วันนี้ (23 มี.ค.49) ผมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการ   ชุดโครงการ "วิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ - ท้องถิ่นน่าอยู่" ของ สสส.   คณะกรรมการชุดนี้มีท่านอดีตรองเลขาธิการ สศช. คุณไพโรจน์  สุจินดา  เป็นประธาน

         หัวหน้าโครงการคือ นพ. พลเดช  ปิ่นประทีป กับ อ. ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์ (01-307-2288)

         ผมถามหาความสำเร็จที่น่าชื่นชม   ก็ได้ทราบว่ามีหลายจังหวัด (ใน 35 จังหวัดที่เป็นพื้นที่โครงการ) ที่มีผลสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ
           - เกิดการรวมตัวกันเป็นประชาคม   ทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ  แก้ไขปัญหาของท้องถิ่นที่เป็นประเด็นร้อน/ความขัดแย้ง   แต่ด้วยแนวทางของโครงการที่เน้นการทำงานวิชาการ   เน้นการแก้ปัญหาด้วยความรู้   เรื่องร้อนจึงเย็นลง
           - เกิดการสร้างคนในพื้นที่ประมาณ 1,000 คนที่มีความรู้  มีทักษะในการทำงานสาธารณะและสร้างความรู้ไปพร้อม ๆ กัน   เป็นคนที่มีทักษะในการทำงานแบบ collaborative partnership
          - กิจกรรมที่ทำมีความหลากหลาย   เพราะมีประเด็นร้อนโผล่เข้าไปในพื้นที่ตลอดเวลา   เข้าไปกดทับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน   ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงหลากหลาย   และมีปัญหาเปลี่ยนหน้าเข้าไปในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา
          - ทีมวิจัยเอ่ยตัวอย่างความสำเร็จที่ จ.ปราจีนบุรี   ซึ่งเดิมจับประเด็นเปะปะ   แต่ในที่สุดก็ค่อย ๆ รวมตัวกันทำเรื่องการจัดการลุ่มน้ำ   ประสบความสำเร็จมาก   และได้ ลปรร. กับพื้นที่อื่นด้วย   ได้แก่ ทางภาคเหนือ (ลำพูน)  และภาคใต้ (สุราษฎร์)
          - ทีมงานแต่ละจังหวัดมีการประเมินภายใน  หรือการประเมินตนเองตลอดเวลา   ถือเป็นนวัตกรรมในการทำงานประชาคม
          - ความสำเร็จเกิดจากทีมประชาสังคมได้รับความเชื่อถือจากหลายฝ่าย  ทั้งภาคราชการ  ธุรกิจและชาวบ้าน   พูดภาษาวิชาการว่าเกิดการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาคมเข้ามามีบทบาทนำ   หรือบทบาทร่วมในการทำให้ท้องถิ่นน่าอยู่

         มีการ ลปรร. กันว่า   โครงการ ศตจ. ปชช. ของ พอช. & สกว. ก็มีผลเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคม - ภาคประชาชนแสดงบทบาทเหมือนกัน   แต่ ศตจ. เริ่มด้วยการจัดระบบ   คือสร้างข้อมูลของชาวบ้าน (แผนแม่บทชุมชน) ขึ้นมาสร้างความยอมรับของผู้ว่าซีอีโอ & หน่วยราชการ   จนเกิดการ "เปิดพื้นที่"    แต่โครงการ "ชีวิตสาธารณะ - ท้องถิ่นน่าอยู่"   เริ่มที่คนที่รวมตัวกันทำกิจกรรมจนได้รับการยอมรับและมีการเปิดพื้นที่   ดังนั้น 2 โครงการนี้ควรเข้ามาร่วมมือและ ลปรร. กัน

         ตกลงกันว่า   ในเดือน มิ.ย.49   โครงการฯ กับ สคส. จะร่วมมือกันจัดเวทีนวัตกรรมท้องถิ่นน่าอยู่
           - เลือกจังหวัดที่ผลงานเด่น 5 จังหวัด   เชิญผู้ปฏิบัติงานและ collaborative partner  จังหวัดละ 5 - 10 คนมา ลปรร.กัน   โดยใช้เครื่องมือ storytelling และมีการบันทึกเรื่องเล่าและขุมความรู้   จัดทำเป็นคลังความรู้ในการทำงานชีวิตสาธารณะ - ท้องถิ่นน่าอยู่   ซึ่งก็คือการเรียนเทคนิค "ถอดความรู้" จาก tacit knowledge นั่นเอง
           - จะร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่เครือข่าย/CoP
           - ผู้ประสานงานของ สคส. คือคุณอ้อม (อุรพิณ) ของโครงการฯ คือคุณคนุสสัน  ศุภวัตรวรคุณ  0-2621-7810 - 12
           - ถ้าประสบความสำเร็จ   สคส. อาจเชิญเข้าร่วมมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3   วันที่ 1 - 2 ธ.ค.49

วิจารณ์  พานิช
 23 มี.ค.49