ฮือ คืนนี้ตั้งใจว่าจะไม่เขียนบันทึกก่อนจนกว่าจะทำงานได้คืบหน้า แต่แล้วความง่วงมันเกาะที่หนังตาจนต้องเปลี่ยนหน้าโปรแกรมมาที่ explorer เพื่อพิมพ์บันทึกแทน แก้ง่วง (หายง่วงแล้วจะเปลี่ยนหน้าโปรแกรมเป็นเวิร์ดเพื่อทำงานต่อ)

วันนี้ตอนเช้าไปเป็นประธานเปิดงานสัมมนาให้กับนักศึกษาปีสี่ของเศรษฐศาสตร์ฯ หัวข้อสัมมนาวันนี้คือ สถาบันการเงินกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งคนที่มาบรรยายหลังจากผมคือ สจ.สันติ เกาะกาวี (ถ้าจำนามสกุลไม่พลาด) ผมเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า แอะ ทำไมนักศึกษาจึงเชิญนักการเมือง นักธุรกิจมาคุยเรื่องสถาบันการเงิน เลยเอาละนั่งฟังเพื่อเป็นเกียรติแก่งานต่อแล้วกัน

ประวัติการทำงานของท่านน่าสนใจดีครับและเหมาะมากที่จะนำมาเป็นบทเรียนให้กับนักศึกษาที่กำลังจะเข้าสู่การทำงานได้ดีมากเลยครับ นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของนักธุรกิจที่ดีที่สามารถดำเนินธุรกิจปราศจากดอกเบี้ยได้ประสบความสำเร็จ

ท่านเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่ภูเก็ต ซึ่งท่านซื้อมาจากฝรั่งออสเตรเลีย ที่ขายธุรกิจหนีกลับบ้านหลังซึนามิ ผมฟังตรงนี้แล้วทำให้นึกถึงเจ้าของธุรกิจที่ภูเก็ตอีกคนหนึ่งที่ผมได้ไปคุยเมษา.ที่ผ่านมา (เล่าไปแล้ว) แล้วพอจะสรุปได้ว่า ซึนามิครั้งนี้ทำให้คนไทยได้กลับมาเป็นเจ้าของธุรกิจในภูเก็ตมากขึ้นครับ ในขณะเดียวกันฝรั่งที่กลัวและขายธุรกิจส่วนใหญ่เกิดเสียดายทันที่ที่รับเงินไป อันนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของซึนามิครับ

สรุปจากสองแหล่งที่ผมได้ฟังมาคือ หลังซึนามิ ฝรั่งกลัวและคิดว่า ภูเก็ตคงจะหมดสภาพแล้ว ย่อยยับแน่แล้ว แต่การณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ หลังซึนามิ ภูเก็ตคึกคักมากขึ้นด้วยหลายสาเหตุ เช่น คนอยากมาดูสภาพหลังซึนามิ และภูเก็ตสวยขึ้นมากกว่าเดิม นอกจากนี้รัฐบาลยังมีกลไกที่สร้างความเชื่อมั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย และหลังเหตุการณ์ฝรั่งเลลังขายครับ คนไทยจึงพอมีปัญญาพอจะซื้อคืนมาได้

รีสอร์ทที่ท่านวิทยากรซื้อคืนนั้นในราคา 25 ล้านบาท แต่ท่านมีเงินจ่ายเพียงสองล้านบาท ดังนั้นจึงตกลงกับฝรั่งว่า จ่ายสองล้านก่อน แล้วที่เหลือจะผ่อนจ่าย ปรากฏหลังจากนั้นท่านก็รีบปรับปรุงสภาพทันทีโดยไม่รีรอ ด้วยการซื้อต้นไม้มาปลูกในราคาอีกแปดหมื่นบาท แค่นั้นฝรั่งเจ้าของเดิมก็ติดต่อขอคืน โดยจะให้กลับมาเป็นห้าล้าน แต่นั่นแหละครับครั้งนี้ฝรั่งคิดผิดตั้งแต่ต้นครับ

ไม่ถึงสองปีครับ หนี้ยี่สิบห้าล้านชดใช้หมดเกี้ยง โดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน ไม่เป็นลูกหนี้ธนาคาร ไม่จ่ายดอกเบี้ย แม้แต่บาทเดียว เพราะดอกเบี้ยผิดหลักศาสนาอิสลาม

ที่สำคัญรีสอร์ทของท่านไม่มีเหล้าเบียร์ขาย เพราะผิดหลักการศาสนาด้วยเช่นกัน แต่ปรากฏว่า ฝรั่งยิ่งชอบที่จะมาเช่าอยู่เป็นเดือนๆ เพราะเป็นรีสอร์ที่สงบน่าอยู่

แต่กว่าจะสำเร็จอย่างทุกวันนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกกุหลาบนะครับ ท่านบอกว่าท่านเริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็กและจากเริ่มจนถึงอายุสี่สิบปี ล้มเหลวมาตลอด จนกระทั่งทุกคนจะพูดกันว่า อย่ามาลงทุนร่วมกับท่าน เพราะมันจะเจ๊ง แต่ท่านก็ยืนยันว่านั้นไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันเป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียนเพื่อความสำเร็จ ไม่มีความผิดหวังครั้งก่อนก็ไม่มีความสำเร็จในวันนี้ และบทเรียนที่ท่านได้ทำมันคุ้มกับการสูญเสียเงินไปหลายล้านในสมัยนั้น แพงกว่านี้ก็ยอมจ่ายครับ ท่านพูดประมาณนี้

การเรียนรู้สำคัญของท่านมาจากประสบการณ์ครับ แต่ไม่ใช่ประสบการณ์ของตัวเองนะครับ ประสบการณ์ของคนอื่นด้วย ท่านชอบที่จะไปคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ และคำพูดหนึ่งที่ท่านรับมาจากเจ้าสั่วแห่งซีพีคือ "คนรวยนะไม่น่ากลัวเท่าคนกล้า" ดังนั้นจึงเป็นแรงพลักดันให้ท่านกล้าลงทุนซื้อรีสอร์ทในขณะที่ตนเองมีเงินเพียงสองล้าน ออ.แต่ท่านบอกว่า ประสบการณ์ของท่านก่อนหน้านี้ตีเป็นราคามากกว่ายี่สิบห้าล้านดังนั้นจึงกล้าลงทุน

งานปัจจุบันของท่านคือการสร้างคนทำงาน ส่วนใหญ่ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือทำงานเองแล้วครับ แต่สร้างคน ถ่ายทอดความรู้ให้คนเพื่อให้คนเหล่านั้นทำงานและประสบความสำเร็จ แนวคิดน่าสนใจครับ ท่านบอกว่า ถ้าท่านขอกำไรเพียงร้อยละห้าจากคนที่ท่านสอนให้ทำงานทำธุรกิจ ลองคิดดูว่าถ้าคนเหล่านี้ทำกำไรได้เดินละแสนท่านจะได้เดือนละเท่าไร อือ ผมเห็นด้วย เพราะท่านไม่ได้สร้างทีละคน ตอนนี้ท่านมีมืออยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน ฮิฮิ แค่ได้หมื่นบาทต่อคนก็โอเคแล้วขอรับ