ช่วงเวลาไม่ถึงห้านาทีที่เราหลับตา ดิ่งลึกลงในใจ หายใจเข้าออกอย่างเป็นธรรมชาตินั้น มีความหมายมากมายทั้งต่อตัวเรา เพื่อนร่วมฝึก และสาธารณชนเลยนะครับ

ก่อนและหลังการฝึกทุกครั้ง เราจะพบว่ามีกิจกรรมหนึ่งที่ถือเป็นแบบแผนในการฝึกศิลปการต่อสู้ "ไอคิโด" ทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เป็นขั้นตอนเล็กๆกินเวลาสั้นๆ แต่ผมคิดว่ามันมีความสำคัญมาก เพราะไม่เช่นนั้น ก็คงไม่ตกทอดมาจนถึงวันนี้ เพียงแต่ว่า กาลเวลาและวิถีชีวิตแบบ มาม่า ควิ๊กอย่างปัจจุบัน ทำให้หลายๆคนอาจจะ มองข้ามมันไป โดยลดความสำคัญของมันลงว่าเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งก่อนฝึกและก่อนกลับเท่านั้น

 

กิจกรรมที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ ทุกท่านรู้จักกันดีครับ นั่งตามระเบียบ แล้วหลับตาลงสักครู่ ทำใจให้สงบ ดิ่งลึก

 

ครับ..... ผมกำลังกล่าวถึงการนั่งสมาธิ

 

บางคนอาจจะไม่รู้เหมือนกันว่านั่งสมาธิไปทำไม หลายคนรู้แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง

 

ผมไม่รู้ว่าปรมาจารย์หรือนักไอคิโดชั้นสูงอธิบายความสำคัญของการนั่งสมาธิในไอคิโดไว้อย่างไร (ถ้าใครจะค้นคว้าแล้วนำมาเผยแพราเป็นวิทยาทานได้ ก็คงดีไม่น้อย) หากในมุมมองของผมถึงการนั่งสมาธิจะเป็นกิจกรรมชั่วขณะ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก

 

หากดูในทางพุทธ การนั่งสมาธิ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็เป็นการชำระจิตใจ และจัดการจิตที่วอกแว่ก ฟุ้งซ่าน ให้รวมเข้าด้วยกัน แปรเป็นพลังนำไปใช้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ  เป็นบันไดไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

 

บางคนจะถือโอกาสแผ่เมตตาไปในตัว ก็ยิ่งดีไปใหญ่ เป็นการเจริญเมตตา ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของการฝึก

 

ในแง่สุขภาพ ก็ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย หายใจเข้าออกอย่างถูกต้อง เลือดลมเดินสะดวก ประโยชน์ต่อร่างกายมีอีกมากมาย อันนี้คนเป็นหมอจะรู้ดี ขอพูดสั้นๆก่อนนะครับ

 

ส่วนในแง่สังคมวิทยา การนั่งสมาธิ ก่อนและหลังฝึกนี้เป็นพิธีกรรม คือเป็นกิจกรรมที่ดึงเอาคนมารวมกลุ่มกันเป็นระบบสังคม เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทางสังคมของสมาชิก , สร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์หรือตัวตน , ในขณะเดียวกันก็ผลิต/ สื่อความหมายออกไปในสาธารณชนรับรู้ด้วย

 

อันนี้ ผมพอจะวิเคราะห์เพิ่มได้ คือ

1.ในระดับปัจเจก ผู้ร่วมฝึกเองรู้สึกถึงการยอมรับในกลุ่ม  เกิดความภาคภูมิใจหรือตระหนักรู้ในคุณค่าของตน เกิดการยอมรับนับถือในตัวเอง ซึ่งเป็นฐานสำคัญไปสู่การยอมรับผู้อื่น

2. ในระดับกลุ่ม ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (Unity) มีความเชื่อ อุดมการณ์ร่วมกัน ไม่คิดจะทำร้ายหรือเอาเปรียบกัน

3. ในระดับสังคมใหญ่ สาธารณชนเมื่อมาพบเห็นก็ตีความผู้ฝึกว่าเป็นผู้มีคุณค่า ตีความไอคิโดว่าเป็นศิลปะแห่งปัญญา ที่น่าเชื่อถือ น่าจะให้การสนับสนุนอีกด้วย

 

จะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาไม่ถึงห้านาทีที่เราหลับตา ดิ่งลึกลงในใจ หายใจเข้าออกอย่างเป็นธรรมชาตินั้น มีความหมายมากมายทั้งต่อตัวเรา เพื่อนร่วมฝึก และสาธารณชนเลยนะครับ

 

โดยสรุป ไม่ว่าจะด้วย  แว่น ทางสุขภาพ แว่นทางศาสนา  หรือแว่น ทางสังคม ต่างก็ช่วยให้เรามองเห็นว่า การนั่งสมาธิในไอคิโด เป็นเรื่องที่กว้างกว่าจะเป็นแค่ขั้นตอนก่อนและหลังการฝึกเท่านั้นครับ

 

เพราะการฝึกไอคิโดในเวลาปกติ ไม่น่าจะเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย (warm up) หากแต่น่าจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เรา หลับตาแล้วดิ่งลึก นั้นแล้ว

 

ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่ก็ตาม