สวัสดีค่ะ

* ชื่นชอบบทสรุปค่ะ

    "ในทางกลับกันถ้าเรามัวแต่มองหาความสุขให้กับตัวเอง ก็จะลืมมองหาความสุขให้กับผู้อื่น  โบราณเรียกว่า คนเห็นแก่ตัว คือมัวแต่มองหาความทุกข์ของตัวเอง และพยามมองหา แสวงหา ความสุข เพื่อตัวเอง ซึ่งผู้อื่นนั้น เขาก็อาจจะมีความทุกข์มากกว่าเราก็เป็นได้ และเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและไม่มัวมานั่งโศกเศร้าให้เสียเวลาเหมือนเรา เช่นนั้นแล้ว ไฉนเรายังจะมัวมานั่งโศกาดูรพูนเทวษ ควรคิดที่จะมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต ในทางที่ถูกที่ควรต่อไป และเมื่อมีโอกาสก็ควรช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเรา ความรักที่มอบให้กับมวลชนผู้ทุกข์ยากนี้ เป็นความรักที่บริสุทธิ์ อิ่มเอิบ สดใส หาที่สุดมิได้ "
* ในความคิดคำนึงของครูพรรณา ที่มีต่อภาพนี้มองเพียงติ้นๆ ว่า....แร้งมันรักศักดิ์ศรีในการดำรงชีพของมัน...คือกินสิ่งที่เจ้าของร่างละทิ้งแล้ว  มันเฝ้ารอให้เด็กน้อยนี้สิ้นลมเสียก่อน .....ดูซิหัวสมองอีแร้งมันนิดเดียว  มันยังรู้จักรอคอย  แต่มนุษย์เราหัวสมองเบ่อเร่อเบ้อร่าเหตุไฉนจึงแย่งชิง....ดูให้เห็นเป็นขำๆ อีแร้งมีจิตใจที่งดงาม   มันเฝ้ารออยู่ด้านหลัง.....คงเกรงเด็กน้อยจะหวาดกลัวก่อนสิ้นลม ....

* ถ้าครูพรรณา เป็นเด็กคงไม่กล้าสู้อีแร้ง  เพราะตัวมันใหญ่ เรี่ยวแรงก็มากกว่า...ลำพังจะหยิบหินสักก้อนขว้างหัวอีแร้งชนิดเป้งเดียวจอด...คงเป็นไปได้ยาก.....คิดตามประสาคนขี้ขลาด  ใจอ่อน  และอ่อนใจในโชคชะตา...ขอตายซะดีกว่า

* บรรยากาศยามบ่ายสบายๆ จากมุมหนึ่งของหลังบ้าน

S5006915