สัมภาษณ์ Broker
บริษัทหลักทรัพย์ บีที จำกัด
คุณแทนคุณ อ่อนสัมฤทธิ์

หัวข้อและคำตอบในการสัมภาษณ์
1. ตำแหน่งหน้าที่การงาน
- Marketing
2. ความรับผิดชอบในหน้าที่
- หาข้อมูลข่าวสาร,ให้ข่าวสารลูกค้า,รับ Order จาดลูกค้า,รับรองลูกค้า เป็นต้น
3. หาข้อมูลข่าวสารได้จากอะไร
- มาจากนักวิเคราะห์,อ่านหนังสือพิมพ์,ดูกราฟหุ้น,แนวโน้มตลาด,ราคาน้ำมัน,ราคาทองคำ,ตลาดหุ้นต่างประเทศ เป็นต้น
4. ต้องจบสาขาอะไรถึงได้มาทำงานตำแหน่งนี้
- ไม่จำเป็นจบสาขาอะไรก็สามารถทำงาน เพราะต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ แต่ถ้าจบสาขาการเงินมาก็จะง่ายต่อการเรียนรู้
5. ถ้าอยากทำงานในตำแหน่งนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง
- 1. เข้าอบรมกับตลาดหลักทรัพย์
2. สอบใบอนุญาต เช่น เรื่องตราสารอนุพันธ์
3. เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ยื่นสมัครงานได้เลย
6. ต้องมีความรู้ด้านใดบ้าง
- ต้องมีความรู้รอบตัวทุกด้าน ดูจากหนังสือพิมพ์ ข่าว รู้รอบโลก
7. การหาลูกค้าหาได้จากไหน
- การหาลูกค้าส่วนมากหาด้วยตัวเอง ก้าวแรกแห่งการทำงานรุ่นพี่จะเป็นคนแนะนำให้และลูกค้าจะเป็นคนพิจารณาเองโดยดูจากพฤติกรรมของตัวเรา
8. ลักษณะของโบรกเกอร์ที่ดีควรเป็นอย่างไร
- ควรมีความอดทน อดกลั้น และต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ต้อง Update ข่าวสารอยู่เสมอและที่สำคัญต้องมีความตั้งใจ รักในงานที่ทำ
9. ทำงานมานานเท่าไรแล้ว
- 17 ปี
10. เงินเดือนจะพิจารณาจากอะไร
- ต้องบริหารตัวเอง เพราะบริษัทจะไม่ช่วยเหลือไม่ว่าในด้านใดและบริษัทจะมีการตั้งฐานเงินเดือนไว้แต่ก็ต้องพิจารณาจากผลงานถ้าผลงานไม่บรรลุเป้าก็อาจจะได้เงินเดือนน้อยกว่าฐานเงินเดือนที่ตั้งไว้และมีการบวกค่าคอมมิสชั่นให้ด้วย
11. ในความคิดของพี่คิดว่าในอนาคตข้างหน้าอาชีพโบรกเกอร์จะเป็นอย่างไร
- ทำงานยากขึ้น เพราะมีการแข่งขันสูงบวกกับเศรษฐกิจไม่ดีในทั่วโลก ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับการลงทุน อาจหันไปลงทุนในวิธีอื่น เช่น ซื้อทอง ฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย เป็นต้น
12. ปัญหาบ้านเมืองมีอิทธิพลกับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน/อย่างไร
- มีมาก เพราะต่างชาติไม่ไว้ใจสถานการณ์บ้านเมือง ขาดความเชื่อมั่นและไม่มั่นใจในความปลอดภัย ต่างชาติจึงทำการขายหุ้นตลอดเวลาและหันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองนิ่ง เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ต่างชาติจะหันกับมาลงทุนอีกครั้ง
13. ตลาดหลักทรัพย์มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาหรือไม่
- เมื่อก่อนมีโดยผู้จัดการจะมีการจัดตั้งกองทุน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะ นักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพราะมีความเสี่ยงมาก
14. หุ้นตัวไหนที่น่าสนใจลงทุนในตอนนี้
- หุ้นในกลุ่มธนาคาร เช่น กรุงเทพ,ไทยพาณิชย์
หุ้นในกลุ่มพลังงาน เช่น Pttep,Banpu
15. ตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ เมื่อต่างชาติเกิดผลกระทบก็จะส่งผลถึงประเทศไทยโดยตรง เช่น อเมริกาลดอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อประเทศไทยโดยต่างชาติจะกระจายเงินออกสู่ทั่วโลกเป็นผลพลอยได้
16. ควรทำการซื้อขายหุ้นตอนไหน
- ดูกราฟประกอบโดยดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อกราฟขึ้นสูงสุดให้รีบขาย ถ้านิยมลงทุนระยะยาวก็ควรที่จะซื้อตอนที่หุ้นลงต่ำสุด การจะขายต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ
17. การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
- การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะหุ้นมีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาเปลี่ยนแปลงตลอดรอบเช้าหุ้นอาจจะขึ้นแต่พอตกเย็นหุ้นกับลงต่ำสุดของวันก็เป็นได้
18. มีลูกค้าโทรมาให้พี่แนะนำบ้างหรือเปล่า/และเคยแนะนำผิดพลาดบ้างหรือป่าวและมีวิธีแก้ไขอย่างไร
- เรื่องการแนะนำเป็นหนี่หลักอยู่แล้ว บางครั้งก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นบางครั้ง เช่น ลูกค้ามีหุ้น 100,000 หุ้น ต้องการขายที่ราคา 110 บาท แต่ทางเราคีย์ผิดเป็นส่งคำขอซื้อแทนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น วิธีแก้ไขคือ ต้องรีบทำการขายทันทีแต่อาจจะเกิดส่วนต่างจากการขายขาดทุน ตัวพนักงานเองต้องรับผิดชอบ 50% บริษัทรับผิดชอบ 50%
19. หุ้นมีทั้งหมดกี่ตัว
- ประมาณ 400 ตัว
20. การลงทุนในหุ้นแตกต่างจากการฝากเงินกับธนาคาร การซื้อทอง อย่างไรและถ้าคนหันไปลงทุนในทองจะส่งผลอย่างไรบ้าง
- การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่ามากและได้เงินเยอะกว่า การหันไปเกณฑ์กำไรในทองเป็นเพียงคนกลุ่มน้อย มีผลกระทบแต่ไม่เยอะเพราะลงทุนในทองก็มีความเสี่ยงเหมือนกันแต่ไม่มากเท่าการเล่นหุ้น
21.ในแต่ละวันควรซื้อหุ้นมากน้อยแค่ไหน
- ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตัวลูกค้าเองว่ากล้าที่จะเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
22.การเล่นหุ้นควรจะมีเงินฝากอยู่ที่ระดับใด
- มีเงินฝาก 15% ของเงินลงทุน เช่น คิดจะลงทุน 1 ล้านบาท ควรมีเงิน 150,000 บาท เป็นเงินหรือว่าหุ้นก็ได้
23. คิดว่า พ.ร.บ. คุ้มครองเงินฝาก มีผลต่อการลงทุนอย่างไร
- มีผลสูงคนจะหันมาเล่นหุ้นเพิ่มมากขึ้น เพราะส่วนที่รัฐบาลไม่คุ้มครองจะนำมาลงทุนในหุ้น








