เพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน หรือ Magic Beams เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๗ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๐๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพลงพระราชนิพนธ์นี้มีลีลาชดช้อย อ่อนหวาน สง่างาม เหมาะสำหรับประกอบการเต้นบัลเล่ต์ จึงได้พระราชทานให้อัญเชิญไปประกอบการแสดงบัลเล่ต์ในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑ ต่อมาได้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๑


เนื้อ เพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน

นวล...แสงนวลผ่องงามตา
แสงจันทรา...ส่องเรืองฟากฟ้าไกล
งาม...แสงงามผ่องอำไพ
ย้อมดวงใจ...ให้คงคลั่งใคล้เดือน
ชมแล้วชมเล่า เฝ้าชะแง้แลดู
เพลินพิศเพลินอยู่ ไม่รู้ลืมเลือน
เดือน...แสงเดือนผ่องวันเพ็ญ
แสงจันทร์เพ็ญ...เด่นงามใดจะเหมือน
โฉมงามเทียบ เปรียบเดือนแสงงาม


ใน นิทานเวตาล เรื่องที่ ๙ พระนิพนธ์ใน กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) ได้กล่าวถึง พระจันทร์/ดวงเดือน ไว้ความว่า

 

เพ็ญพระจันทร์นั้นสว่างแต่ข้างขึ้น กระต่ายมึนเมาเพ็ญจนเป็นบ้า
อันทรามวัยใสสุกทุกเวลา             น้ำใจข้าเมามึนทั้งขึ้นแรม
ได้ยลพักตร์รักเหลือไม่เบื่อรัก       อกจะหักเพราะอนงค์ศรทรงแหลม
ให้แค้นคิดจิตเจ็บที่เหน็บแนม       ไม่ยิ้มแย้มเยื้อนให้ชื่นใจเอยฯ



เมื่อพูดถึงว่าด้วย เรื่องพระจันทร์เต็มดวง ก็ทำให้ผู้เขียนนึกถึง คำศัพท์ Moonstruck ซึ่งหากเทียบกับเนื้อหาในบทเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน ก็คงจะตรงกับท่อนที่ว่า   คลั่งใคล้เดือน และเมื่อเทียบกับนิทานเวตาล คำว่า Moonstruck นี้คงจะตรงกับ คำกลอนในบาทที่ว่า กระต่ายมึนเมาเพ็ญจนเป็นบ้า นั่นเอง

เมื่อพูดถึงว่าด้วยเรื่องของพระจันทร์ ทำให้ผู้เขียนนึกถึง   Full Moon party ซึ่งถือเป็นงานเลี้ยงที่เกี่ยวเนื่องด้วย ความรักและพระจันทร์

Full Moon party อ่านว่า เฟิลมูน พาที : งานเลี้ยงในวันพระจันทร์เต็มดวง
Fool Moon  party อ่านว่า ฟูลมูน พาที : งานเลี้ยงแบบโง่ๆ ที่จัดขึ้นในยามพระจันทร์เต็มดวง (แปลแบบคนไม่เก่งไวยากรณ์)


สำหรับคำว่า Full Moon นั้นในภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า มิซึกิ  (พระจันทร์เต็มดวง) สำหรับในประเทศไทยนั้นในยุคหลัง ที่กระแสวัฒนธรรมตะวันตกไหลบ่าเข้ามา คนไทยรับเอาวัฒนธรรม Full Moon party เข้ามาอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ จะเห็นได้ว่า พระจันทร์มีอิทธิพลทางด้านจิตใจ เกี่ยวเนื่องด้วยความรัก กวี และนักประพันธ์เพลง มักจะบรรยายถึง พระจันทร์ และความรักอยู่เสมอๆ ทั้งในอดีตและในยุคปัจจุบัน

ท่ามกลาง Full Moon party ซึ่งมีเสียงเพลงและการละเล่นเต้นรำ เด็กผู้หิวโหยอดอยากผู้หนึ่ง กำลังอ้อนวอนต่อพระจันทร์เต็มดวง ว่า

 “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนของแดง ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน ข้อยายพร เลี้ยงน้องข้าเถิด ข้อยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง


ในประเทศไทย และในโลกอันแร้นแค้นนี้  ยังมีเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากผู้มีน้ำใจอีกมาก เขาไม่มีข้าวไม่มีแกง ที่จะกลืนกินลงลำคอ  ขอจากใครก็ขอไม่ได้ ได้แต่วอนขอจากพระจันทร์วันเพ็ญ ในขณะที่ผู้ มึนเมาเพ็ญจนเป็นบ้า/คลั่งใคล้เดือน  กลุ่มหนึ่งกำลัง ดื่ม กิน  อย่างเกินพอดี นี่ล่ะหรือคืออิทธิพลของพระจันทร์เกี่ยวเนื่องด้วยความรัก

ความรักที่ยิ่งใหญ่ นั้น ย่อมเริ่มต้นจากความรักในตนเอง แล้วขยายไปยังพ่อแม่พี่น้อง ความรักต่อลูก ความรักระหว่างผัวเมีย ความรักต่อมิตรสหาย  ความรักต่อผู้ที่เป็นศัตรู  แผ่ขยายออกไปเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรักเพื่อมวลมนุษยชาติ

ถ้าขอได้ ผู้เขียนอยากวอนขอต่อ Full Moon  อยากวอนขอ  เพื่อขอโอกาสให้กับเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสทางสังคม อยากขอให้ความรักที่เกิดขึ้นในงาน Full Moon party นั้น เกิดขึ้นและขยายกว้างขวางขึ้น เป็นความรักเพื่อมวลมนุษยชาติ เพราะเป็นความรักที่กว้างใหญ่ หาได้คับแคบอยู่เฉพาะ ความรักฉันชู้สาว เพราะในโลกอันแร้นแค้นนี้ ยังมีผู้ที่ทุกข์ยากมากกว่าเรามากมายนัก  ถ้าเรายังมัวเฝ้ามองแต่ความ ทุกข์ ของตัวเราเอง ย่อมที่จะทำให้ มองไม่เห็นความทุกข์ยากของผู้อื่น

ในทางกลับกันถ้าเรามัวแต่มองหาความสุขให้กับตัวเอง ก็จะลืมมองหาความสุขให้กับผู้อื่น  โบราณเรียกว่า คนเห็นแก่ตัว คือมัวแต่มองหาความทุกข์ของตัวเอง และพยามมองหา แสวงหา ความสุข เพื่อตัวเอง ซึ่งผู้อื่นนั้น เขาก็อาจจะมีความทุกข์มากกว่าเราก็เป็นได้ และเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและไม่มัวมานั่งโศกเศร้าให้เสียเวลาเหมือนเรา เช่นนั้นแล้ว ไฉนเรายังจะมัวมานั่งโศกาดูรพูนเทวษ ควรคิดที่จะมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต ในทางที่ถูกที่ควรต่อไป และเมื่อมีโอกาสก็ควรช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเรา ความรักที่มอบให้กับมวลชนผู้ทุกข์ยากนี้ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ อิ่มเอิบ สดใส หาที่สุดมิได้



ปล. รูปอีแร้ง(ทึ้ง) กำลังจะกินเด็ก ถ้าผมเป็นเด็กจะกินมันก่อน
รูปโดย คุณพี่อาจารย์ พรรณา ผิวเผือก
รูปนี้สร้าง แรงบรรดาลใจในการเขียนบันทึกในครั้งนี้ ขอบคุณครับ