ถามอาจารย์ประพนธ์

Mitochondria
อันเนื่องมาจากการ ลปรร ในข้อเขียนของอาจารย์ประพนธ์ในเรื่อง ความเข้าใจที่ไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับ KM จึงทำให้มีคำถามครับ
    ตามที่อาจารย์ได้ไปเป็นวิทยากรหรือเป็นที่ปรึกษาในการทำ KM ในหลายๆองค์กร อาจารย์คงเห็นแล้วว่าองค์กรเหล่านั้น มีความกระตือรือร้นของผู้บริหารที่อยากให้ KM เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร แล้วอาจารย์ก็ได้ไปแนะนำเครื่องมือต่างๆ ในการทำ KM ให้กับบุคลากรขององค์กรเหล่านั้น และท้ายสุดเมื่อมีกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ ภายในองค์กร ก็มีการจัดเก็บความรู้เหล่านั้นในคลังความรู้ขององค์กร
     จะเห็นว่าในองค์กรเหล่านี้มีทั้ง
     หัวปลา ผู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญต่อการจัดการความรู้
     ตัวปลา  จากการเริ่มต้นแนะนำของอาจารย์ องค์การเหล่านั้นก็น่าจะมีกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้เกิดขึ้น
     หางปลา เมื่อผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้กันแล้ว ตกผลึกของความรู้ก็น่าจะมีการจัดเก็บในคลังความรู้ขององค์กร
     องค์กรเหล่านี้ มีครบทั้ง หัวปลา ตัวปลา และหางปลา แต่ไม่ใช่ทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จในการจัดการความรู้ ผมทายว่าไม่น่าเกินร้อยละ 10 ขององค์กรเหล่านั้นด้วยซ้ำ ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการความรู้ภายในองค์กร คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นในองค์กรเหล่านี้ อะไรคือความแตกต่างระหว่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการจัดการความรู้กับองค์กรที่ไม่ประสบความสำเร็จ ความแตกต่างตรงนี้น่าจะหมายถึงชีวิตของปลา นอกเหนือจากการสร้างตัวปลาให้เกิดขึ้นแล้ว เราก็น่าจะส่งเสริมวิธีการให้ปลามีชีวิตควบคู่กันไปด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จิปาถะจากแดนปลาดิบ

คำสำคัญ (Tags)#uncategorized

หมายเลขบันทึก: 20776, เขียน: 25 Mar 2006 @ 08:03 (), แก้ไข: 03 Apr 2012 @ 03:56 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก


ความเห็น (11)

วิจารณ์
IP: xxx.151.216.36
เขียนเมื่อ 

ผมขอแจมนะครับ    คำตอบอยู่ที่ มอ. ครับ ลองถาม อ. พิชิต รองอธิการบดีผู้บูรณาการ KM เข้าในกิจกรรมคุณภาพ หรือการประเมินหลากหลายแบบ   แวจะเห็นความงดงานในเบื้องต้น   และ  อ. หมอ ปารมี ก็น่าจะตอบได้ส่วนหนึ่ง    ผมว่าคำตอบมีได้หลายมุมนะครับ    คำตอบที่ดีควรมาจากผู้ปฏิบัติเอง ในบทบาท คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณลิขิต และคุณกิจ   คำตอบของผมก็เป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น

วิจารณ์ พานิช

mitochondria
IP: xxx.11.113.118
เขียนเมื่อ 

แต่อาจารย์ก็ยังไม่ได้ตอบนะครับ ว่าในมุมมองของอาจารย์ ชีวิตปลาที่ชื่อว่า KM มันอยู่ตรงไหน

ในเรื่องนี้มีได้หลายมุมมองหลายบทบาท ไม่ว่าจะมองจากมุมมองหรือบทบาทใด คำตอบเรื่องนี้ล้วนเป็นที่น่าสนใจ เพราะมันคือปัจจัยแห่งความสำเร็จของการชุบชีวิตปลาที่ชื่อว่า KM การทำ KM ด้วย KM ในหลายองค์กร เราก็ได้ปลาลอยตามน้ำไปหลายรายแล้วครับ แน่นอนมันมีอะไรมากกว่าคำว่า ทำ KM แน่นอน การทำ KM มันไม่ใช่สักแต่ว่าทำ ทำตามใจใครบางคนที่อยากให้ทำ แล้วจริงๆ มันจะต้องทำอย่างไร ถึงได้ปลาที่มีชีวิต มีจิตวิญญาณ ที่สามารถโลดแล่นไปได้ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำอย่างไรหนอ.......

วิจารณ์
IP: xxx.151.216.36
เขียนเมื่อ 

คำตอบของผมอยู่ในหนังสือ "การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ" ครับ    ยืมอ่านได้จาก อ. หมอ ปารมีครับ

วิจารณ์ พานิช

mitochondria
IP: xxx.11.113.118
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณครับ
ประพนธ์
IP: xxx.91.175.10
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยครับที่ว่า KM ส่วนใหญ่เป็นปลาที่ "ลอยตามน้ำ" ทำไปตามใจ "ใครบางคน" อย่างที่คุณ mitochondria พูด

KM ที่ "มีชีวิต" คือปลาที่ว่าย "ทวนน้ำ" ผมหมายความว่าต้องกล้าที่จะฝืน "วัฒนธรรมเดิมๆ ขององค์กร" ถ้าหน่วยงานใดมีผู้นำที่เข้าใจ ก็สบายไปเปลาะหนึ่ง เพราะว่าภาวะผู้นำนั้นมีผลโดยตรงต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

แต่นั่นก็อาจจะเป็นการมองแบบ Top-Down มากไปหน่อย จริงๆ แล้วการเริ่มแบบ Bottom-Up ก็ใช้ได้เหมือนกันครับ เป็นการเริ่มในลักษณะของการสร้างเครือข่าย ไม่ต้องรอให้ข้างบนเป็นฝ่ายเริ่ม แต่การเริ่มแบบนี้ต้องระวังให้ดีนะครับต้องให้แน่ใจว่าในที่สุดแล้วไป "ทิศทางเดียวกัน" คือจะต้องมี "Shared Vision" นั่นเอง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงมักจะต้องเริ่มจาก "หัวปลา" เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่ "หลงทิศ ผิดทาง" แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ถ้าผู้นำไม่เข้าใจ เอาแต่สั่ง เอาแต่ชี้ว่าให้เดินไปทางนั้นทางนี้ จนสับสนไปหมด "หัวปลา" ที่ว่านี้อาจเป็นแบบรูปนี้ก็ได้ [คลิกดูรูป]

ป.ล. ช่วยลบสองครั้งแรกด้วยครับ เพราะผิดพลาดทางเทคนิค

mitochondria
IP: xxx.11.113.118
เขียนเมื่อ 
รูปของอาจารย์ สยดสยองจังเลยครับ
mitochondria
IP: xxx.11.113.118
เขียนเมื่อ 
 ผมมั่นใจว่า KM เป็นวิถีทางแบบพลวัต การที่มีโครงสร้างเพียง หัวปลา ตัวปลา และหางปลา ไม่ทำให้ประสบความสำเร็จในการทำ KM ได้ ตราบใดที่ยังขาดชีวิตปลา ผมอาจจะยังไม่มีความรู้ทางด้าน KM นัก รอให้กลับเมืองไทยก่อนครับ ผมจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับ KM จากหนังสือของอาจารย์วิจารณ์ ตามมุมมองที่อาจารย์วิจารณ์ได้กล่าวไว้ว่าคำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนั้น แล้วผมจะพิสูจน์ให้ได้ว่า ชีวิตปลาที่ชื่อว่า KM มันอยู่ตรงไหนกันแน่ 
nidnoi
IP: xxx.170.234.8
เขียนเมื่อ 
   ชีวิตปลา  จะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อ   หัวปลา ตัวปลา และหางปลา  มารวมกันอย่างเหมาะเจาะลงตัว   และอีกอย่างปลาจะมี  ชีวิตชีวา  มันต้องมี  น้ำ   ซึ่งน่าจะเป็นบรรยากาศ  ที่เอื้อต่อการทำ KM   บรรยากาศที่ว่าเป็นอย่างไรน่ะหรือ   คงต้องกลับไปถามอาจารย์ประพนธ์  อีกที
หมอพิเชฐ
IP: xxx.147.5.10
เขียนเมื่อ 

            ชอบบันทึกนี้มากเลยครับ เพราะเหมือนช่วยชี้อะไรบางอย่างที่ตัวเองกำลังค้นหาอยู่ ผมขออนุญาตคัดลอกบันทึกนี้ทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อในเว็บบอร์ดโรงพยาบาลบ้านตาก ครับ

            ผมคิดแบบนี้ แต่ไม่รู้จะสื่ออย่างไร พอได้อ่านปุ๊บก็ชอบปั๊บเลย หลายหน่วยงานที่ทำKMก็จะมีปลาเหมือนกัน แต่ปลาเป็นหรือปลาตาย ก็ไม่รู้ ปลาเป็นเท่านั้นที่จะใช้ตามองไปข้างหน้าได้ จะใช้ลำตัวที่แข็งแรงเคลื่อนไหวได้ จะใช้หางอันทรงพลังขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางที่ต้องการได้ เหมือนคนทำงาน ที่ไม่ได้ต้องการแค่มีชีวิตไปทำงานเท่านั้น แต่ต้องการความมีชีวาในการทำงานด้วย  ปลาเป็นบางตัวแม้มีชีวิตแต่ก็อาจไม่สามารถว่ายไปสู่สิ่งที่ฝันไว้ได้ หากถูกขังอยู่ในตู้ปลาเล็กๆ คงทำได้แค่ว่ายไปว่ายมาเพื่อไว้โชว์ตัวให้คนนอกตู้แวะเวียนมาดูเท่านั้น เพื่อยืนยันว่าฉันยังคงเป็นปลาที่มีชีวิตอยู่นะ ขนาดปลาเป็นยังมีโอกาสเป็นแบบนี้ แล้วปลาตายที่แม้จะยังมีครบทั้ง 3 ส่วนอยู่ แต่ก็ไร้ซึ่งชีวิตและชีวา คงไม่สามารถว่ายไปได้อย่างที่ใจต้องการได้อีก แม้เจ้าของปลาจะไม่ยอมให้เน่าเปือ่ยเพราะใส่สารบางอย่างไว้ มันก็คงเป็นได้แค่ซากปลาตัวหนึ่งเท่านั้น

              ด้วยเหตุที่ ผมไม่อยากได้ปลาตาย หรือปลาเป็นที่ถูกกักขัง ผมจึงได้พยายามที่จะทำให้มันเป็นปลาที่มีชีวิตชีวาขึ้นมา โดยการสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา โดยเรียกมันว่าการจัดการความรู้แบบบูรณาการ ใช้ชื่อว่า LKASA EGG MODEL เป็นการจัดการความรู้ 5 ขั้นตอน ที่แต่ละขั้นตอนไม่ได้เรียงลำดับแบบขั้นบันได แต่ๆละขั้นตอนร้อยเรียงส่งผลซึ่งกันและกัน เป็นส่วนประกอบซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ(Sysytem) เปรียบได้กับไข่ 1 ฟอง ที่มีทั้งเปลือกไข่ ไข่ขาว ไข่แดง หากแยกส่วนของไข่ออกไป มันจะไม่คงสภาพเป็นไข่ทั้งฟองไว้ได้ โดยในแต่ละขั้นหรือแต่ละเรื่องนั้น จะประกอบด้วย

1.  การจัดการให้เกิดการเรียนรู้(Learning Management) เพื่อมุ่งหวังว่าจะสามารถสร้างภาพฝันร่วมกัน(System)ได้อย่างง่ายๆ(Simplify)ไปกับงานประจำเดิมที่ทำอยู่ พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อม(Surrounding)ต่างๆขององค์การให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เนื่องจากการเรียนรู้เป็นบ่อเกิดของความรู้และปัญญา โดยต้องมีการเตรียมคน เตรียมทีม เตรียมกิจกรรม เตรียมเครื่องมือเทคโนโลยีและเตรียมบรรยากาศองค์การที่ดีที่จะทำให้คนเกิดการเรียนรู้ได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ ขั้นนี้คุณเอื้อ(CKO)จะมีบทบาทหลัก

2.  การจัดการให้เกิดองค์ความรู้(Knowledge Organizing)เพื่อให้คนในองค์การรู้ว่าองค์การเราต้องมีความรู้อะไรจึงจะทำให้งานได้ผลดี เมื่อรู้แล้วจะไปหามาจากไหนได้บ้าง จะสร้าง จะคว้าหรือจะควักมาไว้เพื่อนำเอามาจัดรวมให้เป็นวิธีการทำงานหรือนวัตกรรมของเรา ขั้นนี้คุณประกอบ(Knowledge engineer)มีบทบาทหลัก

3.  การจัดการให้เกิดการใช้ความรู้(Knowledge Acting) เพื่อทำให้องค์ความรู้ที่มีอยู่นั้นได้มีโอกาสนำมาใช้หรือทดลองปฏิบัติจริงในองค์การเรา โดยคนของเราเพื่อเขาจะได้เรียนรู้ว่าที่เขาคิด เขาทำจะให้ความสำเร็จหรือความล้มเหลว เราจะได้เรียนรู้จากความสำเร็จหรือความล้มเหลวนั้น ขั้นนี้คุณกิจ(Practitioner)มีบทบาทหลัก

4.  การจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Sharing)เพื่อให้คนทำงานที่ทำงานได้ผลดีได้นำเอาวิธีที่ปฏิบัติจนได้ผลดีนั้นมาเล่าแลกเปลี่ยนให้คนอื่นๆได้รับทราบและนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ โดยการสร้างปลาขึ้นจนครบทั้งหัว ตัวและหางปลา ทำให้เราได้วิธีการปฏิบัติที่ดีขึ้น ขั้นนี้คุณอำนวย(Facilitator)มีบทบาทหลัก

5.  การจัดการให้เกิดคลังความรู้(Knowledge Asset)เพื่อให้มีการจัดเก็บ เผยแพร่ ทบทวน(ปรับเปลี่ยน) เข้าถึงความรู้ที่ดีที่ผ่านการนำไปปฏิบัติอย่างเห็นผลมาแล้ว ไว้ให้คนอื่นๆได้เอาไปดู ไปใช้ เอาไปต่อยอดได้ง่ายจนเกิดพลังความรู้มากขึ้นหรือยกระดับความรู้มากขึ้น(Spiral knowledge) ขั้นนี้คุณเก็บ(Knowledge Librarian)มีบทบาทหลัก

           ซึ่งเมื่อทำทั้ง 5 เรื่องนี้ อย่างบูรณาการกัน จนเสริมพลังให้กันและกันได้แล้ว เชื่อว่าจะทำให้ปลาที่ถูกสร้างขึ้น สามารถว่ายไปได้อย่างมีความสุข มีทั้งชีวิตและชีวาได้ โดยที่เจ้าของปลาและคนเลี้ยงปลาเองก็มีความสุข สมหวังได้ด้วย

           ในรายละเอียดผมได้เขียนไว้ในwww.practicallykm.gotoknow.org ครับ

            ไม่รู้ว่าความเห็นนี้จะได้ประโยชน์หรือจะเปลืองเนื้อที่ไปเปล่าๆครับ

mitochondria
IP: xxx.11.113.118
เขียนเมื่อ 
     ขอบคุณคุณหมอพิเชษมากครับ ที่ทำให้ผมมีความเข้าใจเรื่อง KM มากขึ้น อีกทั้งข้อคิดเห็นและบันทึกต่างๆของคุณหมอ เป็นประโยชน์มากครับ
     หากส่วนหนึ่งส่วนใดของบันทึกนี้เป็นประโยชน์ ขอเชิญคุณหมอเผยแพร่ได้เลยครับ เพราะนี่ก็คือประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้เหมือนกัน

สวัสดีค่ะคุณไมโต

ครูอ้อยอ่านและเข้าใจ KM คิดว่าจะนำไปใช้ในองค์กรอย่างไร  ไม่ต้องรอหัวปลา  ขอบคุณค่ะ