ต้องเรียกว่าเป็นเดือนแห่งการเจ็บป่วยจริงๆค่ะ ไล่มาตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันสุดท้ายของเดือน แทบจะไม่มีวันไหนที่ร่างกายเต็มร้อยสักวัน ไล่มาตั้งแต่ไข้หวัดเล็กๆ จนถึงไข้ไทฟัสจากหมัดหนู แล้วก็คอเจ็บ nasopharyngitis แต่อาการที่ทำให้ไม่สบายตัวอยู่เสมอนั้น เป็นอาการที่คิดไม่ถึงค่ะ มาเฉลยเอาสัปดาห์สุดท้ายนี่เอง คือเป็นโรคกรดไหลย้อนกลับ ซึ่งวินิจฉัยได้โดยคุณหมอหูคอจมูกหลังจากส่องดูหลอดอาหาร สำหรับตัวเองสาเหตุและอาการดูเหมือนจะแตกต่างจากที่คนอื่นเขาเป็นๆกัน เพราะยังไม่ถึงกับอ้วน ไม่มีอาการท้องอืด ไอเรื้อรัง หรือเจ็บหน้าอก แต่สาเหตุน่าจะมาจากการดื่มกาแฟวันละ 3 ครั้งและแต่ละครั้งค่อนข้างจะทำร้ายร่างกายอย่างนึกไม่ถึงเลยค่ะ ตอนนี้ลดลงเหลือ 1 ครั้งเท่านั้น วันแรกที่ลดก็เห็นผลเลยค่ะ ปวดหัวอย่างแรง และง่วงนอนมากอย่างยั้งไม่อยู่ แต่มาถึงวันนี้คิดว่าอยู่ตัวแล้วค่ะ

สรุปว่า อะไรๆก็สำคัญที่ใจจริงๆ ระหว่างที่ป่วยก็มักจะมีอาการตอนบ่ายแก่ๆ หลังอาหารแล้วก็ทับถมอีกทีหลังอาหารเย็น จะไม่สบายตัวอย่างมากทำอะไรแทบไม่ได้เลย ตัวร้อนรุม แต่รู้สึกหนาวโดนลมไม่ได้ เจ็บคอนั้นเป็นอาการประจำอยู่แล้ว กลางคืนเรียกได้ว่าเป็นเวลาค่อนข้างทรมานทีเดียว อยากทำอะไรก็ได้แต่ใจอยาก แต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวยเลย พอยิ่งมาผสมผสานกับสถานการณ์บ้านเมืองที่พบเห็นอยู่ตอนนี้ ก็เรียกว่าแทบจะป่วยทั้งกาย ป่วยทั้งใจทีเดียว

สิ่งที่ช่วยได้ก็คือ หาวิธีรักษาใจด้วยคติธรรมดีๆ เชื่อหรือไม่คะว่า journal ของฝรั่งอย่าง British Medical Journalเขาก็ยังเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าของเราไป quote ในสูตรแห่งความสุข เสียด้วยนะคะ คติธรรมชุดนี้ ใช้ได้ดีเวลาป่วยค่ะ

"Let us rise up and be thankful,
for if we didn't learn a lot today, at least we learned a little,
and if we didn't learn a little, at least we didn't get sick,
and if we got sick, at least we didn't die: so, let us all be thankful.
"