คุณแน่ใจหรือว่าคุณปฏิเสธความรุนแรงได้ .

 

 
ยามเช้าวันนี้ยังฟังเสียงนกเสียงไก่ขันดังมาจากที่ไกลความเป็นธรรมชาติยังน่าภิรมย์ก่อนรุ่งอรุณ 
 ในความหนาวเย็นช่วงเช้าหลายชีวิตคงไม่อยากตื่นนอนขึ้นมาเหมือนเด็กประเภทเมาขี้ตาเดินโซเซทำตาปรือแล้วไปล้มตัวลงพิงกับโชฟาอีกครั้ง 
 การลืมตื่นหรืออยู่ในห้วงแห่งความหลับเช่นนี้ยังดีกว่าการหลับทางไสยศาสตร์แห่งมนต์ดำที่มาปิดบังดวงตาแห่งแสงสว่างทางปัญญานะครับ 
 แม้แต่การถูกครอบงำทางปัญญาไหลไปสู่อำนาจลึกลับบางอย่างเหมือนตกลงทางน้ำตกที่ต้องกระโจนตามลงไป  ถ้าไม่แข็งแรงพอคงจมอยู่ในห้วงกระแสแห่งสายน้ำนั้น  แต่ความรุนแรงของกระแสน้ำใดก็ยังไม่เท่ากระแสน้ำทางความคิดของคน 
 โดยเฉพาะในสังคมการเมืองไทยยุคปัจจุบันนี้  เราสังเกตเห็นความรุนแรงอยู่สองอย่าง  คือ
1.  ความรุนแรงทางความคิด  ความรุนแรงทางนี้ร้ายเหลือมันกัดกินจิตวิญญาณตนเองยังไม่พอมันยังกัดกินจิตวิญญาณคนอื่นด้วยเหมือนโรคร้ายเลยละ
2.ความรุนแรงทางวาจา  ที่พูดออกมาคอเป็นเอ็นนะตระโกนด่าดังก้องฟ้าอยู่นะคนที่ได้ยินชัดก็คือคนด่านั้นเองเมื่อพูดผ่านสื่อดังไปถึงไหนคนที่นิยมทางนั้นก็ชอบใจกลายเป็นอคติเกิดขึ้นเป็นสันตะติต่อเนื่องกันไปเป็นวงจรอุบาทว์เลย
 อิทธิพลของมันแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าต่างเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุดเลยละ  จาก2ความรุนแรงดังกล่าวเมื่อสุกงอมแล้วก็จะเกิดความรุนแรงทางกายทีนี้ละ คุณเอ๋ย...
 วิธีแก้ไขไม่ให้เกิดความรุนแรงก็คือ   การตัดผัสสะของเราเองนี่ละท่านพุทธทาส  ภิกขุจึงกล่าวว่า...ถ้าศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะพินาศ  คุณแน่ใจหรือว่าคุณปฏิเสธความรุนแรงได้ ...