ถือตนเองด้วยการทำงานคือการปฏิบัติธรรม ว่างจากการสอนก็เจริญสมาธิวิปัสสนา

สิ่งที่จริงไม่ใช่สิ่งที่เห็น..?

จากการเข้าไปถวายความรู้ให้พระคุณเจ้าเรียนในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  สงขลา  ผมมักพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่ชวนให้คิดอยู่เป็นประจำ  มีพระคุณเจ้ารูปหนึ่งเราเจอกับแล้วยิ้มทักทายกันตามปกติ 

 มองดูรูปร่างอายุคงยังไม่แก่มากแต่ท่านถือไม้เท้าพยุงกายเดินไปสอนวิชาศาสนาเปรียบเทียบ  ท่านสอน ม . ศรีวิชัย  และที่ ม.มจร. สงขลา ด้วย  ท่านสวมแว่นตาดำ  ใครมองเห็นนึกว่าพระนักเลงโตละมั้ง  บ่อยครั้งที่เราคุยกัน  มันเหมือนไก่เห็นตินงู  งูเห็นนมไก่ในทางธรรมนะ  แท้จริงท่านป่วยร่างกายแต่จิตใจต๊ะติ๊งโหน่ง 

 ถือตนเองด้วยการทำงานคือการปฏิบัติธรรม ว่างจากการสอนก็เจริญสมาธิวิปัสสนา

ท่านเป็นโรคเชื้อราในสมองมานานถึง 15 ปีแล้ว  จากสงขลาขึ้นไป รพ.จุฬา เดือนละครั้งเพื่อพบหมอรักษา และไปนั่งสมาธิที่วัดพระแก้วทุกครั้ง โชคดีที่เป็นโรคนี้ท่านว่า 

 จากเพื่อนร่วมโรค 27 คน ที่ไปพบหมอตายไปแล้วเหลือ 11 คนท่านตั้งใจจะตายแก่นะ ดวงตาพล่ามัวสู้แสงไม่ได้ต้องใช้แว่นช่วย  ร่างกายถูกยากัดกระดูกพรุนต้องใช้ไม้เท้าช่วยคือร่างกายป่วยแต่ใจไม่ป๋วยนะผมเลยนิมนต์ท่านไปบรรยายธรรมให้เพื่อนครูฟังเพราะรุ่งขึ้นท่านก็ไปพบหมอที่กรุงเทพ ฯ อีก 

 ท่านเคยบอกว่าขณะบรรยายธรรมเกิดน๊อกกลางเวที  ถูกหามส่งโรงพยาบาลก็มี และวันไปพูดที่ม . ทักษิณ  ผมเลยคิดว่า  ถ้าพระคุณเจ้าน็อกวันนี้เราคงต้องพานำส่ง รพ. ที่ใกล้ที่สุดละ เพราะตอนนี้ร่างกายไม่ยอมให้ข้าวผ่านลงท้องเลยหลายวันมาแล้วให้ผ่านได้แต่น้ำเท่านั้น  โอ้...อนิจจา. นี่คือวิถีชีวิตของพระครูสิริญาณวิมล