing เกิดขึ้นเมื่อยอดแหลมของ RSI อยู่เหนือเส้น 70 และยอดสูงใหม่อยู่ต่ำกว่ายอดสูงเก่า
2.Bottom Failure Swing เกิดขึ้นเมื่อยอดแหลมของ RSI อยู่ใต้เส้น 30 และยอดต่ำใหม่อยู่สูงกว่ายอดต่ำเก่า
1. เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน และปริมาณการซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นการสนับสนุนการขึ้นของราคา
2.เมื่อราคาที่พุ่งสูงขึ้น ต่อมามีการปรับตัวลดลง หากปริมาณการซื้อขายปรับตัวลดลงด้วย จะเป็นการแสดงถึงการลดลงชั่วคราวของราคา ก่อนที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอีกครั้งหนึ่ง
3.เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน แต่ปริมาณการซื้อขายกลับลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา
4.เมื่อราคาที่ลดลง ต่อมามีการปรับตัวขึ้น แต่หากปริมาณการซื้อขายลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นราคาในขณะนั้น
5.เมื่อราคาวิ่งขึ้นกลับไปถึงจุดสูงเก่า แต่ Volume ไม่มากเท่ากับ Volume ของจุดสูงเก่า จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา และอาจนำไปสู่การปรับตัวลงของราคาในช่วงต่อไป
อนาคตหุ้นตัวนี้มีแนวโน้มลดลง เพราะ RSI ตัดเส้น OVERBOUGHT ที่บริเวณระดับ 70 % ลงมา และมี Top Failure Swing ยืนยัน ดังนั้นเราควรเตรียมขายหุ้นตัวนี้ เพราะในอนาคตหุ้นตัวนี้จะมีการปรับตัวของราคาลดลง
น.ส. อัญชลี อำพันพงษ์ รหัส 49473120089 เอกการเงิน - การธนาคาร
การสัมภาษณ์ คุณ ศิริภัสสร กิตติ์พิชานันท์ supervisor บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
Q : พี่สำเร็จการศึกษาจากที่ไหน ระดับอะไรค่ะ
A : ปริญาตรี สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ
Q : ก่อนที่พี่จะมาทำงานด้านนี้พี่เคยทำงานอะไรมาก่อนค่ะ
A : - เป็นผู้จัดการร้านมือถือ
- เป็น Bangk offices 5 ปี
Q : ตอนนี้พี่ดำรงตำแหน่งอะไรค่ะ
A : Supervisor
Q : การที่เราจะเข้ามาทำงานด้านนี้เราต้องมีความรู้ด้านไหนบ้างค่ะ
A : ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน เพื่อที่จะได้เป็นพื้นฐานที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน
Q : พี่มีประสบการในการทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดกี่ปีค่ะ
A : 2 ปี
Q : ในส่วนที่พี่ทำงานมีความยากมากน้อยแค่ไหนค่ะ
A : ยากมากเพราะต้องคอยติดตามข่าวสารต่างๆตลอดเวลา ทั้งข่าวเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งข่าวการเมืองเพราะว่าจะมีผลต่อการขึ้นลงของราคาหุ้น
Q : ทำไมพี่ถึงเลือกทำงานด้านนี้ค่ะ
A : เพราะพี่เคยเป็น Bangk offices
Q : ถ้าจะมาทำงานด้านนี้จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
A : ก็ต้องสอบ single license แล้วมาสอบของ TFEX
Q : การทำงานในด้านนี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรบ้างค่ะ
A : ก็ต้องมีความสนใจและติดตามข่าวสารบ้านเมือง เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Q : พี่มีวิธีการแนะนำในการลงทุนสำหรับนักลงทุนอย่างไรค่ะ
A : ซื้อขายตามภาวะตลาดและดูนักลงทุนว่าชอบลงทุนในระยะสั้น ปานกลางหรือยาว
Q : ในสภาวะเศรษฐกิจการเมืองปัจจุบัน มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไรค่ะ
A : จากสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังไม่มั่นคงในปัจจุบันก็จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขาย
Q : พี่คิดว่าในปัจจุบันหุ้นไหนน่าลงทุนมากที่สุดค่ะ
A : หุ้นกลุ่มพลังงาน
Q : พี่มีวิธีการแนะนำในการลงทุนสำหรับนักลงทุนอย่างไรค่ะ
A : ซื้อขายตามภาวะตลาดและดูนักลงทุนว่าชอบลงทุนในระยะสั้น ปานกลางหรือยาว
Q : ปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นในแต่ละวันมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ
A : มีมากและน้อยแตกต่างกัน แต่วันที่ 8 กันยายน มีมากที่สุดถือเป็นจุดสูงสุด
Q : ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นต่างประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไรค่ะ
A : ไม่แตกต่างมากนัก ตลาดหุ้นไทยจะอิงกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศ
Q : พี่มีความรู้สึกอย่างไรกับการทำงานในตำแหน่งนี้ค่ะ
A : รู้สึกดีค่ะที่ได้ทำงานนี้เพราะทำให้เราต้องมีการหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
Q : ถ้าจะมาทำงานในด้านนี้ ควรจะเตรียมความพร้อมอย่างไรค่ะ
A : ก็คือต้องมีใจรักในการทำงานด้านนี้ แล้วก็สนใจที่จะติดตามข่าวสารต่างๆอยู่ตลอดเวลา